คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔๗
 นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
 ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๔ - ๗ เมษายน ๒๕๓๕
 แถลงนโยบาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๔


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานนิติบัญญัติแห่งชาติและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ   

               ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ
พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๔ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามประกาศ
พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๔ นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษา
หารือกับสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเพื่อกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน
เรียบร้อยแล้ว จึงขอนำเรียนให้ท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติผู้ทรงเกียรติได้ทราบ 
ดังต่อไปนี้


นโยบายการเมือง


                ๑. รัฐบาลจะเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไว้เป็นที่เคารพสักการะอันสูงยิ่ง และรักษาไว้ซึ่งสถาบัน
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุขและจะดำเนินทุกวิถีทางที่จะให้บังเกิดความสุขความเจริญแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า

                ๒.สนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับนโยบายข้างต้น
และปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้
สอดคล้องกับแนวทางของรัฐธรรมนูญดังกล่าว

                ๓.ส่งเสริมเผยแพร่ความรู้และสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

                ๔.จัดให้มีและควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม


นโยบายการบริหารราชการและปรับปรุงกฎหมาย


               จะปรับปรุงระบบบริหารราชการและกฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพและความคล่องตัว
ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ และให้เกิดผลในทางป้องกันและขจัดการทุจริต
และประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยมีนโยบายดังนี้

                ๑. ดำเนินการปรับปรุงการบริหารราชการ ดังต่อไปนี้

                     ๑.๑ วางระบบที่จะจำกัดจำนวนข้าราชการและลูกจ้าง พร้อมกับการเพิ่มรายได้และปรับปรุง
สวัสดิการ และวางมาตรการให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจ

                     ๑.๒ ปรับปรุงกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และวิธีปฏิบัติราชการให้เกิดความ
รวดเร็ว สามารถกระจายอำนาจและความรับผิดชอบลงสู่ระดับล่างได้และขจัดการซ้ำซ้อน
ปรับระบบการอนุญาต การอนุมัติหรือการดำเนินการอื่นของข้าราชการและส่วนราชการให้มี
หลักเกณฑ์และระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน พร้อมทั้งเปิดเผยหลักเกณฑ์และระยะ
เวลาดังกล่าวให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขจัด
ช่องทางในการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

                     ๑.๓ ส่งเสริมให้มีมาตรการที่ได้ผลในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
จะดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด และลงโทษผู้ทุจริตอย่างเข้มงวดกวดขัน

                    ๑.๔ ปรับปรุงโครงสร้างและขั้นตอนการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
 การงบประมาณ และการวางแผนให้สอดคล้องซึ่งกันและกัน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไป
อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                     ๑.๕ ปรับปรุงกฎหมายระเบียบข้อบังคับให้มีการกระจายอำนาจการบริหารราชการสู่ส่วน
ภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ
และการบริการประชาชน โดยดำเนินการจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่จังหวัดโดยตรง

                     ๑.๖ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ส่วนราชการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจหน้าที่ และในการให้บริการประชาชน

                ๒. ปรับปรุงระบบกฎหมายให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันและวาง
รากฐานสำหรับการพัฒนาในอนาคต โดยมีแนวทางดังนี้

                    ๒.๑ เปลี่ยนระบบการควบคุมเป็นระบบการกำกับติดตามหรือส่งเสริม เว้นแต่กรณีจำเป็น
ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

                     ๒.๒ ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยหรือไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันหรือที่เป็นอุปสรรค
ต่อการพัฒนาประเทศหรือการแข่งขันกันอย่างเสรี หรือที่สร้างขั้นตอนขึ้นโดยไม่จำเป็น

                     ๒.๓ จัดให้มีกลไกในการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและรวดเร็ว

                ๓.  ปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคม โดยจะดำเนินการออก
กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพเด็กและสตรีและกฎหมายคุ้มครองคนพิการ
รวมทั้งกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพและสุขภาพของผู้สูงอายุ


