คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕๐
นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ - ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘
แถลงนโยบาย เมื่อวันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๕



คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ
                     กระผมนายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง นายกรัฐมนตรีตามที่ได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ
ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ
ลงวันที่  ๒๙ กันยายน ๒๕๓๕ นั้น บัดนี้คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการ
แผ่นดินเรียบร้อยแล้ว จึงขอแถลงต่อรัฐสภาดังต่อไปนี้


๑. นโยบายการเมืองและการบริหารราชการ

                 รัฐบาลนี้ มุ่งเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและจะพัฒนาสถาบันการเมือง
ทั้งหลายให้มีความมั่นคงเข้มแข็ง พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจอย่างสมบูรณ์มีประสิทธิภาพเพื่อ
รักษาประโยชน์สุขของประชาชนทั้งจะสนับสนุนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองตั้งแต่
ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ โดยจะดำเนินการดังนี้

                ๑.๑ สนับสนุนการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น

                 ๑.๒ สนับสนุนกิจการของรัฐสภาให้เอื้ออำนวยต่อการที่สมาชิกรัฐสภาจะทำหน้าที่
ของตนอย่างมีประสิทธิภาพ

                ๑.๓ ปรับปรุงกฎหมายพรรคการเมืองให้สามารถรับการสนับสนุนจากรัฐและเอกชน
ได้รวมทั้งให้พรรคการเมืองมีบทบาทในการพัฒนาการเมืองยิ่งขึ้น

                ๑.๔ ปรับปรุงกฎหมายเลือก และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการเลือกตั้งทุกระดับเป็นไปโดยบริสุทธิ์
ยุติธรรมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อสอดส่องดูแลการเลือกตั้งดังกล่าว

                ๑.๕ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้รัฐสภามีบทบาท
มากขึ้นในการตรวจสอบการรับเงินของแผ่นดิน

                ๑.๖ ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาทุกระดับและสื่อสารมวลชนของรัฐและเอกชน
มีบทบาทในการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจและความศรัทธาในวิธีการและเนื้อหาสาระ
ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ว่าใน
ด้านทฤษฎีหรือการปฏิบัติ

                ๑.๗ ส่งเสริมให้สื่อสารมวลชนของรัฐและเอกชน มีสิทธิเสรีภาพในการับรู้กิจการ
ของรัฐและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในกรอบของกฎหมายมีสิทธิเสรีภาพ
ในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการเผยแพร่ข่าวสารอย่างเที่ยงตรง เป็นธรรม
และรวดเร็ว

                ๑.๘ ปรับปรุงและเร่งรัดการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยจะเน้นการ
ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีและการบังคับคดี ให้มีประสิทธิภาพ
รวดเร็วและเป็นธรรมตลอดจนเร่งรัดพัฒนาข้าราชการตุลาการให้มีความชำนาญ
ในอรรถคดีตามสภาพของปัญหาในทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นคดี
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมการจัดตั้งศาลเฉพาะด้าน
ทั้งจะส่งเสริมสถาบันตุลาการให้มีเกียรติ ศักดิ์ศรี สามารถดำรงอำนาจอิสระของ
ผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

                ๑.๙ พัฒนาบุคลากรและกระบวนการวินิจฉัยเรื่องราวร้องทุกข์ ตลอดจนเตรียม
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องให้พร้อม เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งศาลปกครองให้ทันภายใน ๔ ปี

                ๑.๑๐ กระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นโดยจัดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหาร
ท้องถิ่นทุกระดับตลอดจนเพิ่มบทบาทและอำนาจในการตัดสินใจขององค์กรปกครอง
ท้องถิ่นให้อำนาจในการกำหนดนโยบายการพัฒนา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อมและการวางผังเมือง เพื่อให้ สอดคล้องกับหลักการปกครองตนเองในระบอบ
ประชาธิปไตยและจะส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับตำบลเป็นนิติบุคคล
เพื่อให้มีความคล่องตัวและร่วมแก้ปัญหาของประชาชนในตำบลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ๑.๑๑ ปรับปรุงหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
โดยแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน ลดหรือขจัดขั้นตอน
ที่ไม่จำเป็นและปรับปรุงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติงานเพื่ออำนวย
ความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชน

                ๑.๑๒ บังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองโดยเร่งรัด
และกวดขันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่าง
เคร่งครัดควบคู่ไปกับการปลูกฝังให้ประชาชนมีจิตสำนึกและตระหนักในการเคารพ
กฎหมายในกรณีที่กฎหมายใดล้าสมัยหรือไม่เป็นธรรมจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไข
หรือยกเลิกต่อไป

                ๑.๑๓ เพิ่มประสิทธิภาพระบบงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้
สามารถอำนวยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ด้วยการพัฒนาคุณภาพของเจ้าหน้าที่ จัดหาเครื่องหรือ ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี
ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจ

                ๑.๑๔ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการและ
หน่วยงานของรัฐด้วยการพัฒนาองค์กรและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและ
ปราบปรามดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของ
หน่วยงานของรัฐตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์การควบคุมภายใน
ดังกล่าวอย่างเคร่งครัดในขณะเดียวกันจะสร้างขวัญ กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย
การยึดหลักคุณธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ ตลอดจนการปรับปรุงค่าตอบ
แทนและสวัสดิการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

                ๑.๑๕ จะดำเนินการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยคำนึงถึงความพร้อม
และความจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


๒. นโยบายด้านความมั่นคง

                รัฐบาลตระหนักถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกและความมั่นคงภายใน
ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับได้มีการเสริมสร้างสันติภาพและความเข้าใจอันดี
ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายด้านความมั่นคง
ในทิศทางใหม่  ดังนี้

                ๒.๑ ปรับปรุงโครงสร้างกองทัพให้มีขนาดกระทัดรัด แต่มีกำลังพลที่เข้มแข็ง
และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อเป็นหลักประกันในการรักษาเอกราช อธิปไตย
และผลประโยชน์ของชาติ

                ๒.๒ ปรับปรุงระบบกำลังสำรองและการเรียกเกณฑ์ทหารให้เหมาะสมกับ
สภาพการณ์ใหม่ ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้มีการร่วมมือในด้านการทหารกับ
มิตรประเทศให้มากขึ้น

                ๒.๓ ปรับปรุงหลักสูตรของสถาบันการศึกษาทางทหารทั้งระบบให้สอดคล้อง
กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ

                ๒.๔ ส่งเสริมและพัฒนาบทบาทของกองทัพให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
ประเทศ รวมถึงการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งทางบกและทางทะเล

