คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔๘
 พลเอก สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี 
ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๓๕ -  ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๕
 แถลงนโยบาย เมื่อวันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๕



คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ   

                ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรี
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๓๕ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๕ นั้น บัดนี้คณะรัฐมนตรี
ได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินเรียบร้อยแล้วจึงขอนำเรียนให้ท่านสมาชิก
ผู้มีเกียรติได้ทราบถึงนโยบายและเจตนารมณ์ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
กระผมขอกราบเรียนในเบื้องต้นว่านโยบายนี้ได้กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการสร้าง
ความผาสุก ความมั่งคั่ง และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  สังคม การเมือง ให้แก่ประชาชน
และประเทศชาติสืบไป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

๑. นโยบายการเมือง

                รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาระบบการเมืองให้มีความมั่นคงเพื่อประโยชน์
ของประชาชนเป็นส่วนรวมโดยให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกหมู่เหล่า
ในทุกระดับ ทั้งนี้ ภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีนโยบายดังต่อไปนี้

                ๑.๑ เทิดทูนพระมหากษัตริย์ไว้เป็นที่เคารพสักการะอันสูงยิ่งและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ 
ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข

                ๑.๒ นับสนุนการพัฒนาพรรคการเมืองให้มีบทบาทในฐานะเป็นองค์กรหลักในการพัฒนา
การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดจนสร้างจิตสำนึก
ในหน้าที่ของชนชาวไทยที่มีตามรัฐธรรมนูญ ทั้งจะสนับสนุนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง
ในระดับชาติและระดับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

                ๑.๓ จัดให้มีการกระจายอำนาจการปกครองสู่ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปอย่าง
มีระบบและเหมาะสมกับสภาวะของแต่ละท้องที่ทั้งจะรีบเร่งพัฒาระบบการบริหารงานบุคคล
ระบบการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องต่อกันเพื่อรองรับการกระจายอำนาจดังกล่าว

                ๑.๔ สนับสนุนและส่งเสริมให้สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและ
ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

๒. นโยบายการบริหารราชการและการปรับปรุงกฎหมาย

                รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวความคิดจากการบริหารราชการในลักษณะของการ
ควบคุม มาเป็นการบริหารราชการในเชิงกำกับดูแล ส่งเสริมสนับสนุนและตอบสนองต่อการพัฒนา
ประเทศ โดยมีนโยบายดังนี้

                ๒.๑ ดำเนินการปรับปรุงการบริหารราชการ ดังต่อไปนี้

                     ๒.๑.๑ ปรับทัศนคติของข้าราชการให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน อุทิศตนแก่
ราชการและมุ่งปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวมให้มากขึ้น

                     ๒.๑.๒ ปรับปรุงระบบการทำงานของราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ
ประชาชน ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยขจัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นสามารถ
กระจายอำนาจและความรับผิดชอบลงสู่ระดับล่างได้และขจัดการซ้ำซ้อน ปรับระบบการอนุญาตการอนุมัติ
หรือการดำเนินการอื่นของข้าราชการและส่วนราชการให้มีหลักเกณฑ์การพิจารณากรอบกำหนด
แนวทางการใช้ดุลพินิจและระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน โดยให้เปิดเผยหลักเกณฑ์และ
ระยะเวลาดังกล่าวให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้า ตลอดจนปรับปรุงโครงสร้าง
และขั้นตอนการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณและการ
วางแผนให้สอดคล้องซึ่งกันและกัน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                     ๒.๑.๓ ปรับปรุงให้กระทรวง ทบวง กำหนดนโยบายแผนงานให้ชัดเจนและสอดคล้อง
กับนโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนาของประเทศ รวมตลอดทั้งให้มีระบบการติดตามเร่งรัดและ
การประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๒.๑.๔ เร่งรัดให้ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ขยายการบริการประชาชนไปสู่
ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น รวมตลอดทั้งให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุก ๆ ด้าน
ทั้งทางสารสนเทศและอื่น ๆ มาใช้ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
ตอบสนองต่อภารกิจหน้าที่ของรัฐและความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

                     ๒.๑.๕ สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการโดยการปรับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์
ที่เหมาะกับสถานภาพ และสอดคล้องกับค่าครองชีพให้มีระบบสวัสดิการที่เหมาะสมมีสิ่งแวดล้อม
ในการทำงานที่ได้มาตรฐานตลอดจนยึดหลักระบบคุณธรรมในการพิจารณาให้บำเหน็จความชอบ
และการเลื่อนตำแหน่งในระบบราชการ เพื่อให้สามารถสรรหาและรักษาข้าราชการที่มีคุณภาพไว้ได้

                     ๒.๑.๖ ส่งเสริมให้มีมาตรการที่ได้ผลในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในวง
ราชการ และดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดและได้ผลจริงจัง

                     ๒.๑.๗ ส่งเสริมและจัดระบบงานยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นการ
อำนวยความยุติธรรมให้รวดเร็ว และจัดตั้งศาลเพิ่มมากขึ้น