นโยบายการป้องกันประเทศ


                เพื่อให้การรักษาความมั่นคง เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์
ของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดนโยบายการป้องกันประเทศ ดังนี้

                ๑. เสริมสร้างและพัฒนากองทัพให้มีความเข้มแข็งทันสมัย พร้อมรบและเพียงพอที่จะปฏิบัติ
ภารกิจตามความรับผิดชอบ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์และฐานะทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ

                ๒. ส่งเสริมการเตรียมการตามระบบการผนึกกำลังป้องกันประเทศ โดยใช้กำลังทหารกำลัง
กึ่งทหาร กำลังข้าราชการ และกำลังประชาชน ร่วมกันต่อสู้ป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก
รักษาความสงบภายในประเทศ รวมทั้งการคุ้มครองทรัพยากรของชาติ

                ๓. พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้มีขีดความสามารถในการพึ่งตนเองและสนับสนุน
ส่งเสริมการวิจัยพัฒนา และการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ โดยร่วมมือกับส่วนราชการต่าง ๆ
ภาคเอกชน และมิตรประเทศ

                ๔. ปรับปรุงและส่งเสริมการสวัสดิการของทหารและครอบครัวให้ดีขึ้นและส่งเสริมการพัฒนา
กำลังพลในด้านวิชาชีพ เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพเมื่อออกจากประจำการรวมทั้ง
สงเคราะห์ทหารผ่านศึกและครอบครัวให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสมและมีเกียรติ

                ๕. สนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพัฒนาประเทศการปฏิบัติงานตามโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ การช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาสาธารณภัย


นโยบายต่างประเทศ

                เพื่อบรรลุผลประโยชน์สูงสุดของชาติโดยยึดถือและเคารพพันธกรณีที่มีอยู่กับต่างประเทศ
ตามสนธิสัญญา และความตกลงต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติ และ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่ออาเซียน ประเทศ
เพื่อนบ้าน และมิตรประเทศ รวมทั้งประเทศมหาอำนาจ จึงกำหนดนโยบายต่างประเทศ ดังนี้

                ๑. เร่งสร้างภาพพจน์ที่ถูกต้องของประเทศไทยพร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นแก่นานประเทศใน
ความต่อเนื่องของนโยบาย

                ๒. เสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคและความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ
ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค

                ๓. เพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคมและวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศ
อาเซียน

                ๔. พัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการและวัฒนธรรมกับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งกับประเทศเพื่อนบ้าน

                ๕. ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและแรงงานกับมิตรประเทศ
หรือกลุ่มประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย

                ๖. เพิ่มบทบาทของประเทศไทยในวงการเศรษฐกิจของโลก เพื่อสนับสนุนระบบการค้าเสรีและ
เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

                ๗. คุ้มครอง ดูและสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศให้ได้รับการปฏิบัติอย่าง
เป็นธรรม


นโยบายเศรษฐกิจ


                ในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีฐานที่มั่นคงและมีโอกาสจะขยายตัวสูงต่อไปในอนาคตอย่างไร
ก็ดีก็จำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาที่เกิดจากการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ
โดยเฉพาะปัญหาการกระจายรายได้ความยากจนและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม จึงกำหนดนโยบายไว้ดังต่อไปนี้

                ๑. แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าซึ่งเป็นความเดือดร้อนหรือมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และ
ปากท้องของราษฎรอย่างเร่งด่วน

                      ๑.๑ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรอันเนื่องมาจากฝนแล้งและราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
โดยการให้ความช่วยเหลือให้ทันต่อเวลา ด้วยการจัดสรรน้ำให้มีประสิทธิภาพซึ่งรวมถึงการจัดน้ำกิน
น้ำใช้ และน้ำเพื่อเกษตรกรรมตลอดจนเร่งรัดการป้องกันการระบาดของศัตรูพืชและจัดหาปัจจัย
การผลิตที่จำเป็นให้เกษตรกร

