คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔๕
 พลตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ
เป็นนายกรัฐมนตรี
 ตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๓๑
แถลงนโยบาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๑


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ   

               ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรีตามประกาศ
พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๓๑และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ
ลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ กระผมและคณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินขึ้นโดย
คำนึงถึงความสุขของประชาชนการพัฒนาการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
เป็นประมุขการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคมตลอดจนความมั่นคงของชาติ และสถานะของประเทศไทย
ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และในโลกจึงขอแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีให้รัฐสภาทราบ ดังต่อไปนี้

นโยบายการเมือง

              รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์
และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและจะดำเนินการ
ทุกวิถีทางที่จะให้บังเกิดความสุขความเจริญแก่ประชาชน จึงกำหนดนโยบายไว้ ดังนี้

                ๑. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบทบาทพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและกระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ
ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงรวมทั้งมีความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน
ในฐานะประชาชนและให้มีส่วนร่วมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

                ๒. ส่งเสริมและปรับปรุงการกระจายอำนาจการปกครองสู่ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น


นโยบายการบริหารระบบราชการ

             เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินให้ตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนให้ดีที่สุด รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายในการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

             ๑. ปรับปรุงสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติ
หน้าที่ ขจัดข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไร้สมรรถภาพ

             ๒. ปรับปรุงระบบราชการให้เกิดความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนทั้งในส่วนกลาง
 ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น

             ๓. ปรับปรุงเงินเดือน ค่าตอบแทนให้แก่ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ในการ
ปกครองท้องถิ่นให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพ



นโยบายเศรษฐกิจ

             รัฐบาลนี้ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจให้บังเกิดความผาสุกและความอยู่ดีกินดี
ของประชาชน และให้ระบบเศรษฐกิจมีความคล่องตัวและสามารถปรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
ของเศรษฐกิจโลกเพื่อที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงแข็งแรง
ให้เอกชนสามารถแข่งขันตลาดโลกและพัฒนาตลาดภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ตลอดจนมุ่งเน้นส่งเสริมการกระจายรายได้และมุ่งรักษาเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ
                
                เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายเศรษฐกิจไว้ ดังนี้


             ๑. เศรษฐกิจทั่วไป


                   ๑.๑ สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามระบบ
เศรษฐกิจเสรี โดยภาครัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนและให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง
ภาครัฐบาลและภาคเอกชน

                 ๑.๒  ดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ตลอดทั้งภาคเอกชนมีบทบาทที่เกื้อกูลและ
ส่งเสริมการแสวงหา พัฒนา และขยายตลาดการค้าและการท่องเที่ยวตลอดจนการลงทุนจาก
ต่างประเทศเพื่อการสร้างงานและถ่ายถอดเทคโนโลยี

                 ๑.๓  ใช้กลยุทธการพัฒนาเศรษฐกิจที่สมดุลทั้งภาคเกษตรกรรมอุตสาหกรรมและบริการ

                 ๑.๔ มุ่งพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีโดยยัง
คงมีภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ
ควบคู่กันไป

                 ๑.๕ มุ่งกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ให้ทั่วถึงรวมทั้งการมุ่งพัฒนา
ชนบทอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทและปัญหาการกระจายรายได้
อย่างจริงจังตลอดจนมุ่งสร้างงานทั้งภาคเกษตรอุตสาหกรรมและบริการ

                 ๑.๖  ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับเพื่อส่งเสริมการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพมากขึ้นตลอดจนลดอุปสรรคต่อการประกอบการทางเศรษฐกิจที่เป็น
ประโยชน์ต่อส่วนรวม

                 ๑.๗ ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อให้รองรับกับเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังขยายตัว
อย่างรวดเร็ว

                 ๑.๘ ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเพื่อการส่งออกทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

            ๒. การเงินการคลัง

                  ๒.๑  ปรับปรุงโครงสร้างและระบบการจัดเก็บภาษีอากรให้เป็นธรรมและเอื้ออำนวยต่อการ
ขยายตัวทางเศรษฐกิจ

