คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔๔ 
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
เป็นนายกรัฐมนตรี
 ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๒๙ - ๔ สิงหาคม ๒๕๓๑
แถลงนโยบาย เมื่อวันพุธที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๙



คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ  

 
               ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ
พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๒๙ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรม
ราชโองการ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ นั้น กระผมและคณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายใน
การบริหารราชการแผ่นดินขึ้นโดยคำนึงถึงความสุขของประชาชน การพัฒนาการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของชาติในด้านต่าง ๆจึงขอแถลงเพื่อให้รัฐสภาทราบนโยบาย ดังต่อไปนี้

นโยบายการเมืองและการบริหาร

                รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ 
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างเคร่งครัดและจะ
ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะบังเกิดความสุข ความเจริญแก่ประชาชนในทุกด้าน โดยกำหนด
นโยบายดังนี้

                ๑. จะรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม เพื่อให้บังเกิดความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สินของประชาชน โดยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ลดลงและขจัด
การมีและการใช้อาวุธสงครามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาดพร้อมทั้งปรับปรุง
ประสิทธิภาพของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้สามารถรักษาความศักดิ์สิทธิ์
ของกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม ทั้งจะส่งเสริมและสนับสนุนประชาชนให้มี
บทบาทและส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อยอีกทางหนึ่งด้วย

                  ๒. จะปรับปรุงสวัสดิการ และความเป็นอยู่ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
ให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซื่อสัตย์ สุจริตมีคุณธรรม
และบังเกิดผลดีต่อประชาชนโดยส่วนรวมในขณะเดียวกันจะขจัดข้าราชการและเจ้าหน้าที่อื่น
ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไร้สมรรถภาพให้พ้นจากวงงานของรัฐและจะเสริมสร้าง
ระบบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการและระบบการตรวจ
เงินแผ่นดินให้มีอิสระและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                  ๓. จะปฏิรูประบบราชการให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการบริการ
ประชาชนโดยการปรับปรุงส่วนราชการให้สอดคล้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม
ขจัดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงาน กระจายอำนาจการบริหารราชการ 
ไปส่วนภูมิภาคและเสริมสร้างความเป็นอิสระของการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

                  ๔. จะส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของพรรคการเมือง และสถาบันทางการเมืองอื่น
ให้สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและส่งเสริม
ให้ประชาชนในทุกสาขาอาชีพได้เข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ 
เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
มากยิ่งขึ้น

                  ๕. จะใช้แนวทางการเมืองนำการทหารในการต่อสู้เพื่อเอาชนะลัทธิการปกครองที่
เป็นภัยต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

นโยบายการป้องกันประเทศ

                เพื่อให้การรักษาความมั่นคงของประเทศ และการธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยและผลประโยชน์
ของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถพึ่งตนเองได้ รัฐบาลจึงกำหนดนโยบาย ดังนี้ 

                 ๑. จะปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของกองทัพให้มีขีดความสามารถอย่างเต็มที่โดยให้สอดคล้อง
กับฐานะทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ของประเทศ   
            
                 ๒. จะผนึกกำลังป้องกันประเทศทั้งกำลังทหาร กึ่งทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครใน
รูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนข้าราชการ และประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อป้องกันภัยคุกคามทั้งภายใน
 และภายนอกประเทศ

                 ๓. จะปรับปรุง และพัฒนาหลักนิยมในการรบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกและศึกษา
แก่กำลังพลในการป้องกันประเทศให้เข้มแข็ง ทันสมัย ให้สามารถเผชิญกับภัยคุกคาม
ทุกรูปแบบทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งจะพัฒนากำลังพลที่เข้ารับราชการทหารให้มีความรู้
ทางวิชาชีพสามารถนำไปประกอบสัมมาชีพเมื่อพ้นจากประจำการได้ด้วย 