                     ๑.๒ เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองในด้านที่อยู่อาศัยโดย
จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยในระดับที่ดีพอสมควรและใช้
มาตรการทางด้านผังเมืองและภาษีอากร เพื่อให้การใช้ที่ดินในเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                     ๑.๓ เร่งผลักดันโครงการพื้นฐานที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์
แต่ประสบปัญหาความล่าช้าให้สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็วและเร่งทบทวนโครงการ
ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้รอบคอบโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ
เป็นหลัก

                     ๑.๔ สร้างความมั่นใจให้กลุ่มธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับโอกาสในการ
ประกอบธุรกิจการค้าและการลงทุน เพื่อเร่งการสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชน

                     ๑.๕ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางให้คืนสู่สภาพเดิม
โดยเร็ว โดยเร่งส่งเสริมภาพพจน์ที่ดีของประเทศในตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ

                ๒. ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นให้สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจ
ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

                     ๒.๑ ปรับบทบาทของภาครัฐจากการควบคุมมาเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนให้มี
บทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรีที่มีการแข่งขันโดยยุติธรรม

                     ๒.๒ ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมให้มีการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์
และให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการของรัฐวิสาหกิจมากยิ่งขึ้น

                     ๒.๓ ปรับปรุงอัตราภาษีและค่าธรรมเนียมทางราชการต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับสากลเพื่อลดภาระ
ในการประกอบธุรกิจ อันจะช่วยให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๒.๔ ดำเนินการให้ระบบการเงินของประเทศเป็นระบบเสรีมากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ของระบบการเงิน

                     ๒.๕ ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและ
การประกอบธุรกิจและลดขั้นตอนการติดต่อกับหน่วยราชการในการให้บริการประชาชนและ
ภาคเอกชน

                     ๒.๖ เสริมสร้างกลไกและขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐ ในการจัดระบบวิเคราะห์
ติดตามควบคุม และตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและ
ประชาชนอย่างแท้จริง

                     ๒.๗ ปรับปรุงกลไกและมาตรการในการส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ 
ข้อบังคับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก ตลอดจนดำเนินมาตรการที่จะลดต้นทุนการส่งออก
โดยแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและปรับปรุงระบบภาษีอากร
ให้เอื้ออำนวยต่อการส่งออกมากยิ่งขึ้น

                     ๒.๘ จัดระบบการดำเนินการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาการค้า
ระหว่างประเทศ เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมทางเศรษฐกิจ

                ๒.๙ ยกเลิกการห้ามตั้งและขยายธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมที่มีประกาศควบคุมอยู่ยกเว้น
ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศหรือศีลธรรม
อันดีงามของประชาชน

           ๓. แก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจและปัญหาที่เป็นผลสืบเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะปัญหาการกระจายรายได้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาการจราจรแออัดเพื่อยกระดับ
คุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

                     ๓.๑ จัดระบบการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งจากปัญหาภัยธรรมชาติราคาผลิตผลตกต่ำ
และปัญหาเรื่องหนี้สิน โดยการจัดระบบงบประมาณเพื่อการนี้ให้เพียงพอให้มีองค์กรรับผิดชอบ
อย่างแน่ชัด มีแผนงานและมาตรการที่รัดกุมเพื่อให้มีผลถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง

                     ๓.๒ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่นโดย
ส่งเสริมบทบาทของเกษตรกรในการวางแผนการผลิต รวมทั้งให้มีการจัดตั้งสภาการเกษตร
แห่งชาติ เพื่อให้เกษตรกรได้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายการผลิตให้เชื่อมโยงกับการตลาด

                     ๓.๓ เร่งรัดการปฏิรูปที่ดินให้มีประสิทธิภาพเพื่อกระจายการถือครองและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
ให้แก่เกษตรกร