                   ๒.๒  กำหนดมาตรการด้านการเงินการคลังเพื่อรองรับและสนับสนุนการพัฒนาของภาค
เอกชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอันจะเป็นการเสริมสร้างฐานะทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปให้
แข็งแกร่งขึ้น

                   ๒.๓  มุ่งรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโดยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารด้าน
รายจ่ายของรัฐและควบคุมการก่อหนี้ให้อยู่ในขอบเขตที่สอดคล้องกับขีดความสามารถ
ของประเทศรวมทั้งการรักษาวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

                  ๒.๔ พัฒนาและเสริมสร้างระบบการเงินเพื่อระดมการออกในประเทศให้กว้างขวาง
 ยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาตลาดการเงินและตลาดทุนให้สามารถเกื้อกูลการลงทุน
ตลอดจนรักษาความมั่นคงของสถาบันการเงินของประเทศ

                  ๒.๕ มุ่งสนับสนุนการบริหารการเงินและการคลังส่วนท้องถิ่นให้มีอิสระและประสิทธิภาพ
สูงขึ้น


             ๓. อุตสาหกรรม

                 ๓.๑ ส่งเสริมการกระจายอุตสาหกรรมออกสู่ตลาดจังหวัด โดยจัดใหมีสิ่งอำนวยความสะดวก
ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ที่เพียงพอตลอดจนให้การสนับสนุนด้วยมาตรการด้านการเงิน
การคลังที่เหมาะสม

                 ๓.๒ ให้ความสำคัญลำดับสูงแก่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานและใช้วัตถุดิบซึ่งมาจากทรัพยากร
ธรรมชาติภายในประเทศ และอุตสาหกรรมที่อาศัยเทคโนโลยีโดยใช้ความแน่นอนด้านการตลาด
เป็นตัวนำ และมุ่งสู่พื้นที่ที่เหมาะสม

                 ๓.๓ มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดเล็กและอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกให้เป็น
พื้นฐานสำคัญของระบบอุตสาหกรรมของประเทศ

             ๔. เกษตรกรรม

                 ๔.๑ เพิ่มรายได้ของเกษตรกรด้วยการส่งเสริมและปรับปรุงระบบการผลิตให้สอดคล้องกับ
การตลาดทั้งภายในและนอกประเทศ ตลอดจนแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรตกต่ำอย่างจริงจัง
และมีผลอย่างถาวร

                    ๔.๒ มุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้นโดยสนับสนุนให้มีบริการ
ด้านเทคโนโลยี สินเชื่อการเกษตร ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ และข้อมูลการตลาดเพื่อเพิ่มผลผลิต
ปรับปรุงคุณภาพและลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรในระดับไร่นา

                    ๔.๓ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินโดยวิธีการปฏิรูปที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิทำกิน

                    ๔.๔ จัดให้มีองค์กรร่วมของภาครัฐบาล เอกชน และเกษตรกรเพื่อให้มีส่วนร่วมในการ
กำหนดนโยบายพัฒนาการเกษตรและตัดสินใจในการแก้ป้ญหาร่วมกัน

             ๕. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                     ๕.๑ ปรับปรุงระบบการบริหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อันประกอบด้วยที่ดิน
แหล่งน้ำ ป่าไม้ ประมง แร่ธาตุ และพลังงานในท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ต่อประเทศชาติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

                     ๕.๒ สนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง
มีระบบและต่อเนื่อง

                     ๕.๓ เร่งรัดการผลิตบุคลากรและการวิจัยในด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
และการอนุรักษ์

             ๖. บริการ

                     ๖.๑   พัฒนาแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการสร้างงานในประเทศและนำเงินตรา
ต่างประเทศเข้ามามากขึ้น โดยคงไว้ซึ่งคุณค่าของวัฒนธรรมไทย

                      ๖.๒ เพิ่มขีดความสามารถการบริการด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการเพื่อสนับสนุน
การพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมลงทุนในการดำเนินงานเพิ่มเร่งตอบ
สนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นให้ได้อย่างเพียงพอ

                      ๖.๓ ปรับปรุงการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถขยายบริการ
ได้กว้างขวาง พร้อมที่จะรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ


นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
   
               รัฐบาลนี้มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้
เข้มแข็งและเพียงพอที่จะสนองตอบต่อความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศ และปูพื้นฐานสำหรับการพึ่งตนเองทางเทคโนโลยีในระยะยาว จึงกำหนดนโยบายไว้ 
ดังนี้
              ๑. ส่งเสริมและผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการผลิต 
และสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุตสาหกรรม เกษตรและการพลังงานตลอดจนการจัดการด้าน
สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการป้องกันประเทศ

              ๒. เสริมสร้างองค์กรการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยให้เป็นแหล่ง
ระดมสรรพกำลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งจาก
ภาคเอกชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการตลาด

              ๓. พัฒนาวิธีการและเครื่องมือในการบริหารระบบสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ของภาคเอกชนในการแข่งขันกับต่างประเทศ

              ๔. มุ่งพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องให้เพียงพอ
และสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม


นโยบายการป้องกันประเทศ

              เพื่อให้การรักษาความมั่นคงของประเทศและการธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตยบูรณภาพ
แห่งดินแดน และการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรัฐบาลจึงกำหนด
นโยบายดังนี้

               ๑. จะปรับปรุงและพัฒนากองทัพประจำการให้มีขนาดที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพความพร้อมรบ
และความทันสมัยเพื่อให้มีขีดความสามารถในการป้องปรามและป้องกันประเทศได้ทุกระดับภัยคุกคาม
โดยคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ

             ๒. จะพัฒนาระบบกำลังสำรองให้มีความพร้อมและสามารถขยายกำลังในยามสงครามได้อย่าง
รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

               ๓. จะส่งเสริมและดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความพร้อมด้านทรัพยากรที่จะสนับสนุนการ
ระดมสรรพกำลังของชาติเพื่อการป้องกันประเทศ

               ๔. จะสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการทหารรวมทั้งการผลิตยุทโธปกรณ์ภายใน
ประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถพึ่งตนเองได้มากที่สุดโดยร่วมมือกับส่วนราชการ
พลเรือน ภาคเอกชน และมิตรประเทศ

               ๕. จะผนึกกำลังป้องกันประเทศ ทั้งกำลังทหาร กำลังกึ่งทหารตำรวจและราษฎรอาสาสมัครใน
รูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนข้าราชการและประชาชนเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันภัยคุกคามทั้งภายในและ
ภายนอกประเทศ

               ๖. จะสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชน
และการบรรเทาสาธารณภัยของชาติ

               ๗. จะบำรุงขวัญและกำลังใจของทหารโดยดำเนินการด้านสวัสดิการและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
รวมทั้งจะส่งเสริมการพัฒนากำลังพลที่เข้ารับราชการทหารให้มีความรู้ความสามารถในด้าน
วิชาชีพต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบสัมมาชีพได้ดียิ่งขึ้นเมื่อพ้นจากประจำการ

               ๘. จะสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและครอบครัว โดยเฉพาะทหารผ่านศึกที่ทุพพลภาพและครอบครัว
ของทหารที่เสียชีวิตจากการป้องกันประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม

นโยบายต่างประเทศ

              รัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระโดยยึดถือประโยชน์ของชาติเป็นหลัก 
เพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตยของชาติ และบูรณภาพแห่งดินแดนตลอดจนพิทักษ์และสร้างเสริม
ความมั่นคงของรัฐและผลประโยชน์ของชาติทั้งจะใช้การต่างประเทศในการส่งเสริมความเจริญ
เติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศกับให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและระหว่าง
ภาครัฐบาลกับภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีประสิทธิภาพและเอกภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้จะร่วมมือกับนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ยังประโยชน์ให้แก่ความมั่นคง
ของรัฐและการพัฒนาประเทศ โดยจะดำเนินนโยบายหลัก ดังต่อไปนี้

                 ๑. เคารพและรักษาสิทธิตามความตกลงที่ทำไว้กับต่างประเทศโดยยึดถือหลักแห่งความเสมอภาค
หลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ และหลักความเป็นธรรมทั้งจะเคารพและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักการ
ของกฎบัตรสหประชาชาติและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