                ๒.๕ บำรุงขวัญและกำลังใจของทหารชั้นผู้น้อย ด้วยการปรับปรุงสวัสดิการและ
จัดให้มีการฝึกอาชีพให้มากขึ้นเพื่อรองรับการประกอบอาชีพเมื่อออกจากประจำการ


๓. นโยบายต่างประเทศ

                รัฐบาลจะยึดมั่นในพันธกรณีที่มีอยู่กับต่างประเทศตามสนธิสัญญาและความ
ตกลงต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติ และปฏิญญาสากล
ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และจะดำเนินนโยบายเพื่อให้บรรลุประโยชน์แห่งชาติ ทั้งในด้าน
ความมั่นคง การเมือง  เศรษฐกิจ และสังคม โดยตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง
ของสถานการณ์โลกและภูมิภาคซึ่งให้ความสำคัญต่อความร่วมมือกับนานาชาติ
ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างสถานภาพของประเทศไทยให้มีบทบาทมากขึ้น และมีโอกาสเป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงินและการคมนาคมในภูมิภาคนี้ โดยจะดำเนินนโยบาย ดังนี้

                ๓.๑ ส่งเสริมมิตรภาพ สมานฉันท์ และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                ๓.๒ เพิ่มพูน และพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับประเทศสมาชิกสมาคม
ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม รวมทั้งสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินการให้เขตการค้า
เสรีอาเซียนประสบผลสำเร็จ

                ๓.๓ ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญและประเทศ
ในภูมิภาคต่าง ๆ ภายใต้ระบบการค้าเสรี การแข่งขันอย่างเป็นธรรมตลอดจนร่วมมี
บทบาทในการลดความขัดแย้งระหว่างประเทศ อันเนื่องมาจากปัญหาทางการค้า
การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาโดยคำนึงถึง
ความพร้อมภายในประเทศเป็นหลัก

                ๓.๔ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการ วัฒนธรรมและการพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์กับประเทศต่าง ๆ ทั้งในระดับ ทวิภาคี และพหุภาคีโดยเพิ่มบทบาทของไทยในการ
ช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศ
เพื่อนบ้านอันจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์และความเข้าใจระหว่างประชาชนชาวไทย
กับประชาชนของประเทศเหล่านั้น

                ๓.๕ เสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศในด้านการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและสมดุล

                ๓.๖ อำนวยความสะดวก คุ้มครอง ตลอดจนส่งเสริมสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย 
แรงงานไทย และธุรกิจภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ


๔. นโยบายเศรษฐกิจ

                โดยที่ประชาชนบางส่วนของประเทศยังมีฐานะยากจน มีสภาพความเป็นอยู่ในระดับ
ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ความเจริญทางเศรษฐกิจยังมิได้กระจายไปทั่วถึงรัฐบาลนี้จึงมุ่งเน้น
การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกสาขาอาชีพให้สูงขึ้นพร้อมกับ
การกระจายความเจริญออกสู่ภูมิภาคและชนบท ในขณะเดียวกันรัฐบาลจะดำเนินนโยบาย
เศรษฐกิจแบบเสรี โดยใช้กลไกตลาดเป็นหลัก และขจัดการผูกขาดตัดตอนการแข่งขันที่
ไม่เป็นธรรม เพื่อที่จะรักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในระดับที่เหมาะสมอย่าง
ต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ เสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถ
แข่งขันกับนานาชาติ และมุ่งพัฒนาองค์ประกอบทางเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญ
ก้าวหน้าครบทุกด้าน โดยกำหนดนโยบายเพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายไว้ ดังนี้

                ๔.๑ ด้านการเงินการคลังรัฐบาลจะมุ่งรักษาวินัย และเสถียรภาพทางการเงินการคลัง
ของประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการเงินการคลังให้มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น โดยจะดำเนินนโยบาย ดังนี้

                     ๔.๑.๑ ดำเนินนโยบายการเงินการคลังอย่างรัดกุมเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ให้อยู่ในระดับต่ำ โดยระมัดระวังการใช้จ่ายเงินของภาครัฐบาลและเอกชนให้มีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับฐานะการเงินและความจำเป็นทางเศรษฐกิจของประเทศ

                     ๔.๑.๒ ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีทุกประเภทให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นรวมทั้ง
ปรับโครงสร้างและอัตราภาษีอากรให้ทันสมัย และมีผลเอื้ออำนวยต่อการขยายตัวทางด้าน
การผลิต การค้า การส่งออก ตลอดจนการลงทุนภายในประเทศรวมทั้งให้เกิดผลทางด้าน
ลดภาระภาษีแก่ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง

                     ๔.๑.๓ กำหนดมาตรการทางการเงินการคลัง เพื่อส่งเสริมการกระจายการผลิต
การจ้างงาน และการเพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตในภูมิภาค

                     ๔.๑.๔ จัดสรรรายจ่ายเพื่อการลงทุน ขยายบริการสาธารณูปโภคสาธารณูปการ
ขั้นพื้นฐาน การบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของประชากรทั้งในเมืองและชนบท และการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของปัจจัยการผลิต ที่รัฐ
จัดให้แก่เกษตรกรในสัดส่วนสูงขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๓๖ เป็นต้นไป

                     ๔.๑.๕ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนภูมิภาคและท้องถิ่นและกระจายอำนาจ
การบริหารงบประมาณไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างจริงจังรวมทั้งสนับสนุนให้รายได้
ที่จัดเก็บในท้องถิ่นใด ตกเป็นของท้องถิ่นนั้น ในอัตราที่เหมาะสม

                     ๔.๑.๖ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจให้มีฐานะการเงินที่มั่นคง
และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบกิจการบริการสาธารณะมากขึ้น
เพื่อลดภาระทางการเงินของรัฐ

                     ๔.๑.๗ ส่งเสริมการระดมเงินออกภาคเอกชนภายในประเทศอย่างจริงจังด้วยการ
เสริมสร้างตลาดการเงินและสถาบันการเงินภายในประเทศให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพรวมทั้ง
ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร เพื่อส่งเสริมการออมที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพของ
ประชาชน เช่น การออมเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อการศึกษาบุตร เพื่อเลี้ยงชีพหลังเกษียณอายุทำงาน
ตลอดจนการออกระยะยาวประเภทอื่น ๆ