                ๒.๒ ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยสอดคล้องต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดความ
เป็นธรรมในสังคม และสอดคล้องกับนโยบายในการเปลี่ยนบทบาทของราชการจากการควบคุม
มาเป็นการกำกับดูและส่งเสริมและสนับสนุน โดยจะสนับสนุนให้สถาบันทางการศึกษา และการวิจัย
และนักวิชาการต่าง ๆ ตลอดจนสาธารณชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเสนอแนะด้วย

๓. นโยบายการกระจายการพัฒนาและสร้างความเป็นธรรมในสังคม

                รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชนบทเพื่อกระจายรายได้และแก้ไขปัญหาความยากจนของ
ประชาชนให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยมีนโยบายดังต่อไปนี้

                ๓.๑ ด้านการพัฒนาชนบท

                     ๓.๑.๑ กระจายการให้บริการประชาชนให้เกิดความรวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้น

                     ๓.๑.๒ กระจายอำนาจการบริหารและงบประมาณไปสู่ส่วนภูมิภาคเพื่อให้จังหวัดมี
บทบาทในการริเริ่มโครงการพัฒนาของจังหวัดให้เหมาะสมกับความจำเป็นและความต้องการ
ของประชาชนในพื้นที่

                     ๓.๑.๓ สนับสนุนให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยพัฒนาขีดความสามารถในการ
จัดเก็บรายได้ของส่วนท้องถิ่นปรับปรุงโครงสร้างระบบภาษีท้องถิ่นและกระจายรายได้ของรัฐ
ให้ท้องถิ่นมากขึ้น

                     ๓.๑.๔ พัฒนาสภาตำบลให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นและสามารถเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือ
ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นรากฐานในการเปลี่ยนเป็นนิติบุคคลได้เมื่อมีความพร้อม

                     ๓.๑.๕ เร่งรัดพัฒนาอาชีพเสริมที่สามารถทำได้ทั้งในและนอกฤดูการเกษตรเพื่อเพิ่ม
รายได้ของชาวชนบทให้สูงขึ้น

                     ๓.๑.๖ สนับสนุนให้บริการด้านเทคโนโลยีและการตลาดที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชน
สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและจำหน่ายผลผลิตได้โดยสะดวกและได้ราคาที่เป็นธรรม

                     ๓.๑.๗ เร่งรัดการกระจายบริการพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค
บริโภค และการสาธารณสุขพื้นฐาน เป็นต้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชนบทให้ได้มาตรฐาน
ทั่วถึง

                     ๓.๑.๘ ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการสินเชื่อสำหรับเกษตรกรเพื่อใช้ในกิจกรรม
อื่น ๆ นอกเหนือจากการเกษตร

                     ๓.๑.๙ จัดที่ทำกินให้แก่เกษตรกรซึ่งไร้ที่ทำกินโดยการใช้การปฏิรูปที่ดินหรือวิธีการอื่น
และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนผู้มีสิทธิในที่ดินแต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ

                     ๓.๑.๑๐ ปรับปรุงมาตรการและวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการจัดที่ดินทำกินให้ราษฎรเพื่อให้เกิด
ความเป็นธรรมในสังคมและมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยเฉพาะราษฎรที่เข้าไปอยู่อาศัย
ในพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว

                ๓.๒ ด้านการพัฒนาชุมชนสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง

                     ๓.๒.๑ พัฒนาบริการที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้องในเขตเมือง ตลอดจนบริการสาธารณูปโภค
สาธารณูปการที่เกี่ยวข้องให้ได้มาตรฐานที่เหมาะสมโดยทั่วถึง

                     ๓.๒.๒ ส่งเสริมและร่วมมือกับภาคเอกชนในการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานที่ขาดแคลน
เพื่อเพิ่มโอกาสทางเลือกในการประกอบอาชีพ และเพิ่มพูนรายได้โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุน
การพัฒนาอาชีพผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองให้สามารถช่วยตัวเองได้ตลอดจนจัดให้มีบริการด้านสุขภาพ
อนามัยและการศึกษาอย่างทั่วถึง

๔. นโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                รัฐบาลมีนโยบายอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
โดยจะดำเนินการดังนี้

                ๔.๑ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

                     ๔.๑.๑ อนุรักษ์ คุ้มครอง และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่ดิน ป่าไม้และ
ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ โดยจะใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและให้ประชาชน
ในพื้นที่มีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น

                     ๔.๑.๒ ดูแลการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตุผลเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้าน
เศรษฐกิจนันทนาการและการอนุรักษ์ควบคู่กันไปอย่างเหมาะสม

                     ๔.๑.๓ เร่งสร้างจิตสำนึกของประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของการ
อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติตลอดจนกระตุ้นให้เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการ
ดำเนินการดังกล่าว

                     ๔.๑.๔ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมประมงในน่านน้ำไทยเพื่อประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ
และสิ่งแวดล้อม

                ๔.๒ การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำ

                     ๔.๒.๑ รัฐบาลจะจัดทำแผนแม่บทสำหรับการอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ำและ
การบริหารน้ำอย่างเป็นระบบ ให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม
การเกษตรและเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยคำนึงถึงการพัฒนาระบบนิเวศวิทยา การอนุรักษ์และพัฒนา
ป่าไม้ต้นน้ำลำธารควบคู่กันไป พร้อมทั้งสนับสนุนให้องค์กรประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการ
พัฒนา บริหารและบำรุงรักษา