                 ๔. จะส่งเสริมการผลิต การวิจัย และพัฒนามาตรฐานอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นภายในประเทศ 
เพื่อให้สามารถช่วยตัวเองได้มากที่สุด

                 ๕. จะดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความพร้อมด้านทรัพยากร ที่จะสนับสนุนการ
ระดมสรรพกำลังของชาติ เพื่อการป้องกันประเทศ 

                 ๖. จะเพิ่มบทบาทของทหารในการพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุน
การบรรเทาสาธารณภัยของชาติ

                 ๗. จะบำรุงรักษาขวัญและกำลังใจของทหารให้ดีอยู่เสมอโดยการปรับปรุงส่งเสริมด้านสวัสดิการ
รวมทั้งให้หลักประกันในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและครอบครัวให้ดำรงอยู่ได้ด้วยความเหมาะสม
สำหรับทหารผ่านศึกทุพพลภาพและครอบครัวของทหารผู้เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

 นโยบายต่างประเทศ

                รัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นอิสระ โดยยึดถือประโยชน์ของชาติ
เป็นหลัก เพื่อให้บรรลุผลในการธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดนใน
การพิทักษ์และส่งเสริมความมั่นคงของรัฐ และผลประโยชน์ของชาติโดยจะมุ่งเน้นให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดทางด้านเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งจะส่งเสริมการประสานงานระหว่าง
หน่วยงานของรัฐและระหว่างภาครัฐบาลกับภาคเอกชนเพื่อประสิทธิภาพและเอกภาพในการ
ดำเนินนโยบาย นอกจากนี้จะร่วมมือกับนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อยัง
ประโยชน์ให้เกิดแก่ความมั่นคงของรัฐและการพัฒนาประเทศโดยกำหนดนโยบายดังนี้

                  ๑. จะใช้ความพยายามต่อไปเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจอันดีกับ
ประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศในลักษณะที่ตอบสนองผลประโยชน์ร่วมกัน โดยยึดถือหลัก
ความเสมอภาคและความยุติธรรม จะมุ่งมั่นให้มีการแก้ไขปัญหาระหว่างกันโดยทางการเมือง
และการทูตแบบสันติ

                    ๒. จะส่งเสริมสันติภาพและการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติระหว่างประเทศทั้งหลายบนหลักการ
ของการเคารพเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความเสมอภาค การไม่แทรกแซง
ในกิจการภายในของกันและกัน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยสันติวิธี

                    ๓. จะดำเนินการทางการเมืองระหว่างประเทศและการทูตในวิถีทางเพื่อให้บรรลุถึงซึ่ง
สันติภาพ และเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์
และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ

                    ๔. จะเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และ ความเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกันของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ จะกระชับสัมพันธไมตรี
กับบรรดาประเทศภาคีอาเซียนทั้งมวลให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งจะสนับสนุนมาตรการ
ที่จะให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตสันติภาพเสรีภาพและความเป็นกลาง

                    ๕. จะดำเนินการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจในลักษณะที่จะเกื้อกูลและเสริมสร้าง
ความมั่นคงปลอดภัย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ

                    ๖. จะเคารพ และส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและปฏิญญา
สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน จะเคารพและรักษาสิทธิตามความตกลงที่ทำไว้กับต่างประเทศโดย
ยึดถือหลักแห่งความเสมอภาค หลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติและความเป็นธรรม

                    ๗. จะส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดี และขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้ากับทุกประเทศ
ทั้งจะสนับสนุนให้มีการค้าต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน

                    ๘. จะดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่และบทบาท
ในการแสวงหา พัฒนา และขยายตลาดการค้า แรงงานไทยและการท่องเที่ยวรวมทั้งชักชวน
ให้มีการนำทุน และเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศมากยิ่งขึ้นเพื่อผลประโยชน์ 
ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

