คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๓๓


คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๓๓
นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ – ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๑๗
แถลงนโยบาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๖

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*

ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ
ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๖ นั้น
บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดถือหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย และการปรับปรุงสถานการณ์ต่าง ๆให้กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยและมั่นคง เป็นมูลฐานไว้เรียบร้อยแล้ว จึงขอแถลงนโยบายเพื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ ดังต่อไปนี้
๑. รัฐบาลนี้จะเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไว้เป็นที่เคาระสักการะอันสูงยิ่งตลอดไป และจะดำเนินการเพื่อให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดินโดยเร็วที่สุด
๒. รัฐบาลนี้เชื่อมั่นว่าความมั่นคงของประเทศชาติเป็นรากฐานอันสำคัญยิ่ง ฉะนั้นรัฐบาลนี้จะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ประเทศไทยดำรงอยู่ด้วยความปลอดภัย โดยจะตระเตรียมสรรพกำลังของชาติตามกำลังเศรษฐกิจของประเทศ ให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมที่จะป้องกันราชอาณาจักร พร้อมที่จะเผชิญภัยคุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อม และให้สามารถช่วยตนเองได้มากที่สุด จะดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ จะประสานความเข้าใจระหว่างทหาร และประชาชนให้ดียิ่งขึ้นจะปรับปรุงสวัสดิการ บำรุงขวัญและกำลังใจของทหารให้สูงอยู่เสมอ รวมทั้งจะปรับปรุงการจัดโครงสร้างทางการบังคับบัญชาให้เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริง
๓. รัฐบาลนี้จะดำรงรักษาเสถียรภาพของเงินตราไว้ให้มั่นคง และจะบริหารนโยบายการคลัง ให้มีผลในทางเพิ่มพูนรายได้และสวัสดิการของเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ ในการนี้จะได้ปรับปรุงโครงสร้างทางด้านภาษีอากร เพื่อให้บังเกิดความเป็นธรรมยิ่งขึ้น
๔. รัฐบาลนี้จะดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยและบูรณภาพแห่งราชอาณาจักร และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนไทย ในการนี้รัฐบาลจะยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ ให้ความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความยุติธรรมระหว่างประเทศ รักษาสิทธิและปฏิบัติคามพันธกรณีที่มีอยู่ตามสนธิสัญญาและความตกลงที่ทำไว้กับประเทศทั้งหลาย ตามหลักแห่งความเสมอภาค และถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน ดำเนินการเพื่อความสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศที่แสดงความเป็นมิตรต่อประเทศไทย รวมทั้งประเทศที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกันสร้างเสริมสัมพันธไมตรีและความเข้าใจอันดีกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นรัฐบาลนี้จะสนับสนุนความร่วมมือส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกของประชาชนในภูมิภาคนี้
๕. รัฐบาลนี้จะเร่งรัดการเพิ่มผลผลิตเกษตร เพื่อสนองความต้องการของตลาดภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งผลิตผลประเภทอาหารเพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ด้วยการช่วยเหลือเกษตรกทั้งในด้านวิชาการและปัจจัยด้านการผลิตและการตลาด สำหรับจำหน่ายผลิตผลในราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับการครองชีพให้แก่เกษตรกร
๖. รัฐบาลนี้จะปรับปรุง ขยายและเสริมสร้างกิจการด้านการขนส่ง การสื่อสารและการอุตุนิยมวิทยาให้เหมาะสมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำภายในประเทศซึ่งเป็นระบบการส่งที่ประหยัดที่สุดนั้น จะได้พัฒนาให้มีบทบาท และเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป
๗. รัฐบาลนี้จะเร่งรัดการขยายตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศกว้างขวางยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเร่งรัดเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรมในด้านสินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพของประชาชนนั้นจะรักษาเสถียรภาพองราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ผลิต และผู้บริโภค และจะพยายามให้พ่อค้าเข้าใจนโยบายการค้าของรัฐบาล โดยเฉพาะ
การให้ความร่วมมือในด้านการจัดหาตลาดและบริการในด้านสถิติการผลิต และการค้า
๘. รัฐบาลนี้จะบำบัดทุกข์สุขประชาชน และจะปรับปรุงโครงสร้างของการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศเพื่อให้มีความเข้าใจและร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยกับประชาชนมากยิ่งขึ้น
๙. รัฐบาลนี้จะรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม โดยจะเคารพความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี และจะส่งเสริมสถาบันศาลยุติธรรมให้มั่นคงและเจริญก้าวหน้าในการพิจารณาอรรถคดีต่าง ๆจะได้เร่งรัดให้ดำเนินการไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น
๑๐. รัฐบาลนี้จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณสุขแห่งชาติให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และจะขยายขอบเขตของการบิรการไปให้ถึงประชาชน ในส่วนภูมิภาคให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
๑๑. รัฐบาลนี้จะเร่งรัดการเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรมทั้งในสวนทดแทนสินค้าที่นำเข้าและในส่วนสินค้าส่งออก รวมทั้งจะได้ดำเนินการป้องกันและระงับพิษภัยอันจะเกิดจากกิจการอุตสาหกรรมต่อไปด้วย
๑๒. รัฐบาลนี้จะส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีความรับผิดชอบทางวิชาการมีความอิสระและคล่องตัวในกาบริหารงานของมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านการเงินและการบริหารงานบุคคล ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างนิสิต นักศึกษากับรัฐบาลและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๑๓. สำหรับนโยบายทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวม รัฐบาลจะยึดแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหลักในการบริหารและการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ โดยเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคมเฉพาะหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขปรับปรุงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมบางสาขา ให้สามารถรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันเป็นสำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมจากการดำรงชีพอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

ตามนโยบายที่ได้แถลงมานี้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่า จะสามารถสนองความต้องการของประชาชนเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้า และความมั่นคงแก่ประเทศชาติในระยะเวลาที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินได้ ฉะนั้นจึงหวังว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้วยดีเพื่อรัฐบาลจะสามารถบริหารประเทศไปด้วยความราบรื่นเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติและอำนวยความผาสุกให้แก่ประชาชนได้ต่อไปขอขอบพระคุณ

*รายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ หน้า ๒๔๗ – ๒๕๑

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของท่านได้โดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ เพื่อจดจำตัวเลือกต่างๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และ ไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

บันทึกการตั้งค่า