                     ๔.๒.๒ ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค

                     ๔.๒.๓ สนับสนุนส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการจัดหาน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมมากขึ้น

                     ๔.๒.๔ จัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำที่มิใช่เพื่อการเกษตรในอัตราที่เหมาะสมคุ้มกับการ
ลงทุนและเพื่อให้เกิดการประหยัดในการใช้น้ำ

                ๔.๓ การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้

                     ๔.๓.๑ ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าต้นน้ำลำธารโดยจะกวดขัน
ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ภาพถ่าย
ทางดาวเทียมในการควบคุมดูแลทั้งจะเร่งรัดประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ในพื้นที่ป่าที่ยังสมบูรณ์เพิ่มขึ้นโดยเร็ว

                     ๔.๓.๒ ดำเนินการสำรวจเพื่อจำแนกพื้นที่ป่าออกเป็นป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจให้
เสร็จสมบูรณ์โดยเร่งด่วน และนำผลจากการสำรวจมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง

                     ๔.๓.๓ สนับสนุนการปลูกป่าของเกษตรกรเพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าให้มากขึ้น

                     ๔.๓.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่าเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ
และการรักษาความชุ่มชื้น

                     ๔.๓.๕ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ชายเลนทั้งจะหามาตรการป้องกันและปราบปราม
ผู้บุกรุกป่าชายเลน

                ๔.๔ การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวกับพลังงาน

                     ๔.๔.๑ เร่งรัดการสำรวจ ผลิตและจัดหารแหล่งพลังงานทั้งในและต่างประเทศที่เหมาะสม
ให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับมาตรการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

                     ๔.๔.๒ ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งพลังงาน
เพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค

                ๔.๕ การแก้ไขปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม

                     ๔.๕.๑ เร่งรัดแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะ
ปัญหามลพิษในด้านน้ำ อากาศ เสียง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและกากของเสียจากชุมชน โรงงาน
อุตสาหกรรมและสถานประกอบธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลโดยมีหลักการให้
ธุรกิจหรือเอกชนที่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบทางการเงินในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
อย่างเป็นธรรม

                     ๔.๕.๒ ป้องกันอันตรายจากสารพิษและวัตถุอันตราย โดยปรับปรุงระบบควบคุมตั้งแต่การ
ขนส่ง การเก็บรักษา และการกำจัด รวมทั้งควบคุมตั้งแต่การขนส่ง และการกำจัดรวมทั้งควบคุมให้มี
การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

                     ๔.๕.๓ เร่งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงภัยอันตรายอันเกิดจากปัญหามลพิษ
และสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนบทบาทของชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชนให้มีส่วนร่วมในการแก้ไข
ปัญหาดังกล่าวร่วมกับภาครัฐ

๕. นโยบายด้านพัฒนาการเกษตร

                โดยที่รัฐตระหนักดีว่าภาคการเกษตรเป็นภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจส่วนรวมและ
ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้แต่เกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของ
ประเทศยังมีฐานะยากจน เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทีเทคโนโลยีต่ำ ผลผลิตและรายได้
จากการขายผลผลิตไม่แน่นอน รัฐจึงมีนโยบายให้ภาคการเกษตรเป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนา
ประเทศ โดยจะให้ความเอาใจใส่และมีมาตรการในการฟื้นฟูภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและมี
ประสิทธิภาพดังนี้

                ๕.๑ นโยบายด้านการผลิต

                     ๕.๑.๑ สนับสนุนเกษตรกรให้ปรับโครงสร้างการผลิต รวมทั้งการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์และ
การประมง ให้เหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่และความต้องการของตลาด

                     ๕.๑.๒ ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงบำรุงดินเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาการเกษตร
โดยจะเน้นบทบาทของรัฐในการลงทุนเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุและ
ปุ๋ยชีวภาพ

                     ๕.๑.๓ จะลงทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติและจะ
ส่งเสริมตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้แก่เกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี
แต่เพียงทางเดียว

                     ๕.๑.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและมีความต้านทานโรค
และศัตรูพืช จัดหาปัจจัยการผลิตรวมทั้งพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์และปุ๋ยให้เกษตรกรตามความจำเป็น
เหมาะสมและทันต่อฤดูกาล ตลอดจนจัดให้มีข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการผลิตและการตลาด

                     ๕.๑.๕ เน้นขยายสินเชื่อการเกษตรระยะยาวเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถฟื้นฟูระบบ
การเกษตรได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพรวมทั้งสนับสนุนธนาคารเพื่อการเกษตรและ
สหกรณ์การเกษตร ในการขยายสินเชื่อให้แก่เกษตรกรรายย่อยและยากจนภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรน

                     ๕.๑.๖ จัดสรรเงินเข้ากองทุนที่ดินเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินให้
มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองได้อย่างทั่วถึงและมีเป้าหมายที่จะดำเนินการเปลี่ยนสถานภาพ
กองทุนที่ดินดังกล่าวให้เป็นธนาคารที่ดินต่อไป