                     ๔.๑.๘ กำกับดูแลสถาบันการเงินทั้งในตลาดเงินและตลาดทุน ให้มีความมั่นคง
และมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้สถาบันการเงิน
ทำหน้าที่กระจายทรัพยากรสู่ภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ตลอดจนตอบสนองความต้องการทาง
การเงินของประชาชนและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๔.๑.๙ พัฒนาระบบการเงินเสรี ด้วยการผ่อนคลายการควบคุมที่ไม่จำเป็น
และยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความคล่องตัว โดยคำนึงถึง
วินัยและคุณภาพ ของระบบการเงินควบคู่กันไป

                     ๔.๑.๑๐ จัดตั้งและสนับสนุนบทบาทสถาบันการเงินเฉพาะด้าน เพื่อสนับสนุน
การส่งออกโดยจัดตั้งธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าพร้อมกับสนับสนุนการกระจาย
ความเจริญและการลงทุน สู่ภูมิภาค โดยสนับสนุนสถาบันการเงินเฉพาะด้านที่มีอยู่แล้วให้จัด
สินเชื่อแก่ภาคการผลิตในภูมิภาคให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่อุตสาหกรรมขนาดย่อม
และอุตสาหกรรมในครัวเรือน

                     ๔.๑.๑๑ รักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในค่าเงินบาทโดยยึดระบบส่งเสริม
การค้าและการลงทุน และสร้างความเชื่อมโยงของระบบการเงินไทยกับระบบการเงิน
ของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้

                ๔.๒ ด้านการเกษตรรัฐบาลตระหนักว่า การแก้ไขความยากจนของเกษตรกรเป็นงาน
ที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และเป็นงานที่ต้องดำเนินการหลายด้านด้วยกันจึงได้กำหนด
นโยบายที่จะยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้น

                     ๔.๒.๑ จัดตั้งสภาการเกษตรแห่งชาติโดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนเกษตรกรเข้ามา
มีส่วนร่วมกับภาครัฐบาลและธุรกิจเอกชนในการประสานนโยบายการผลิต การแปรสภาพ
ผลผลิต และการตลาดอย่างเป็นระบบครบวงจร รวมทั้งจะใช้กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
ในการรักษาเสถียรภาพของราคาผลิตผลการเกษตร

                     ๔.๒.๒ ปรับปรุงระบบการผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ โดยกระจายการผลิต
ทางการเกษตรให้หลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรชนิดใหม่ ๆ ที่จะเชื่อมโยง
เข้ากับอุตสาหกรรมการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสม การเลี้ยงปศุสัตว์
การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง รวมทั้งการทำประมงร่วมกับต่างประเทศ

                     ๔.๒.๓ เร่งรัดพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำในไร่นา ตลอดจนการกระจาย
การก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหา
การขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม ในระยะยาวจะนำทรัพยากร
จากแหล่งน้ำนานาชาติ เข้ามาใช้ประโยชน์ตามสิทธิที่ประเทศไทยพึงมี รวมทั้งปรับปรุง
การบริหารการใช้น้ำชลประทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                     ๔.๒.๔ เร่งรัดการปฏิรูปที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ เพื่อกระจายสิทธิการ
ถือครองที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ และเกษตรกรที่ครอบครองทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐ
ประเภทต่าง ๆ โดยจะปรับปรุงกลไกการบริหารและการจัดการของรัฐ ตลอดจนจัดสรร
งบประมาณให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้โดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๔ ล้านไร่

                     ๔.๒.๕ สนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และระบบการเกษตรกรรม
ให้ทันสมัยและก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด
โลก ตลอดจนจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะ
พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ยและเคมีเกษตร ทั้งนี้รวมถึงการส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดหา
การพัฒนาเทคโนโลยี และการกระจายพันธุ์ที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกรด้วย

                     ๔.๒.๖ สนับสนุนการพัฒนาสถาบันเกษตรกรที่เชื่อมโยงระบบสหกรณ์และองค์กร
ของเกษตรกรทุกรูปแบบให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเพิ่มพูนอำนาจต่อรองของเกษตรกรกับกลุ่ม
ธุรกิจการค้า รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพของเกษตรกรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบ
อาชีพ โดยเน้นการฝึกอบรมและการฝึกอาชีพให้แก่เกษตรกร ยุวเกษตรกร และแม่บ้านเกษตร
อย่างต่อเนื่อง

                     ๔.๒.๗ สนับสนุนให้เกษตรกรประกอบกิจกรรมเสริมนอกภาคเกษตรให้มากขึ้น
โดยเผยแพร่ความรู้ในการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือน

                     ๔.๒.๘ ให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขภาวะหนี้สินของเกษตรกรด้วยการจัดให้มี
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการและปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร
รายย่อย นอกจากนี้จะปรับปรุงกลไกของรัฐในการอำนวยสินเชื่อการเกษตรอย่างจริงจังด้วย

                     ๔.๒.๙ เพิ่มมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกและการตัดไม้
ทำลายป่า อนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมโดยเร่งรัด
การปลูกป่าในพื้นที่อนุรักษ์ที่ถูกบุกรุกทำลายรวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้เศรษฐกิจ
ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง

                     ๔.๒.๑๐ ปรับปรุงระบบข้อมูลและข่าวสารการเกษตรให้ทันสมัย ถูกต้องและ
รวดเร็ว ทั้งในระดับภูมิภาคของประเทศและระดับนานาชาติ

                ๔.๓  ด้านอุตสาหกรรม

                โดยที่การพัฒนาอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
มีการกระจายไปสู่ภูมิภาคมากยิ่งขึ้น มีพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ดีและเพียงพอมารองรับ
รวมทั้งป้องกันมิให้เกิดปัญหามลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลจะดำเนินการ ดังนี้

                     ๔.๓.๑ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยการส่งเสริมการลงทุนพัฒนา
เทคโนโลยีการผลิต การตลาด และการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเร่งพัฒนาฝีมือ
แรงงานให้มีคุณภาพสูง และเพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งปรับปรุงกฎ ระเบียบ
และขั้นตอนการขออนุมัติ และการต่ออายุการประกอบกิจการอุตสาหกรรมให้เอื้ออำนวย
ต่อการลงทุน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้บริการและแนะนำการลงทุน

                     ๔.๓.๒ เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะช่วยสร้างงานในท้องถิ่น
ใช้วัตถุดิบในประเทศมาก ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูง มีความได้เปรียบในเชิงการผลิต และเป็น
พื้นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องอันได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรอุตสาหกรรม
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมงานโลหะ และอุตสาหกรรมเหล็ก ตลอดทั้งส่งเสริมระบบการรับช่วงการผลิตให้กระจายไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น