                     ๓.๔ สนับสนุนให้มีการจัดหารปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย พันธุ์พืช และเคมีเกษตรที่มีคุณภาพ
ให้เพียงพอในราคาที่ยุติธรรมแก่เกษตรกร และส่งเสริมให้มีการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

                     ๓.๕ พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการบริโภค การส่งเสริมการเกษตร การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
และปรับปรุงบริหารการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                     ๓.๖ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐและประชาชนในท้องถิ่นในการพัฒนา
อุตสาหกรรมในชนบทเพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานและการกระจายรายได้ให้กว้างขวาง
ออกไป

                     ๓.๗ ปรับปรุงระบบโครงสร้างภาษีอากรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมปราศจากความซ้ำซ้อน
และป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี

                     ๓.๘ ให้มีการส่งเสริมการลงทุนเป็นการทั่วไป และมีการส่งเสริมเป็นพิเศษสำหรับกิจการ
ที่มีความสำคัญต่อการค้าและการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมในส่วนภูมิภาค
และการลงทุนที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนหรือแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม
ตลอดจนกิจการที่มีส่วนในการเพิ่มสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

                     ๓.๙ จัดให้มีมาตรการและกลไกในการแก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่อย่างมีเอกภาพ
และประสิทธิภาพ โดยจะใช้อำนาจรัฐทุกวิถีทางให้เกิดผลอย่างจริงจัง

       ๔. เพื่อวางรากฐานให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
จะดำเนินการดังนี้

                     ๔.๑ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมมากขึ้น โดยพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและ
ส่งเสริมให้สถาบันการเงินให้บริการได้มากประเภทขึ้น ตลอดจนเร่งรัดพัฒนาตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยให้เป็นสถาบันที่ส่งเสริมการลงทุนและการระดมทุนของเอกชนและรัฐวิสาหกิจ

                     ๔.๒ รักษาวินัยทางการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง โดยควบคุมงบประมาณแผ่นดิน
การก่อหนี้ต่างประเทศ และปริมาณเงินในตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

                     ๔.๓ ปรับปรุงระบบการจัดสรรและเบิกจ่ายของภาครัฐให้มีความคล่องตัวและมีความรัดกุม
ในการใช้จ่ายเพื่อให้ลดต้นทุนและเกิดประโยชน์สูงสุด


นโยบายสังคม


                เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยยึดหลัดของคุณธรรมและจริยธรรม
และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความผาสุก ความสงบเรียบร้อยในสังคม
จึงกำหนดนโยบายดังนี้

           ๑. เร่งรัดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ลดลง โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพล
ผู้ค้าและใช้อาวุธสงคราม นายทุนตัดต้นไม้ทำลายป่า และกลุ่มอิทธิพลที่แสวงประโยชน์จากเด็ก
 สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริต รวมทั้งปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างจริงจัง

                ๒. เร่งรัดการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลโดยเร็วที่สุด โดยใช้อำนาจที่มีอยู่ตาม
กฎหมายอย่างเต็มที่ในการปราบปรามการผลิต การค้าและการบริโภคยาเสพติด ปรับปรุงกฎหมาย
และการบังคับใช้กฎหมายให้บังเกิดผลอย่างแท้จริง รวมทั้งการร่วมมือกับสหประชาชาติและมิตร
ประเทศอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้จะดำเนินการกวดขันการใช้ยากระตุ้นประสาทอย่างเข้มงวดและเร่ง
ปราบปรามจับกุมผู้ผลิตและผู้ขายที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

                ๓. เสริมสร้างระบบการคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดเอกภาพและเกิดมีความร่วมมือในระหว่างส่วน
ราชการด้วยกัน เพื่อเป็นหลักประกันที่จะสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

                ๔. สนับสนุนให้ประชาชนและกลุ่มอาสาสมัครได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่
ตำรวจและฝ่ายปกครองในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และจัดให้มีการนำวิทยากร
และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการรวบรวมข่าวสารข้อมูลด้านอาชญากรรมระหว่างส่วนกลาง
กับส่วนภูมิภาค