                ๕.๒ นโยบายด้านการตลาด

                     ๕.๒.๑ พัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตรภายในประเทศให้เกษตรกรมีโอกาสเลือกในการขยาย
ผลผลิตทางการเกษตรโดยไม่ผ่านคนกลางโดยการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรในระดับท้องถิ่นอย่าง
กว้างขวาง

                     ๕.๒.๒ ดูแลเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้รับผลตอบแทนจากการขาย
ผลผลิตทางการเกษตรในราคาที่เป็นธรรมโดยการแทรกแซงราคาหรือใช้มาตรการอื่นใดที่เหมาะสม
กับสภาวะของผลผลิตและสภาวะทางราคา

                     ๕.๒.๓ สนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและ
ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๕.๒.๔ ขยายกองรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมและกำกับดูแลการใช้เงิน
กองทุนให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกร

                ๕.๓ นโยบายส่งเสริมการเพิ่มพูนรายได้

                     ๕.๓.๑ กระจายอุตสาหกรรมการเกษตรให้กว้างขวาง เพื่อรองรับวัตถุดิบทางการเกษตรซึ่ง
จะช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการผลิตผลผลิตทางการเกษตรกว้างขวางขึ้นและมีปลักประกันใน
เรื่องราคาและแหล่งรับซื้อตามสมควร โดยสนับสนุนให้มีโรงงานแปรรูปผลผลิตสินค้าเกษตรในท้องถิ่น

                     ๕.๓.๒ สนับสนุนให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการ
เพิ่มรายได้ของเกษตร ตลอดจนให้เกษตรกรมีงานทำตลอดปีและสามารถเพิ่มรายได้จากการใช้ทีดิน

                     ๕.๓.๓ สนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมในลักษณะไร่นาสวนผสมเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

 ๖. นโยบายเศรษฐกิจ

                รัฐบาลยึดมั่นในระบบเศรษฐกิจเสรีและเน้นการรักษาเสถียรภาพและวินัยทางการเงิน การคลัง
เป็นเป้าหมายหลักควบคู่ไปกับการกระจายรายได้ในประเทศ สร้างความเป็นธรรมในสังคม ตลอดจน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นจะให้ความสำคัญแก่การเร่งพัฒนา
ขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวโดยต่อเนื่อง
และมุ่งที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายดังต่อไปนี้

                ๖.๑ ดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
เพื่อมิให้เกิดผลเสียต่อการพัฒนาประเทศและฐานะการครองชีพของประชาชน

                ๖.๒ ปรับปรุงสมรรถภาพความพร้อมขององค์กรภาครัฐ และเอกชนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ ให้
พร้อมที่จะปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศภายใต้สภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว

                ๖.๓ ปรับระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีภูมิคุ้มกันและขีดความสามารถที่จะขยายตัวเชื่อมโยง
กับระบบเศรษฐกิจสากลอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน เพื่อให้สามารถพัฒนาและแข่งขันกับประเทศที่
เจริญทางอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ภายใต้กรอบวินัยทางการเงิน การคลัง

                ๖.๔ เร่งพัฒนาขีดความสามารถในการระดมเงินออมภายในประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการ
เงินทุนในการพัฒนา ภายใต้กรอบการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินของสากลโลกโดยเฉพาะ
การพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทั้งการเงินและการค้าโดยจะพัฒนาทั้งทางด้านตลาด
ทุนและตลาดการเงินให้ได้มาตรฐานและสามารถสนองตอบความต้องการทางด้านการระดมทุนของ
ภาครัฐบาลและเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จะต้องคุ้มครองผู้ฝากและผู้ลงทุนอย่างจริงจังด้วย

                ๖.๕ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและวิธีการจัดเก็บของระบบภาษีอากรทั้งของรัฐและท้องถิ่น
ให้มีความชัดเจน เป็นกลาง และมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น

                ๖.๖ ในด้านการดำเนินการของภาครัฐวิสาหกิจจะขจัดอุปสรรคและข้อจำกัดในการขยายบริการ
สาธารณูปโภค สาธารณูปการ เพื่อให้มีปริมาณและคุณภาพที่จะสามารถรองรับการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมั่นคง

                ๖.๗ สนับสนุนให้นักธุรกิจไทยขยายการลงทุนและการค้าออกไปสู่ต่างประเทศให้มากขึ้น

                ๖.๘ ดำเนินนโยบายและมาตรการทางการเงิน การคลัง เพื่อจูงใจให้มีการพัฒนาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหามลพิษ ประหยัดการใชัพลังงาน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ขยายการลงทุนของนักธุรกิจไทยไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาระบบการสนับสนุนทาง
การเงินในรูปสินเชื่อเพื่อการส่งออก และการคุ้มครองการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ เป็นต้น

                ๖.๙ ปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วย
การค้าและภาษีศุลกากร (GATT) และการค้าเสรีของอาเซียน (AFTA) ขณะเดียวกันต้องดูแล
อุตสาหกรรมภายในประเทศมิให้ถูกกระทบกระเทือนจากนโยบายดังกล่าวด้วย