                     ๔.๓.๓ ดำเนินการส่งเสริมให้มีการกระจายการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบ
และใช้แรงงานมากออกไปสู่ภูมิภาคและชนบท โดยส่งเสริมให้มีการพัฒนาบริการพื้นฐานที่ได้
มาตรฐาน สนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนให้เพียงพอ รวมทั้งจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใน
ส่วนภูมิภาค สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้แก่อุตสาหกรรมในต่างจังหวัด
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดย่อมและอุตสาหกรรมในครัวเรือน ตลอดจนการประกอบการค้า
ด้านวิศวกรรมทั้งที่เป็นการสร้างหรือซ่อมเครื่องยนต์กลไกขนาดเล็ก

                     ๔.๓.๔ ปรับปรุงระบบงานด้านการควบคุม และติดตามการกำจัดมลพิษจากโรงงาน
อุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพโดยการตรวจสอบโรงงานอย่างสม่ำเสมอ

                     ๔.๓.๕ ส่งเสริมและกำหนดมาตรการจูงใจให้โรงงานอุตสาหกรรมเข้าอยู่ในเขต
นิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถควบคุมดูแลด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๔.๓.๖ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้าร่วมมีบทบาทและช่วยแบ่งเบาภาระการ
ดำเนินการของรัฐบางประการ เช่น การกำหนดและตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน
สินค้า การตรวจสอบโรงงาน

                ๔.๔ ด้านการพาณิชย์ระหว่างประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันทางด้าน
การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะการณ์ที่มีการ
กีดกันทางการค้าอย่างรุนแรง รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้

                     ๔.๔.๑ ส่งเสริมและขจัดอุปสรรคทางด้านการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกทั้งใน
ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการให้ตรงตามความต้องการของตลาด

                     ๔.๔.๒ สนับสนุนการค้าเสรีภายใต้พันธกรณีทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่าง
ประเทศ ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของชาติ โดยคำนึงถึงความพร้อมและขีดความสามารถ
ของประเทศ โดยเฉพาะจะให้ความสำคัญกับการเจรจาข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและอัตรา
ภาษีศุลกากรและการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน

                     ๔.๔.๓ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าแบบพหุภาคีกับกลุ่มความ
ร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจยุโรปกลุ่ม
ประเทศเอเชียแปซิฟิก กลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจเสรีอเมริกาเหนือเพื่อขยายโอกาสทาง
การค้าและการลงทุนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                     ๔.๔.๔ สนับสนุนความร่วมมือในการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อขยายการค้าและ
การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน

                     ๔.๔.๕ เจรจาแก้ไขข้อตกลง สนธิสัญญาตลอดจนพันธกรณีในเรื่องน่านน้ำ
ระหว่างประเทศและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของ
ประเทศ

                     ๔.๔.๖ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านโดยให้ความ
ร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการ การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้
เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

                     ๔.๔.๗ ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการวางแผนและกำหนดยุทธวิธี
ทางการค้ากับต่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุน

                ๔.๕ ด้านการพาณิชย์ภายในประเทศรัฐบาลจะมุ่งเน้นบทบาทในการกำกับดูแลให้
การค้าภายในประเทศดำเนินการไปตามกลไกการตลาดอย่างเป็นธรรมโดยจะดำเนินการ
ดังนี้

                     ๔.๕.๑ รักษาระดับราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพและสอดคล้องกับภาวะตลาด
ทั้งภายใน และภายนอกประเทศอย่างเป็นธรรมทั้งจะมุ่งขจัดการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร
ในเรื่องราคา ปริมาณ และคุณภาพ

                     ๔.๕.๒ คุ้มครองผู้บริโภคจากผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยการผูกขาดตัดตอนและการ
แข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

                     ๔.๕ ๓ ปรับปรุงระบบข่าวสารข้อมูลการค้าทั้งในด้านการผลิตและการตลาดให้
รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ เพื่ออำนวยประโยชน์ผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภค

                     ๔.๕.๔ ส่งเสริมระบบการประกันภัย เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้มี
ความมั่นคงและเติบโตยิ่งขึ้นพร้อมทั้งกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เอาประกันและ
ผู้รับประโยชน์

                ๔.๖ ด้านการคมนาคมเพื่อพัฒนาและขยายระบบการคมนาคมการสื่อสารและการขนส่ง
ให้ทั่วถึงทันสมัย และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคนี้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้

                     ๔.๖.๑ สร้างเส้นทางคมนาคมทางบก ให้กระจายและเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ
ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจะขยายถนนให้มีช่องทางเดินรถแยกการจราจรเป็น ๔ ช่องทาง
ตลอดเส้นทางสายประธาน สำหรับทางรถไฟจะเร่งรัดปับเป็นรางคู่ในเส้นทางที่มีความพร้อม

                     ๔.๖.๒ แก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ และเมืองที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคม
โดยใช้มาตรการด้านผังเมือง การเพิ่มผิวการจราจร การจัดระบบการขนส่งมวลชนและการกวดขัน
ด้านวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนเตรียมการป้องกันปัญหาดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นในเมืองอื่น ๆ
ในอนาคต

                     ๔.๖.๓ วางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการขนส่งและการสื่อสารให้สามารถรองรับ
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมใน
การลงทุน และให้บริการด้านการขนส่งและกิจการสื่อสาร

                     ๔.๖.๔ พัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำ และการขนส่งชายฝั่งทะเล โดยจัดสร้างท่าเรือ
ขึ้นในจุดที่จะเชื่อมโยงกับการขนส่งทางบก เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าในประเทศและ
ประหยัดการใช้พลังงาน

                     ๔.๖.๕ ดำเนินการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินและการขนส่ง
ทางอากาศในภูมิภาคนี้ รวมทั้งขยายการขนส่งทางอากาศภายในประเทศให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

                     ๔.๖.๖ พัฒนาข่ายการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมให้ทั่วถึงและทันสมัยโดยนำ
เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เพื่ออำนวยบริการให้สามารถรองรับการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ
และการเงินในภูมิภาคนี้

                ๔.๗ ด้านพลังงานเพื่อเร่งรัดพัฒนาแหล่งพลังงาน ให้สอดคล้องกับการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองโดยคำนึงถึงผลกระทบ
ต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้

                     ๔.๗.๑ จัดหาพลังงานไฟฟ้าและพลังงานอื่น ๆ ให้มีปริมาณเพียงพอ
ทันต่อความต้องการในระดับราคาที่เหมาะสมด้วยการเร่งสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงาน
ภายในประเทศตลอดจนร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาแหล่งพลังงานและการ
จัดหาพลังงาน