                  ๒. ส่งเสริมสันติภาพและการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติระหว่างประเทศทั้งหลายบนหลักเคารพ
เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความเสมอภาค ความยุติธรรมการไม่แทรกแซง
ในกิจการภายในของกันและกัน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยสันติวิธี

                  ๓. ปรับปรุงความสัมพันธ์ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมืองโดยเฉพาะการขยายตลาดการค้า
ระหว่างกันและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและไมตรีจิตกับประเทศเพื่อนบ้านให้อยู่ร่วมกันโดย
สันติ และสมานฉันท์ในลักษณะที่ตอบสนองผลประโยชน์ร่วมกันตลอดจนจะพยายามและส่งเสริม
ให้มีการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคและปัญหาระหว่างประเทศโดยวิธีการทางการเมืองและการทูต

                  ๔. เสริมสร้างและกระชับไมตรีความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีตะวันออกเฉียงใต้ให้
แน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดจนสนับสนุนมาตรการที่จะให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลางเพื่อให้บรรลุถึงซึ่งสันติภาพทางการเมืองและ
เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยแท้

                 ๕. ดำเนินและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอย่างสมดุลสอดคล้องกับผลประโยชน์
ของชาติ ในลักษณะที่จะเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ และนำไปสู่ความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดสันติภาพ เสถียรภาพ
และความก้าวหน้าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค

                 ๖. ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งในระดับทวิภาคี
และพหุภาคีเพื่อให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการเพื่อขยายตลาดสินค้าเกษตรกรรม
และอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ตลอดจนแหล่งเงินทุน วัตถุดิบ เทคโนโลยีและวิชาการและเพื่อ
การพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศซึ่งจะส่งเสริมความเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจ และยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น

                ๗. ดำเนินงานด้านสารนิเทศเพื่อให้ต่างประเทศและประชาชนชาวไทยทั่วไปมีความเข้าใจ
ในนโยบายต่างประเทศของไทย และการดำเนินการในความสัมพันธ์กับต่างประเทศขณะ
เดียวกันจะได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กับประเทศไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยใน
ต่างประเทศเพื่อให้เป็นที่รู้จักและเกิดความเข้าใจที่ดีต่อประเทศไทยและคนไทย

                 ๘. คุ้มครองและดูแลทุกข์สุข สิทธิและผลประโยชน์ของคนไทยและรักษาผลประโยชน์ของ
ชาติไทยในส่วนรวมให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากนานาประเทศ


นโยบายสังคม

                   รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างความยุติธรรมทางสังคม และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งในด้านโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาสุขภาพอนามัยและการให้หลักประกันความมั่นคงในชีวิต
ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีศีลธรรมและดำรงไว้ซึ่งศิลปะ วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติโดย
กำหนดนโยบาย ดังนี้

            ๑. ความสงบเรียบร้อยในสังคม

                   ๑.๑  รักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด
โดยเด็ดขาด

                   ๑.๒  เสนอและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับภาวะความเป็นอยู่ของสังคมในปัจจุบัน
และให้มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

                   ๑.๓  พัฒนาและปรับปรุงระบบขบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วตลอดจน
กระจายระบบงานอำนวยความยุติธรรมออกไปยังประชาชนให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

                   ๑.๔  เร่งรัดปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบและองค์การที่เกี่ยวกับแรงงานให้มีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น

                  ๑.๕  ดำเนินการหาทางแก้ไขปัญหาผู้อพยพและผู้พลัดถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเร็ว
อย่างถาวร และเพิ่มการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรไทยตามบริเวณชายแดนซึ่งถูกกระทบ
กระเทือนจากปัญหาผู้อพยพ โดยร่วมมือกับประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

           ๒. การศึกษา

                   ๒.๑ กระจายโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนอย่างทั่วถึงโดยเน้นทั้งการปรับปรุงการผลิต
และพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและพัฒนาคุณภาพและความ
เสมอภาคของระบบการศึกษาเพื่อส่งเสริมจริยธรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การศึกษา 
ตลอดชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม พลานามัยตลอดจนการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