                    ๙. จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อประเทศและคนไทย
ในลักษณะที่ถูกต้อง รักษาและส่งเสริมเกียรติภูมิของชาติทั้งจะดำเนินการให้ประชาชนชาวไทย
โดยทั่วไปมีความเข้าใจ และสนับสนุนนโยบายการต่างประเทศ

                    ๑๐. จะร่วมมือและช่วยเหลือในด้านเศรษฐกิจ การค้าและวิชาการกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น
เพื่อผลประโยชน์ทางด้านการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศไทย

                    ๑๑. จะคุ้มครองคนไทย ประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศและประโยชน์ของชาติโดย
ส่วนรวมให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากนานาประเทศ

นโยบายเศรษฐกิจ

                   รัฐบาลนี้ถือว่านโยบายเศรษฐกิจเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการ 
โดยตั้งเป้าหมายว่าจะฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ ในการนี้รัฐบาล
จะเร่งรัดปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทั้งทางด้านการผลิต การตลาด การเงิน การคลัง และ
การกระจายรายได้ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาการว่างงานและปัญหาหนี้สิน
ของประเทศ รัฐบาลกำหนดนโยบายไว้ดังนี้

                    ๑. จะสนับสนุนและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจเสรี โดยให้กลไกการตลาดได้ทำงานอย่างเต็มที่ 
และให้ภาคเอกชนมีบทบาทอย่างสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเปลี่ยน
บทบาทของรัฐในฐานะผู้กำกับ และควบคุม ส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกต่อ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการส่งออก ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นกรณีจำเป็นอันจะหลีกเลี่ยง
ไม่ได้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม และความ
สงบเรียบร้อยของประชาชน 

                    ๒. จะส่งเสริมและสนับสนุนโครงการเศรษฐกิจที่มีผลต่อการสร้างงาน โดยใช้แรงงานและ
วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก รวมทั้งให้ภาคเอกชนของไทยมีบทบาทสูงขึ้นในการดำเนินการ
โครงการขนาดใหญ่ 

                    ๓. ในด้านการเกษตร รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรตกต่ำอย่างจริงจังและให้มี
อย่างถาวร โดยดำเนินการดังนี้ 

                          ๓.๑ ปรับปรุงระบบการผลิตให้มีลักษณะเป็นการผลิตเพื่อขาย โดยส่งเสริมให้เกษตรกร
ดำเนินการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งในด้านปริมาณและประเภท
ของผลิตผลทางการเกษตร

                          ๓.๒ ลดต้นทุนการผลิต โดยส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและจัดหาปัจจัย
การผลิตโดยเฉพาะด้านสินเชื่อเพื่อการเกษตรให้เพียงพอในราคาและอัตราดอกเบี้ย
ที่เป็นธรรม

                          ๓.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมการเกษตรขึ้นอย่างกว้างขวางเพื่อ
ให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

                           ๓.๔ เร่งรัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินและ
การจัดรูปที่ดินเพื่อประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิต

                           ๓.๕ ขยายตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และเร่งรัด
การส่งออกให้สอดคล้องกับระยะเวลาในการผลิต

                           ๓.๖  ดำเนินการให้องค์กรที่รับผิดชอบในการวางแผน กำกับ ดูแล และการแก้ไข
ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดย
เฉพาะเกษตรกรหรือองค์กรของเกษตรกรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

                    ๔. จะปรับปรุงการบริหารและการจัดการทรัพยากรที่ดิน น้ำ ป่าไม้ และประมงให้มีการพัฒนา
ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์

                    ๕. จะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชนบทต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยจะขยายงานทั้งในแง่
พื้นที่และการจัดกิจกรรมให้มากขึ้นอีก พร้อมทั้งปรับปรุงระบบราชการและทัศนคติของ
ข้าราชการให้สอดคล้องกับการพัฒนาชนบทในแนวใหม่ที่มุ่งหมายให้ประชาชนช่วย
ตัวเองได้ในที่สุด ตลอดจนเสริมสร้างองค์กรของประชาชนในชนบทให้เข้มแข็ง และมี
บทบาทในการพัฒนามากยิ่งขึ้น