                     ๔.๗.๒ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแข่งขันด้านการค้า และการกลั่นน้ำมัน
อย่างเสรี รวมทั้งขจัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมภายในประเทศ

                     ๔.๗.๓ เร่งกำหนดมาตรการและดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้พลังงาน
อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด

                     ๔.๗.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและร่วมทุน
กับรัฐด้านพลังงานมากขึ้น

                     ๔.๗.๕ กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ อันเนื่องมาจากการพัฒนา
และการผลิตพลังงาน

                     ๔.๗.๖ เร่งรัดและวางมาตรการเพื่อลดปัญหามลพิษที่เกิดจากการใช้พลังงานใน
รูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการใช้ยานพาหนะในเมือง เช่น การกำหนดมาตรฐานไอเสีย
ยานพาหนะใหม่ การกำหนดมาตรการบำรุงรักษาเครื่องยนต์และการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน

                ๔.๘ ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยเหตุที่การเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็วในทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะที่ผ่านมามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายดังนี้

                     ๔.๘.๑ กำหนดเขตการใช้ประโยชน์ทีดินให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงสมรรถนะ
ของดินและศักยภาพของพื้นที่ เช่น เขตพื้นที่เกษตรกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม
ชุมชน และพื้นที่ป่าอนุรักษ์

                     ๔.๘.๒ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ทั้งป่าบก และป่าชายเลน โดยสนับสนุนองค์กร
ท้องถิ่นและประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าไม้และปลูกสร้างป่าชุมชน

                     ๔.๘.๓ เร่งรัดการอนุรักษ์ ควบคุม ดูแลแหล่งน้ำ มิให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม
โดยกวดขันให้มีการควบคุมคุณภาพน้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียก่อนระบาย
ลงสู่แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศรวมทั้งส่งเสริมการร่วมทุนของรัฐและเอกชน
ในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวม

                     ๔.๘.๔ กระจายอำนาจการจัดสิ่งแวดล้อมจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น
โดยให้จังหวัด ท้องถิ่นและประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการมากขึ้น

                     ๔.๘.๕ กำหนดมาตรการควบคุมการใช้ประโยชน์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
โดยประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่วิกฤติ

                     ๔.๘.๖ ปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน และประชาชนตระหนักในความสำคัญของ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนองค์กรเอกชนที่ดำเนินการ
ในเรื่องนี้

                ๔.๙ ด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้ให้แก่ประเทศ
เป็นจำนวนมาก ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงมีนโยบายดังนี้

                     ๔.๙.๑ ส่งเสริมให้เอกชนมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โดยรัฐจะเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกและสนับสนุนรวมทั้งจะกำกับดูแลกิจการมัคคุเทศก์
ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและมั่นใจของวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

                     ๔.๙.๒ ส่งเสริมและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศ ระดับ
ภูมิภาค และระดับนานาชาติ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างประเทศรู้จักประเทศไทยในแง่มุม
ที่ถูกต้องและทราบถึงความมีศักยภาพพร้อมมูลทั้งในด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุนและ
การจัดกิจกรรมนานาชาติ

                     ๔.๙.๓ พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ โดยเร่ง
ขยายโครงข่ายบริการพื้นฐาน พัฒนาอุตสาหกรรมบริการให้มีมาตรฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพ
ของบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

                     ๔.๙.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนท่องเที่ยวในประเทศให้มากขึ้น

                     ๔.๙.๕ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ในสภาพ
สิ่งแวดล้อมอันเกิดจากอุตาสหกรรมการท่องเที่ยวนั้นเอง


๕. นโยบายการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและชนบท

                แม้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยที่ผ่านมาจะประสบความสำเร็จ
ในระดับหนึ่งแต่ความเจริญดังกล่าวยังคงกระจุกอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มิได้กระจายไปทั่วประเทศก่อให้เกิดทั้งปัญหาในกรุงเทพมหานครและปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาครัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค
และชนบทอย่างเป็นระบบดังนี้

                ๕.๑ กระจายระบบบริการพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เช่น ระบบคมนาคมขนส่งระบบสื่อสาร
โทรคมนาคม ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ไปสู่ภูมิภาคให้ทั่วถึงและเพียงพอเพื่อขยายโอกาส
การพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค

                ๕.๒ จัดบริการพื้นฐานทางสังคม เช่น สถานศึกษา สถานพยาบาล ที่อยู่อาศัยที่มี
มาตรฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทอย่างทั่วถึง

                ๕.๓ สนับสนุนการกระจายการลงทุนของภาคเอกชนในภูมิภาคด้วยมาตรการส่งเสริม
การลงทุนในด้านภาษีอากรเป็นพิเศษและการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งของรัฐและ
เอกชน

                ๕.๔ ส่งเสริมโครงการประเภทต่าง ๆ ของเอกชนทั้งทางด้านธุรกิจการค้า การบริการ
การเกษตร และอุตสาหกรรม ตามศักยภาพที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การลงทุนและเพิ่ม
การสร้างงานในต่างจังหวัดให้มากขึ้น

                ๕.๕ ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน
ท้องถิ่น

                ๕.๖ พัฒนาแผนงานยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค ดังนี้

                     ๕.๖.๑ ภาคตะวันออก จะพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกอย่างต่อเนื่องตาม
ขั้นตอนต่อไปเพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจที่จะรองรับประชากรอีก ๒ ล้านคน

                     ๕.๖.๒ ภาคใต้ จะวางแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงทะเล
อันดามันกับอ่าวไทย ด้วยสะพานเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงการจัดการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมด้วย
และจะพิจารณาเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามความเหมาะสมในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดน
ภาคใต้

                     ๕.๖.๓ ภาคเหนือ จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศเพื่อเชื่อมโยง
กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน
ลาว และสหภาพพม่า

                    
๕.๖.๔ ภาคกลาง จะเร่งรัดพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญและนำน้ำเข้ามาเสริมในลุ่มน้ำ
เจ้าพระยาเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค

                     ๕.๖.๕ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเร่งรัดพัฒนาแหล่งน้ำและจะปรับโครงสร้าง
การผลิตทางเศรษฐกิจให้พึ่งพาการเกษตรน้อยลง ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการผลิต
และประตูการติดต่อค้าขายกับประเทศกลุ่มอินโดจีน ทั้งจะพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคม
ขนส่งเพื่อเชื่อมโยงกับชายฝั่งทะเลตะวันออกอีกด้วย