                ๖.๑๐ ด้านอุตสาหกรรม รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้

                     ๖.๑๐.๑ เร่งกระจายอุตสาหกรรมไปสู่ภูมิภาคโดยรัฐจะจัดให้มีสาธารณูปโภคสำหรับการ
ประกอบกิจการอุตสาหกรรมพร้อมทั้งจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและให้สิทธิประโยชน์ในด้าน
ส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนประกอบกิจการอุตสาหกรรมในต่างจังหวัด
โดยเฉพาะจะเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตทางเกษตร และวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่

                     ๖.๑๐.๒ ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศทั้งใน
ด้านคุณภาพแลต้นทุนการผลิต

                ๖.๑๑ ด้านพาณิชยการ รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้

                     ๖.๑๑.๑ ลดขั้นตอน กฎ ระเบียบ และข้อบังคับให้เอกชนสามารถประกอบธุรกิจได้โดย
สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                     ๖.๑๑.๒ เพิ่มบทบาทของสถาบันประกันภัยในการระดมทุนมาใช้ในการพัฒนาประเทศ
ให้กว้างขวาง

                     ๖.๑๑.๓ เร่งรัดการส่งสินค้าออกให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มขีดความสามารถและ
ประสิทธิภาพในการแข่งขันของผู้ผลิต ผู้ส่งออกในทุกวิถีทาง เช่น การลดต้นทุนการผลิตการปกป้อง
รักษาผลประโยชน์ทางการค้าและจะดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศในการเจรจาการค้าหลาย
ฝ่าย รวมทั้งการบุกเบิกขยายตลาดทั้งตลาดประจำและตลาดใหม่ อาทิ ตะวันออกกลางยุโรปตะวัน
ออก และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

               ๖.๑๒ ด้านการคมนาคมขนส่งและสื่อสาร รัฐบาลจะดำเนินการดังนี้  

                     ๖.๑๒.๑ เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการขนส่งและสื่อสารให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา
เศรษฐกิจซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการค้า
ในภูมิภาค โดยจะเร่งรัดโครงการที่คั่งค้างอยู่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว และดำเนินการโครงการใหม่ ๆ
เพื่อให้การขนส่งและสื่อสารเป็นตัวนำและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเร่งรัด
แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อาทิปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง
ทางสายหลัก รวมทั้งขยายโครงข่ายถนนให้ครอบคลุมพื้นที่ชนบทด้วย

                     ๖.๑๒.๒ เร่งรัดแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และปัญหาอื่นที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร
และปริมณฑล รวมทั้งเมืองศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาค โดยเร่งรัดแก้ไขการจราจรการขนส่งมวลชน
การสร้างขยายถนนและผิวจราจรและควบคุมความประพฤติของผู้ใช้ถนนให้มีวินัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ
ในการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะจัดให้มีแผนงานและโครงการ
ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งให้การสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                     ๖.๑๒.๓ เร่งรัดพัฒนาท่าอากาศยานพาณิชย์ให้สามารถรองรับการขยายตัวของการขนส่ง
ทางอากาศ และการท่องเที่ยวเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาค

                ๖.๑๓ ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและ
ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมตลอดทั้ง
วัฒนธรรมพื้นบ้าน เพื่อเป็นสิ่งจูงใจแก่นักท่องเที่ยว

๗.นโยบายการป้องกันประเทศ

               รัฐบาลมีนโยบายด้านการป้องกันประเทศดังต่อไปนี้

                ๗.๑ ปรับปรุงและพัฒนากำลังกองทัพให้มีขนาดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพพร้อมรบ ทันสมัย
และปรับปรุงระบบกำลังสำรองระบบการระดมสรรรพกำลังเพื่อการป้องกันประเทศและรักษาผล
ประโยชน์ของชาติ ตลอดจนผนึกกำลังทหาร กำลังกึ่งทหาร และกำลังประชาชนเพื่อรักษาความมั่นคง
และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

                ๗.๒ มุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการพึ่งตนเองในด้านการป้องกันประเทศโดยสนับสนุนและ
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการทหารรวมทั้งการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศโดยร่วมมือกับ
ส่วนราชการต่าง ๆ ภาคเอกชน และมิตรประเทศ

                ๗.๓ สนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพัฒนาประเทศ การพัฒนาเพื่อความมั่นคง
การช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาสาธารณภัย อีกทั้งจะบำรุงเสริมสร้างขวัญกำลังใจทหาร
และครอบครัวในด้านสวัสดิการและการดำรงชีพรวมทั้งสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและครอบครัวให้
ดำรงอยู่ได้ด้วยความเหมาะสมและสมเกียรติ

๘. นโยบายสังคม

                รัฐบาลมีนโยบายดังต่อไปนี้

                ๘.๑ เสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเร่งรัด
ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ โดยเฉพาะการปราบปรามผู้ตัดไม้
ทำลายป่า และผู้ประกอบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งป้องกัน
และปราบปรามการผลิตและการค้ายาเสพติดให้โทษอย่างเฉียบขาด