                    ๒.๒ ส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น

                    ๒.๓ เร่งรัดการส่งเสริมการอนุบาลชนบทการขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับมัธยม
ศึกษาโดยจะจัดควบคู่ไปกับการขยายการศึกษาภาคบังคับและการเตรียมพื้นฐานอาชีพให้กับ
นักเรียนทุกระดับ เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน ตลอดจนส่งเสริมศีลธรรมจริยธรรม และวินัยของ
นักเรียนและคนในชาติเป็นพิเศษ

                     ๒.๔ สร้างทัศนคติด้านความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

                     ๒.๕ สนับสนุนการวิจัยค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อนำผลมาใช้
ในการพัฒนาประเทศและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน

            ๓. สาธารณสุข

                     ๓.๑ เร่งรัดการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐานทั้งในท้องถิ่นชนบทและชุมชนแออัดใน
เขตเมือง

                     ๓.๒ ปรับปรุงคุณภาพบริการสาธารณสุขของรัฐทุกประเภทและทุกระดับโดยมุ่งเน้น
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานสาธารณสุข ระบบข้อมูลองค์กรหรือกลไกการประสานนโยบาย
และการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการให้บริการทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน ทั้งนี้ 
จะคำนึงถึงเรื่องประสิทธิภาพและประหยัดเป็นหลัก

                      ๓.๓ ปรับปรุงระบบการประกันสุขภาพที่มีอยู่ให้เหมาะสมและให้การสงเคราะห์แก่
ผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล

                      ๓.๔ ส่งเสริมให้หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ดำเนินกิจกรรมที่ช่วยยกระดับสุขภาพอนามัย
ของประชาชนให้สูงขึ้น สร้างพฤติกรรมอนามัยที่ดี ปรับปรุงการสุขศึกษาและแก้ไขปัญหา
ทันตสาธารณสุข รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาสาธารณสุข
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองผู้บริโภค

                      ๓.๕ ฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยและการใช้สมุนไพรให้เป็นประโยชน์แพร่หลายตามความ
ต้องการของท้องถิ่นและฟื้นฟูอุตสาหกรรมยาภายในประเทศให้มั่นคงพึ่งตนเองได้โดยเน้น
ความปลอดภัยและประสิทธิภาพการบำบัดโรคในราคาที่เหมาะสมและกระจายไปสู่ผู้ใช้อย่าง
ทั่วถึงตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอื่น ๆ เพื่อการส่งออก

           ๔. บริการสังคม

                     ๔.๑ ส่งเสริมการกีฬาอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและพัฒนา
มาตรฐานการกีฬา เพื่อให้มีขีดความสามารถในการเข้าแข่งขันกีฬากับนานาชาติได้ดียิ่งขึ้น

                     ๔.๒ เร่งรัดช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยในเรื่องที่อยู่อาศัยทั้งที่ดำเนินการโดยรัฐ
และเอกชน โดยเฉพาะในภูมิภาค

                     ๔.๓ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนแออัดในเมืองอย่างเป็นระบบ

                     ๔.๔ ส่งเสริมและประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการพัฒนาสตรี เด็ก
 และเยาวชน รวมทั้งสวัสดิการคนชรา และคนทุพพลภาพ

                     ๔.๕ ส่งเสริมสถาบันศาสนาและองค์การของเอกชนให้มีบทบาทและส่วนร่วมในกระบวนการ
พัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมมากขึ้นท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลาย
ในการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่ได้แถลงมาข้างต้นนี้กระผมขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาล
นี้จะดำเนินการโดยยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งและปฏิบัติตามนโยบายโดยเคร่งครัดเพื่อนำ
ความก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติ และนำความสงบเรียบร้อยและความสุข ความเจริญมาสู่ประชาชน
สมดังเป้าหมายที่ได้แถลงไว้แล้วทุกประการ ขอบพระคุณครับ


*รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑/๒๕๓๑ (สมัยสามัญ)
  วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ หน้า ๓ - ๑๖

กลับไปหน้าแรก