๖. นโยบายฟื้นฟูบูรณะกรุงเทพมหานคร


                เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อันเกิดจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและไม่มีระบบของ
กรุงเทพมหานคร รัฐบาลจึงมีนโยบายดังนี้

                ๖.๑ กำหนดแผนงานและโครงการฟื้นฟูบูรณะกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาในด้าน
การจราจร ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและปัญหา
ชุมชนแออัด โดยเร่งรัดการจัดระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน การปรับปรุงระบบรถโดยสาร
ประจำทางและรถไฟโดยสารชานเมือง การก่อสร้างโครงข่ายระบบถนนสายหลักและสายรอง
ให้เชื่อมโยงเป็นตาราง การจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียและการควบคุมมลพิษทางอากาศ
การขยายบริการระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้ได้มาตรฐานเพียงพอและทั่วถึงการก่อสร้าง
ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย การปรับปรุงชุมชนแออัด ตลอดจนการจัดให้มีสวนสาธารณะ
สนามกีฬา และสนามเด็กเล่นเพิ่มเติมในที่ดินของรัฐ

                ๖.๒ ดำเนินการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติตามโครงการโดยให้มี
การแบ่งภาระสัดส่วนการลงทุนและค่าดำเนินการที่เหมาะสมระหว่างรัฐบาลกรุงเทพมหานคร
และประชาชนผู้ใช้บริการอย่างเป็นธรรม

                 ๖.๓ สนับสนุนการจัดตั้งองค์กรประสานงานที่มีเอกภาพและมีอำนาจตัดสินใจเพื่อ
รับผิดชอบในการปฏิบัติตามโครงการ ตลอดจนประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ
เอกชนในการลงทุนตามโครงการต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร

                 ๖.๔ เร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองต่าง ๆ โดยบังคับใช้
กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

                ๖.๕ เร่งรัดแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและชุมชนแออัด โดยสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วน
ร่วมในการสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก ด้วยการส่งเสริมการลงทุนเป็นกรณีพิเศษและจัดเงินกู้
ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการนี้ให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ จะขยายการจัดบริการระบบสาธารณูปโภค
สาธารณูปการ โดยเฉพาะน้ำประปาและไฟฟ้าในเขตชุมชนแออัดให้ได้มาตรฐานเพื่อยก
ระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

                 ๖.๖ สนับสนุนให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมโยกย้ายไปตั้งที่ทำการนอก
กรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนคลายปัญหาการจราจร

                ๖.๗ พัฒนากรุงเทพมหานครให้เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่บริเวณชายฝั่ง
ทะเลตะวันออก และเชื่อมโยงกับท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ ๒ ที่หนองงูเห่ารวมทั้ง
ภาคกลาง ตอนบนเพื่อขยายเขตมหานครออกไป



๗. นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลจะเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการ
แข่งขันระหว่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงกำหนดนโยบายดังนี้

                ๗.๑ ส่งเสริมให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ให้ทันสมัและนำมาใช้สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตด้านเกษตร อุตสาหกรรม
และการบริการ รวมทั้งการจัดตั้งเขตประมวลและบริการสารสนเทศ

                ๗.๒ สนับสนุนความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐกับเอกชน
อย่างจริงจัง โดยร่วมกันกำหนดทิศทาง ลำดับความสำคัญ และเป้าหมายให้สอดคล้องกับ
ความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว

                ๗.๓ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในภาครัฐ ทั้งในด้านงบประมาณและกำลังคน
เพื่อให้มีขีดความสามารถทัดเทียมกับประเทศคู่แข่งขัน โดยเน้นด้านการวิจัยประยุกต์ เพื่อพัฒนา
เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตรายย่อย เพื่อเพิ่มผลผลิต
และการจ้างงาน

                ๗.๔ เร่งรัดให้มีการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
ต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการผลิต และพัฒนาบุคลากรเพิ่มขึ้นโดย
จัดสรรทุนการศึกษา การฝึกอบรม การวิจัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

                ๗.๕ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนในการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทดแทนการนำเข้า โดยให้สิทธิพิเศษทางภาษีหรือสิทธิ
พิเศษอื่น

                ๗.๖ สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากต่างประเทศ โดยให้สิทธิพิเศษ
ทางภาษีและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว

                ๗.๗ ขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี



๘. นโยบายทางสังคม

                การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ทำให้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดปัญหา
ในหลายด้าน รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยกำหนดนโยบายดังนี้

                ๘.๑ ด้านการศึกษา

                     ๘.๑.๑ เร่งขยายโอกาสการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษาในทุกรูปแบบให้ทั่วถึง
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความพร้อมทุกด้านให้แก่เด็กก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา

                     ๘.๑.๒ เร่งขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานจาก ๖ ปี เป็น ๙ ปี ให้ทั่วถึงโดยเร็วอย่างมี
คุณภาพ ทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนรวมทั้งสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ผู้บกพร่อง
ทางร่างกาย จิตใจ และผู้ด้อยโอกาสกลุ่มอื่น ๆ

                     ๘.๑.๓ พัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภททั้งในด้านเนื้อหาสาระ
และกระบวนการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยีอันเป็นฐานสำคัญต่อการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ที่จำเป็น และเหมาะสมต่อการ
พัฒนาประเทศ

                     ๘.๑.๔ เร่งอบรมปลูกฝังให้ประชาชนมีจิตสำนึกถึงความสำคัญของการ
มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน ในด้านคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม
และค่านิยมที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมโดยเน้นความร่วมมืออย่างจริงจังและใกล้ชิด
ของสถาบันการศึกษา ศาสนา สังคม และครอบครัว

                     ๘.๑.๕ จัดให้มีการศึกษาและฝึกอบรมอาชีพทั้งในและนอกระบบโรงเรียน
เพื่อพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงานทุกระดับ รวมทั้งส่งเสริมให้เอกชนและสถานประกอบการ
เข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษา และฝึกอบรมให้มากและกว้างขวางยิ่งขึ้น

                     ๘.๑.๖ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรจากองค์กรภาครัฐและเอกชน
สถานประกอบการ ชุมชน และแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและ
แลกเปลี่ยนข่าวสารการเรียนรู้

                      ๘.๑.๗ กระจายอำนาจการบริหารการศึกษาจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาคและไป
สู่สถานศึกษาให้มากขึ้น โดยการกำหนดขอบข่ายความรับผิดชอบของหน่วยงานทุกระดับอย่าง
ชัดเจนให้สถานศึกษามีความคล่องตัวในการเลือกวิธีการจัดดำเนินงานตามนโยบายรวมทั้ง
สนับสนุนให้บุคคลและองค์กรในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของชุมชนในรูปคณะ
กรรมการการศึกษา