                ๘.๒ สนับสนุนการพัฒนาสังคมและจิตใจในระดับหมู่บ้าน เน้นคุณธรรมเป็นเครื่องนำทางชีวิต
ให้มีการปฏิบัติศาสนธรรมต่าง ๆและส่งเสริมให้ใช้ศาสนธรรมของชุมชนเป็นแนวทางการพัฒนา
สังคมและจิตใจให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

                ๘.๓ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขตาม
สมควร

               ๘.๔ ดูแล ฟื้นฟู และพัฒนา ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาพิเศษ เช่น ผู้พิการและ
ทุพพลภาพ ให้ได้รับการศึกษาและพัฒนาฝีมือหรืออาชีพ ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ

                ๘.๕ พัฒนาและคุ้มครองสตรีมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกกดขี่ข่มเหง

                ๘.๖ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยจะจัดให้มีแหล่งนันทนาการ สนามกีฬา
การฝึกอบรม ตลอดจนดำเนินการที่จะปลูกฝังทัศนคติที่ดี

                ๘.๗ ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทำนุบำรุงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติควบคู่ไป
กับการพัฒนาเศรษฐกิจ

                ๘.๘ เสริมสร้างระบบการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีหลักประกันที่สามารถสร้างความเป็นธรรม
ให้แก่ทั้งผู้ผลิตและประชาชนผู้บริโภคอย่างแท้จริง

                ๘.๙ จัดให้มีระบบป้องกันภัย โดยช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์และ
สนับสนุนองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันสาธารณภัยร่วมกัน

                ๘.๑๐ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย
มาใช้ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลรวมทั้งพัฒนาขยายงานคุมประพฤติให้
กว้างขวางขึ้นและปรับปรุงการพิจารณาอรรถคดีทั้งปวงให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                ๘.๑๑ ด้านการกีฬามีนโยบายดังนี้

                     ๘.๑๑.๑ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการกีฬาเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ตลอดจนพัฒนาสุขภาพของประชาชนให้มีพลานามัยสมบูรณ์โดยจะเร่งดำเนินการปรับปรุงกีฬา
อย่างเป็นระบบ และสร้างสนามกีฬาให้พอเพียงกับความต้องการของประชาชนขณะเดียวกัน
จะเน้นการพัฒนามาตรฐานการกีฬา เพื่อให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมนานา
ประเทศ

                     ๘.๑๑.๒ สนับสนุนภาคเอกชนให้เข้ามามีบทบาทร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา
มากยิ่งขึ้นโดยจัดหามาตรการให้เกิดแรงจูงใจในการที่ภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุน
กิจการกีฬาทุกประเภท

                     ๘.๑๑.๓ เสริมสร้างสวัสดิการ ขวัญและกำลังใจนักกีฬาเพื่อเป็นแรงจูงใจให้นักกีฬาสามารถ
ฝึกซ้อมและเล่นกีฬาได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

                     ๘.๑๑.๔ ส่งเสริมสถานศึกษาให้เน้นกิจกรรมการพัฒนาด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย
แก่เด็กและเยาวชนให้มีพลานามัยสมบูรณ์เพื่อให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกีฬาระดับชาติ
และนานาประเทศได้ดียิ่งขึ้น

๙. นโยบายด้านการศึกษา

                รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาประเทศโดยจะปรับปรุง
ระบบการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน และคุณภาพของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาผู้ศึกษา
ให้ประจักษ์ในคุณค่าของความเป็นมนุษย์และเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะดำเนินการดังนี้

                ๙.๑ เร่งเสริมสร้างและขยายโอกาสทางการศึกษา ทั้งในและนอกระบบการศึกษาเพื่อยกระดับ
การศึกษาภาคบังคับให้ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา
ในชนบทให้กว้างขวางและทั่วถึงยิ่งขึ้น

                ๙.๒ กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูอาจารย์ที่มีคุณภาพโดยปรับปรุงกฎระเบียบ
ต่าง ๆเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาอาชีว
ศึกษาและอุดมศึกษาให้กว้างขวางตลอดจนระดมทรัพยากรทั้งภาครัญและภาคเอกชนทั้งภายใน
และภายนอกประเทศมาแก้ไขปัญหาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

                ๙.๓ เร่งรัดพัฒนาการผลิตกำลังตนในสาขาวิชาการและวิชาชีพที่มีคุรภาพอย่างเพียงพอเพื่อแก้ไข
ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

                ๙.๔ สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความก้าวหน้าทางวิชาการใน
ด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อการพัฒนาประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศใน
อนาคตตลอดจนเพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพ
แวดล้อมในประเทศ

                ๙.๕ ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีเนื้อหาสาระทางวิชาการ ศิลป วัฒนธรรม และประเพณี
ที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นควบคู่ไปกับให้มีการเพิ่มพูนความรู้โดยใช้ระบบสื่อสารมวลชน

                ๙.๖ เสริมสร้างสวัสดิการ ขวัญ และกำลังใจแก่ครู อาจารย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มี
ความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล

                ๙.๗ ส่งเสริมการกระจายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับการกระจาย
ความเจริญไปสู่ภูมิภาคและชนบท