               ๕. สนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ให้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการดำเนินการที่เป็นประโยชน์
ต่อสาธารณชน โดยปรับปรุงกฎระเบียบและภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง

                ๖. จัดให้มีระบบป้องกันอุบัติภัยและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์

                ๗. เร่งรัดควบคุมป้องกันโรคติดต่อโดยเฉพาะโรคเอดส์ให้ได้ผล และร่วมมือกับภาคเอกชนและ
องค์กรสาธารณประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักในภัยของโรคและเกิด
จิตสำนึกว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหานี้

                ๘. ปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริการสาธารณสุขให้สามารถตอบสนองความต้องการ
ของประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยดำเนินการดังนี้

                     ๘.๑ ยกระดับขีดความสามารถของสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะใน
ระดับตำบลและอำเภอ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ในเมือง โดยดำเนินการแก้ไข
การขาดแคลนแพทย์ และพัฒนาประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วย

                     ๘.๒ เร่งสร้างหลักประกันสำหรับบริการสุขภาพแก่ประชาชน ให้การสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย
ผู้ที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล และผู้สูงอายุ

                ๙. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้สามารถพัฒนาศักยภาพมนุษย์ รวมทั้งด้านจริยธรรมและคุณธรรม
เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ โดยมีแนวทางดังนี้

                     ๙.๑ เร่งขยายโอกาสและบริการทางการศึกษาในและนอกระบบให้กว้างขวางและทั่วถึง
เพื่อยกระดับการศึกษาพื้นฐานให้ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นอย่างต่ำรวมทั้งขยายการศึกษา
ปฐมวัยในชนบทเพิ่มขึ้น

                     ๙.๒ พัฒนาระบบบริหารสถาบันอุดมศึกษาของรัฐให้มีความเป็นอิสระคล่องตัว มีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลมากขึ้น ตลอดจนให้มีการร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั้ง
ภายในและภายนอกประเทศ และระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคธุรกิจเอกชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

                     ๙.๓ วางมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาจารย์ที่มีคุณภาพโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่มี
ความต้องการสูง

                     ๙.๔ เร่งรัดการศึกษาและการฝึกอบรมด้านอาชีพทั้งในและนอกระบบโรงเรียนเพื่อแก้ปัญหา
การขาดแคลนแรงงานฝีมือที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศ

                     ๙.๕ พัฒนาหน่วยงานทางการศึกษาในส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้มีความ
คล่องตัวในการบริหารการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรม

                ๑๐ เร่งปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้มีความชัดเจน เกิดความเป็นธรรมมีความคล่องตัว
ในการปฏิบัติ และมีผลเป็นการสนับสนุนด้านสวัสดิการแก่พนักงานลูกจ้าง

                ๑๑. เร่งรัดให้มีการประกาศใช้ปฏิญญาเพื่อเด็กและส่งเสริมสถาบันครอบครัว โดยเน้นการเตรียม
ความพร้อมของคู่สมรสก่อนมีบุตร และความรับผิดชอบในครอบครัวของบิดามารดา


นโยบายการยุติธรรม


                ๑. เร่งรัดการอำนวยความยุติธรรมของศาลให้เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึงและมี
ประสิทธิภาพ โดยปรับปรุงขบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับภาวะสังคมในปัจจุบัน

                ๒. ดำรงอำนาจอิสระของศาลในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดยแยกการบริหารงานฝ่าย
ตุลาการออกจากฝ่ายบริหาร และแยกศาลเป็นสถาบันอิสระเพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรม
แก่ประชาชน และเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


นโยบายทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานและสิ่งแวดล้อม


                เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม อนุรักษ์และพัฒนาการใช้พลังงานและป้องกัน
แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดนโยบาย ดังนี้