                     ๘.๑.๘ ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาทุกสังกัดมีความคล่องตัวและมีความเป็นอิสระ
เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ

                     ๘.๑.๙ ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนมีบทบาทในการพัฒนา
ท้องถิ่นและประเทศชาติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการยกระดับคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ

                     ๘.๑.๑๐ ส่งเสริมบทบาทเอกชนในการร่วมจัดการศึกษาในทุกระดับให้มากยิ่งขึ้น

                     ๘.๑.๑๑ พัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูและมาตรฐานบุคลากรทางการศึกษาให้เป็น
วิชาชีพอย่างแท้จริง โดยการปรับกระบวนการผลิตและการใช้ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากร
ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

                     ๘.๑.๑๒ ปรับปรุงสวัสดิการที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรในสถาบันการศึกษาทุกระดับ
เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และความภาคภูมิใจในอาชีพ

                     ๘.๑.๑๓ ขยายกองทุนอาหารกลางวันให้ทั่วถึงในระดับก่อนประถมศึกษาและ
ระดับประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในวัยศึกษาเหล่านั้นได้มีการพัฒนาด้านสุขภาพอนามัย
อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งสนับสนุนให้มีกองทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษา
ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

                ๘.๒ ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

                     ๘.๒.๑ ทำนุบำรุงศาสนาและส่งเสริมสถาบันศาสนา โดยการพัฒนาการศึกษา
ของสงฆ์ และการฝึกอบรมบุคลากรทางศาสนาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นผู้นำในการ
พัฒนาจิตใจจริยธรรม และคุณธรรมของประชาชน

                     ๘.๒.๒ รณรงค์ให้ประชาชน องค์กร สถาบันต่าง ๆ และชุมชนเข้าร่วมใน
กิจกรรมการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

                     ๘.๒.๓ ดำเนินการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางการศึกษา
การค้นคว้า วิจัย การฝึกอบรม การอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุของชาติรวมทั้งการพัฒนา
ศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาค

                ๘.๓ ด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในด้านสาธารณสุขรัฐบาล
จึงกำหนดนโยบายด้านพัฒนาระบบบริหารและบริการสาธารณสุข ด้านการควบคุมโรคเอดส์
ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และด้านการผลิตและพัฒนาระบบบริหารและบริการสาธารณสุข
ด้านการควบคุมโรคเอดส์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรดังนี้

                     ๘.๓.๑ ให้มีระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ โดยมีเครือข่ายทั่วประเทศ และขยาย
บริการสาธารณสุขในภาครัฐทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ทั่วถึงรวมทั้ง
ให้มีการประสานงานบริการกับภาคเอกชน และมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ

                     ๘.๓.๒ กระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาคมากขึ้นโดยการ
จัดตั้งสาธารณสุขเขตให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อรับผิดชอบการให้บริการด้านการรักษา
การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคให้สอดคล้องกับความต้องการและปัญหาสาธารณสุข
ของท้องถิ่น

                     ๘.๓.๓ เร่งรัดงานสาธารณสุขมูลฐานในชนบทโดยเพิ่มขีดความสามารถของ
สถานบริการสาธารณสุขในระดับตำบลรวมทั้งขยายงานและพัฒนาคุณภาพสาธารณสุข
มูลฐานในเขตเมือง โดยเฉพาะชุมชนแออัดแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรเอกชน
ในการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานและผสมผสานการแพทย์แผนโบราณและสมุนไพร
เข้ากับระบบบริการสาธารณสุขของชุมชนอย่างเหมาะสม

                     ๘.๓.๔ ปรับปรุงระบบการประกันสุขภาพ ให้สามารถคุ้มครองลูกจ้างอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชน
ไทยประมาณ ๒๕ ล้านคน ที่ยังไม่หลักประกันสุขภาพได้มีการประกันสุขภาพโดยความสมัครใจ

                     ๘.๓.๕ ให้มีการสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาลแก่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ผู้สูง
อายุเด็กแรกเกิดจนถึง ๑๒ ปี และผู้พิการโดยให้ได้รับบัตรสงเคราะห์ในการรักษาพยาบาล
อย่างทั่วถึง

                     ๘.๓.๖ เร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ภาคเอกชนและองค์กรเอกชนสาธารณ
ประโยชน์ ร่วมมือกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
ในการป้องกันโรคเอดส์เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในกลุ่มเสี่ยง

                     ๘.๓.๗ จัดให้มีการบริการรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์โดยเตรียมบุคลากรไว้อย่างเพียงพอ
และให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคม
ได้อย่างปกติสุข

                     ๘.๓.๘ เร่งรัดจัดหาน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึงจัดให้มีส้วมที่ถูก
สุขลักษณะ และเร่งรัดเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
สิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สิ่งปฏิกูล และขยะติดเชื้อในสถานพยาบาล

                     ๘.๓.๙ รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และการ
เสพสารเสพติด ตลอดจนการใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างทั่วถึง

                     ๘.๓.๑๐ เร่งรัดการผลิต และพัฒนาสมรรถนะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
ให้มีคุณภาพ และมีปริมาณเพียงพอ โดยเน้นการกระจายบุคลากรดังกล่าวไปสู่ชนบทให้
มากขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างขวัญและกำลังใจพร้อมทั้งให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่
บุคลากรทุกระดับอย่างเหมาะสม

                ๘.๔ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยและความ
เป็นธรรม รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายดังนี้

                     ๘.๔.๑ เร่งรัดการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้สินค้าและบริการที่ดี มีความปลอดภัย
และมีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม โดยการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ตรวจสอบคุณภาพ
และมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

                     ๘.๔.๒ ส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมในการผลิตและควบคุม
ให้การโฆษณาสินค้าและบริการตรงกับความเป็นจริง

                     ๘.๔.๓ ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและปรับปรุงองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค
ให้มีความพร้อมในการทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

                     ๘.๔.๔ ส่งเสริมให้เอกชนรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรเพื่อมีบทบาทในการคุ้มครอง
และรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

                ๘.๕ ด้านแรงงาน
} รัฐบาลได้ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของแรงงานในการ
สนับสนุนการพัฒนาประเทศ ให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพจึง
ส่งเสริมให้มีการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาความรู้ ฝีมือ และทักษะ
เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพของผู้ใช้แรงงานทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ได้รับ
ค่าจ้างที่เหมาะสมและเป็นธรรมรวมทั้งได้รับการคุ้มครองด้านสภาพการทำงานและการ
จ้างงานตามกฎหมายอย่างครบถ้วนจึงกำหนดนโยบายดังนี้