๑๐. นโยบายสาธารณสุข

                รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดย
มุ่งขยายบริการด้านสาธารณสุขให้ทั่วถึงเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้
อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนโยบายดังต่อไปนี้

                ๑๐.๑ เน้นการพัฒนาบริการการแพทย์ และสาธารณสุขอย่างทั่วถึงโดยปรับปรุงประสิทธิภาพ
ของการบริการทุกระดับ ให้มีความพร้อมทั้งในยามปกติและฉุกเฉินเร่งพัฒนาบริการในระดับ
ตำบล สนับสนุนและดำเนินการให้มีระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติเป็นเครือข่ายทั่วประเทศที่
ประกอบด้วยบริการสาธารณสุขภาครัฐทุกสังกัด กระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งภาคเอกชนเพื่อให้
ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการที่ดีมีคุณภาพเหมาะสมโดยเท่าเทียมกันมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่
มีประสิทธิภาพรองรับอย่างเหมาะสม

                ๑๐.๒ ให้การควบคุมและป้องกันโรคเอดส์เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนควบคู่ไปกับการให้
การรักษาพยาบาลผู้ป่วย และดำเนินการให้ผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ในสังคมอย่างปกติสุข
สนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เข้า
มามีส่วนร่วมในการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์อย่างจริงจังและต่อเนื่องในขณะเดียวกันก็
จะระมัดระวังมิให้การเผยแพร่ความรู้ในเรื่องนี้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของประเทศ

                ๑๐.๓ เร่งสร้างหลักประกันทางสังคมในการประกันสุขภาพของผู้มีรายได้น้อยบุคคลที่ควรช่วย
เหลือเกื้อกูล รวมทั้งผู้สูงอายุให้เหมาะสม

                ๑๐.๔ พัฒนาระบบสนับสนุนการส่งออกสินค้าประเภทอาหารและยาให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ

                ๑๐.๕ เร่งรัดการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านอาหาร ยา บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขให้ได้
สินค้าและบริการที่ดี มีคุณภาพ ราคายุติธรรม


๑๑. นโยบายแรงงาน

                รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้แรงงาน ให้มีโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง
เพื่อให้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพได้สอดคล้องกับความต้องการและความสามารถของแต่
ละบุคคล อันจะทำให้มีระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจะดำเนินการดังนี้

                ๑๑.๑ สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการค่าจ้างในระบบไตรภาคีให้สามารถดูแล
กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำได้อย่างเป็นธรรม

                ๑๑.๒ ส่งเสริมบทบาทของสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงาานแห่งชาติในการเสนอแนะเพื่อ
แก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงาน

                ๑๑.๓ เร่งแก้ไขให้ผู้ใช้แรงงานบางประเภทที่ยังได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการตามกฎหมาย
น้อยกว่าผู้ใช้แรงงานประเภทอื่นให้ได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกันและมีหลักประกันในอาชีพที่
มั่นคงและปลอดภัย

                ๑๑.๔ การสนับสนุนการพัฒนาฝีมือ ทักษะและความรู้ของผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะแรงงานใน
ชนบท ให้สามารถเลือกอาชีพหรือประกอบอาชีพส่วนตัวให้สอดคล้องกับความถนัดและความสามารถ
เพื่อจะได้ยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น

                ๑๑.๕ จัดให้มีระบบข้อมูลตลาดแรงงานในชนบทอย่างกว้างขวางและปรับปรุงกลไกของตลาด
แรงงานในชนบทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                ๑๑.๖ ดูแลผู้ใช้แรงงานไทยในต่างประเทศไม่ให้ถูกหลอกลวงในการหางานและในการทำงาน 
สร้างมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศ ตลอดจนสอดส่องดูแลสิทธิประโยชน์
และความปลอดภัยของแรงงานไทยในต่างประเทศ

                ๑๑.๗ ดูแลแรงงานสตรี เด็กและแรงงานไร้ฝีมือให้ได้รับความเป็นธรรมและได้รับการ
คุ้มครองตามกฎหมายอย่างจริงจัง

                ๑๑.๘ ปรับปรุงระบบการประกันสังคมให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์โดยสะดวกและ
รวดเร็ว

๑๒. นโยบายด้านต่างประเทศ

                รัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นอิสระสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ
สถานการณ์โลก และสมกับฐานะปัจจุบันของประเทศเพื่อให้บรรลุผลประโยชน์สูงสุดของชาติและ
ประชาชนชาวไทย โดยยึดถือหลักการของความเสมอภาคการเคารพในเอกราชอธิปไตยและ
บูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งการไม่แทรกแซงในกิจการภายในของกันและกันและยึดมั่นใน
พันธกรณีที่มีอยู่กับต่างประเทศตามสนธิสัญญาและความตกลงต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี
รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและจะเพิ่มพูนการร่วมมือ
กับนานาประเทศและกับองค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมและรักษาสันติภาพ เสถียรภาพความ
เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
ของประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางในการดำเนินนโยบายต่างประเทศดังต่อไปนี้