                ๑. อนุรักษ์และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งในด้านป่าไม้ ที่ดินแหล่งน้ำและทรัพยากร
อื่น ๆ โดยเสริมสร้างขีดความสามารถของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนใหชุมชนมีบทบาท
โดยตรงในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

                ๒. เร่งรัดการสำรวจ ผลิตจัดหาพลังงานให้พอเพียงและวางมาตรการจูงใจให้มีการใช้พลังงาน
อย่างประหยัด คุ้มค่ามีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

                ๓. ปรับปรุงกฎหมายให้หน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่อย่างแท้จริงที่จะกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติ
ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งประชาสัมพันธ์
รณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวมีความรับผิดชอบและมีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อ
เสริมสร้างคุณภาพชีวิตตลอดจนเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกับรัฐ

                ๔. พัฒนาระบบบริหารการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยจัดให้มีหน่วยงาน
รับผิดชอบอย่างครบวงจร ทั้งในด้านการวิจัยและการกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและด้านการกำกับให้มี
การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างจริงจังดำเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
โดยกำหนดให้ผู้มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมต้องร่วมรับภาระในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว

                ๕. เร่งรัดแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะปัญหามลภาวะ
ในด้านน้ำ อากาศ เสียง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและการของเสียจากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรมและสถาน
ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ในกรณีสำคัญและจำเป็นรัฐจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลภาวะของโรงงาน
อุตสาหกรรมโดยให้โรงงานที่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบทางการเงินในการแก้ไขปัญหา
ดังกล่าว

                ๖. ป้องกันอันตรายจากสารพิษและวัตถุอันตรายโดยปรับปรุงระบบควบคุมตั้งแต่การขนส่ง
การเก็บรักษา การใช้และการกำจัดรวมทั้งเร่งรัดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและ
รณรงค์ให้ชุมชนและองค์กรเอกชนมีบทบาทร่วมในการควบคุม


นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


                เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ
ในอนาคต จึงกำหนดนโยบายดังนี้

                ๑. เร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพโดย
จัดให้มีทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านการวิจัยเพิ่มขึ้น

                ๒.จัดให้มีกลไกสนับสนุนความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เช่น การจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์กรประเมินเทคโนโลยี

                ๓.จัดให้มีระบบสิ่งจูงใจต่อการพัฒนาและการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและ
เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อการนำเข้าและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
ตลอดจนใช้มาตรการสิ่งจูงใจทางการเงินและการคลัง เพื่อสนับสนุนการวิจัยของภาคเอกชน

                ๔. ปรับปรุงโครงสร้างและพัฒนากลไกเพื่อประสานงานระหว่างองค์กรรับผิดชอบการวิจัยและ
พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ

                ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินโยบายที่ได้แถลงมานี้
อาจยังไม่ได้ครอบคลุมทุกประเด็นแต่โดยที่รัฐบาลนี้มีเวลาในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างจำกัด
รัฐบาลจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายเฉพาะในส่วนที่เห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบ
ดำเนินการเพื่อให้เกิดรากฐานที่ดีในอนาคตและขจัดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและ
การบริการประชาชนให้หมดสิ้นไป สำหรับในเรื่องใดที่มิได้ระบุไว้ในนโยบายนี้รัฐบาลจะดำเนินการ
ไปตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเร่งรัดให้หน่วยราชการต่าง ๆ ปฏิบัติหน้าที่
ต่อไปตามแผนงานปกติที่มีอยู่แล้ว

                โดยเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นดังกล่าว กระผมหวังว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะให้
การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้วยดี เพื่อรัฐบาลจะสามารถบริหารประเทศไปด้วยความราบรื่น
เสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติและอำนวยความผาสุกให้แก่ประชาชนอันเป็นปณิธาน
ร่วมกันทั้งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและของรัฐบาลสืบไป


*รายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๓๔
  วันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๔ หน้า ๒๓ - ๓๗

กลับไปหน้าแรก