                      ๘.๕.๑ ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานมีเสรีภาพ และได้รับการคุ้มครองแรงงานอย่าง
เต็มที่โดยให้มีสิทธิตั้งสหภาพแรงงานเพื่อการคุ้มครองแรงงานตลอดจนจัดสวัสดิการให้เข้า
มาตรฐานตามหลักสากลนิยมในการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับ
สภาวการณ์ของประเทศ

                     ๘.๕.๒ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานรัฐวิสาหกิจให้มีสิทธิหน้าที่และ
ความรับผิดชอบในขอบเขตที่เหมาะสมสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาและส่งเสริม
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยการห้ามนัดหยุดงานในกิจการอันเป็น
สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

                      ๘.๕.๓ ส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานภาคเกษตรในชนบท กลุ่มแรงงานยากจนในเมือง
เพื่อเสริมสร้างโอกาสการมีงานทำและช่วยยกระดับรายได้

                     ๘.๕.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดตั้ง
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงานและศูนย์ฝึกฝีมือแรงงาน โดยเฉพาะสำหรับแรงงานที่ต้องใช้ฝีมือและ
ความชำนาญสูง

                     ๘.๕.๕ ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพส่วนตัวขนาดเล็กในด้านข้อมูลทาง
วิชาการและแหล่งเงินทุน รวมทั้งจัดให้มีการฝึกสอนอาชีพต่าง ๆ ที่จะเสริมรายได้ให้เยาวชน
และแม่บ้านในชนบทในฤดูแล้ง และช่วงรอฤดูการเก็บเกี่ยว

                     ๘.๕.๖ วางกฎเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรมระหว่าง
ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการผลิต และภาวะค่าครองชีพ

                      ๘.๕.๗ ส่งเสริมระบบสวัสดิการแรงงานที่เหมาะสมและได้มาตรฐานโดยเฉพาะ
สำหรับแรงงานก่อสร้างนั้น จะส่งเสริมให้มีการจัดที่พักชั่วคราวที่ถูกสุขลักษณะรวมทั้งการ
จัดการศึกษาสำหรับบุตรหลานคนงานก่อสร้างในลักษณะโรงเรียนเคลื่อนที่

                      ๘.๕.๘ เสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพทั้งระบบทวิภาคีและระบบ
ไตรภาคี เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง
ที่เป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ โดยจะดำเนินการอบรมเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีความรู้ความ
เข้าใจในเรื่องสิทธิหน้าที่ ความรับผิดชอบ และประโยชน์อันจะพึงมีพึงได้ตามกฎหมายแรงงาน

                      ๘.๕.๙ ส่งเสริมให้มีความปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนาให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี
ในการทำงาน โดยปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน

                 ๘.๖ ด้านเด็ก และสตรีเพื่อคุ้มครองสิทธิและให้สวัสดิการแก่เด็ก และสตรี รัฐบาลจึง
กำหนดนโยบายดังนี้

                     ๘.๖.๑ สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตเมืองและชนบททั้งจะปรับปรุง
ห้องสมุดประชาชน ให้สามารถบริการเด็กและเยาวชนได้อย่างเพียงพอ

                      ๘.๖.๒ แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อสตรี โดยการแก้กฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยว
ข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้สตรีสามารถประกอบอาชีพได้เท่าเทียมชาย

                     ๘.๖.๓ สนับสนุนสถาบันครอบครัว หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันศาสนา
และสื่อสารมวลชน ให้มีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ปัญหา และพัฒนาเด็กและเยาชนโดย
เฉพาะปัญหาเด็กจรจัด แรงงานเด็ก โสเภณี และการมัวเมาหรือมีค่านิยมที่ผิดในสิ่งอบายมุข

                      ๘.๖.๔ ปลกฝังค่านิยมพื้นฐานให้แก่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในเรื่องความมี
เหตุผลการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ความมีน้ำใจนักกีฬา ความมีระเบียบวินัย การ
ประหยัดความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การ
พึ่งตนเองและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีบทบาทในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์
ให้มากขึ้นรวมทั้งให้ตระหนักในคุณค่าของการปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาการยึดมั่น
ในเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นกำเนิดและ
การรู้จักคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                ๘.๗ ด้านการกีฬา

                     ๘.๗.๑ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชนพัฒนาสุขภาพอนามัย
โดยการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา เพื่อความเป็นเลิศในการแข่งขันทั้งในระดับชาติและระดับ
นานาชาติ

                      ๘.๗.๒ เร่งพัฒนามาตรฐานการกีฬาของประเทศอย่างเป็นระบบ และเสริมสร้าง
สนาม กีฬาและอุปกรณ์การกีฬาให้เพียงพอแก่การที่จะเอื้ออำนวยให้นักกีฬาสามารถฝึกซ้อม
และเล่นกีฬาได้อย่างเต็มความสามารถ

                      ๘.๗.๓ เสริมสร้างสวัสดิการเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจของนักกีฬารวมทั้ง
สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการส่งเสริมการกีฬาของประเทศมากยิ่งขึ้น

                 ๘.๘ ด้านอื่น ๆเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ ของประเทศรัฐบาลมีนโยบาย
จะดำเนินการดังนี้

                      ๘.๘.๑ เร่งรัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดโดยใช้มาตรการทางกฎหมาย
อย่างเฉียบขาดตลอดจนร่วมมือกับสหประชาชาติและมิตรประเทศอย่างใกล้ชิดและผู้ขาย
ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

                      ๘.๘.๒ จัดให้มีระบบป้องกันอุบัติภัย ลดอุบัติเหตุและบรรเทาสาธารณภัย

                      ๘.๘.๓ ดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มบุคคลที่สมควรได้รับการดูแล
เป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ ให้ได้รับการศึกษา การฝึกอาชีพ และการจ้างงานเพื่อ
ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ

                     ๘.๘.๔ ดูแลความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่าง
มีความสุขท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติในการบริหารราชการแผ่นดิน
ตามนโยบายที่ได้แถลงมาทั้งหมดนี้ กระผมขอให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลจะมุ่งปฏิบัติหน้าที่
ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอันเป็นปณิธานสูงสุด
ของการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลกระผมเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือสนับสนุนด้วยดีจาก
ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติของรัฐสภา

*รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชุดที่ ๑๘ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ หนึ่ง)
  พุธที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕ หน้า ๑๙ - ๕๓

กลับไปหน้าแรก