                ๑๒.๑ ส่งเสริมมิตรภาพ ความสมานฉันท์ และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะด้วยการเสริมสร้างความเชื่อมโยงผูกพันทางเศรษฐกิจการค้า
สังคม รวมทั้งการขยายเครือข่ายติดต่อและการคมนาคมในภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อสันติภาพเสถียรภาพ
ที่มั่นคง และความรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาคโดยส่วนรวม

                ๑๒.๒ กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งทาง
ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการรวมตัวทางเศรษฐกิจ

                ๑๒.๓ พัฒนาและปรับปรุงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
กับบรรดาประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมทั้งเสริมสร้างขยายความสัมพันธ์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
และการค้ากับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งนี้โดยจะประสานการดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

                ๑๒.๔ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการ วัฒนธรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุยย์
กับประเทศต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพิ่มบทบาทของไทยในการช่วยเหลือและสนับสนุน
การพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านซึ่งกำลังอยู่ในระยะบูรณะ
ฟื้นฟูประเทศ โดยการให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการและสังคมอันจะเป็นการกระชับความ
สัมพันธ์และความเข้าใจอันดีกับประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน

                ๑๒.๕ เพิ่มพูนบทบาทของประเทศไทยในประชาคมระหว่างประเทศ ในกรอบของสหประชาชาติ
และองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการดูแลรักษาสันติภาพ การปรับปรุงระบบการค้าเสรี
และเป็นธรรม อีกทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนา

                ๑๒.๖ ให้ความสำคัญในการคุ้มครอง ดูแลรักษาสิทธิและผลประโยชน์ที่เพิ่มพูนขึ้นของคนไทย
ในต่างประเทศ ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

                ๑๒.๗ ส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศไทยด้วยการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
ให้นานาประเทศเกิดความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยและวัฒนธรรมไทยรวมทั้งการใช้
วัฒนธรรมสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นสื่อช่วยส่งเสริมความเป็นมิตรทั้งในระดับรัฐและประชาชน

๑๓. นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                รัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งรัดการพัฒนาขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในประเทศ โดยให้เอกชนมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ โดยจะดำเนินการดังนี้

                ๑๓.๑ เร่งรัดพัฒนาบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ

                ๑๓.๒ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในประเทศให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมตลอดจน
ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

                ๑๓.๓ สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีที่ไม่มีผลเสียต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมตลอดจนส่งเสริมให้มี
การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศ

                ๑๓.๔ ส่งเสริมให้มีการขยายความร่วมมือกับต่างประเทศในการถ่ายทอดความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในฐานะผู้รับจากประเทศที่มีความเจริญสูงกว่าและในฐานะ
ผู้ให้กับประเทศที่มีระดับการพัฒนาต่ำกว่า


๑๔. นโยบายเร่งด่วน

                เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยแล้งและบรรเทาภัยดังกล่าวที่จะ
เกิดขึ้นในอนาคต รัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้

                ๑๔.๑ เร่งรัดการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
โดยจัดหาน้ำไปแจกจ่ายแก่ราษฎรที่ขาดแคลนและจัดส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วยเหลือ

                ๑๔.๒ สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาจากภัยแล้งด้วยตนเองโดยให้ความ
สนับสนุนในรูปของสินเชื่อการเกษตรที่มีดอกเบี้ยผ่อนปรน

                ๑๔.๓ เร่งรัดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลโดย
เร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความแห้งแล้งที่มีอยู่เฉพาะหน้าและในอนาคต

                ๑๔.๔ ดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงในบริเวณที่สามารถดำเนินการได้โดยเฉพาะบริเวณ
เหนือเขื่อน และอ่างเก็บกักน้ำ ตลอดจนพื้นที่การเกษตรต่าง ๆ ที่มีสภาพเหมาะสม

                ๑๔.๕ เร่งรัดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยจัดทำโครงการขุดลอกคู คลอง หนอง บึง
เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำต่อไป

                ๑๔.๖ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับจากภัยแล้งครั้งนี้โดยผ่อนผันการชำระหนี้
และให้มีโอกาสได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพื่อฟื้นฟูอาชีพ
ของตน

                ๑๔.๗ เร่งรัดให้มีการจ้างงานในชนบท โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบภัย เพื่อให้ประชาชนมี
รายได้เพิ่มขึ้นตามสมควร

                ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพในการบริหารราชการแผ่นดินตาม
นโยบายที่ได้แถลงมาข้างต้นนี้ กระผมขอให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะมุ่งปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงมานี้
อย่างเคร่งครัด และด้วยความก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติโดยจะดำเนินการในลักษณะที่มีความ
ชัดเจน และเป็นธรรม กระผมเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือสนับสนุนจากท่านสมาชิกรัฐสภาผู้มีเกียรติ
รัฐบาลจะสามารถทำให้นโยบายดังกล่าวสัมฤทธิผลบังเกิดประโยชน์และความผาสุกต่อประชาชน
ส่วนใหญ่ของประเทศได้สืบไป


*รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑/๒๕๓๕ (สมัยสามัญ ครั้งที่หนึ่ง)
  วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕ หน้า ๔ - ๒๑

กลับไปหน้าแรก