                    ๖. จะสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบซึ่งมาจากทรัพยากรภายในประเทศเป็นหลักเพื่อ
ก่อให้เกิดการสร้างงานอย่างกว้างขวาง โดยจะเน้นด้านการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อ
แปรสภาพวัตถุดิบเหล่านั้นให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาด และเร่งรัดการ
บริการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ รวมทั้งให้การสนับสนุนในด้านสินเชื่อเพื่อให้การลงทุน
อุตสาหกรรมสามารถกระจายออกไปได้ในเขตภูมิภาคอันจะเป็นแหล่งรองรับแรงงานและผลิตผล
ทางการเกษตร

                    ๗. จะแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยลดภาระด้านการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการ
 สนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปสินแร่เพื่อให้มีราคาสูงขึ้นก่อนการส่งออก นอกจากนั้นจะดำเนิน
การต่อไปในด้านการสำรวจ และผลิตพลังงานภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้า ในขณะเดียวกัน
จะส่งเสริมการสำรวจและเร่งรัดการพัฒนาสินแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูง แต่ยังไม่เคยได้นำ
มาใช้ เพื่อให้เกิดการกระจายอุตสาหกรรมออกไปสู่ชนบทได้อีกทางหนึ่ง

                    ๘. จะปรับปรุงนโยบายและมาตรการการส่งเสริมการลงทุน โดยการเร่งรัดการพัฒนาขีด
ความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเองทางเทคโนโลยี รวมทั้งการส่งเสริม
อุตสาหกรรมการผลิต เครื่องจักรอุปกรณ์ซึ่งเป็นฐานรองรับและอุตสาหกรรมซึ่งใช้เทคโนโลยี
ก้าวหน้า ซึ่งเป็นตัวนำในการพัฒนาอุตสาหกรรม

                    ๙. จะเพิ่มขีดความสามารถ และยกระดับการบริการด้านการขนส่ง และการสื่อสารโทรคมนาคม
ในทุกด้านให้เกิดความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้าน
การพาณิชย์ การท่องเที่ยวและการพัฒนาพื้นที่เฉพาะจะบูรณะปรับปรุงข่ายการขนส่งทางบก
ที่มีอยู่แล้ว และเชื่อมโยงโครงข่ายที่ยังขาดตอนให้ต่อเนื่องกัน ปรับปรุงให้กิจการรถไฟมี
ประสิทธิภาพสูงขึ้น และเชื่อมโยงกับการขนส่งอื่น ๆ โดยเฉพาะทางน้ำ อีกทั้งจะให้มีการใช้
บริการเรือไทยให้มากขึ้น จะพัฒนาการขนส่งทางอากาศโดยมุ่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
การขนส่งทางอากาศในภูมิภาคนี้ จะพัฒนาระบบโทรคมนาคมโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ
ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการลงทุน หรือร่วมดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการ
ที่เพิ่มขึ้น ได้อย่างพอเพียงอีกด้วย

                    ๑๐. จะพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการสร้างงานภายในประเทศ
 และนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศมากยิ่งขึ้น โดยการจัดให้มีแผนการส่งเสริมการ
ท่องเที่ยว และการรักษาความปลอดภัย รวมตลอดทั้งเพิ่มการลงทุนทางด้านการตลาดและ
การจัดให้มีกฎหมายจัดระเบียบการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ใหม่ ๆ อนุรักษ์โบราณสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงระบบศุลกากร และระบบการตรวจ
คนเข้าเมืองให้มีประสิทธิภาพและเกิดความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

                    ๑๑. จะปรับปรุงระบบการบริหารการคลังของรัฐ โดยปรับโครงสร้างภาษีอากรให้เอื้ออำนวย
ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านการส่งออก การผลิตและการว่าจ้าง
แรงงาน และจะมุ่งปรับปรุงการบริหารการจัดเก็บให้รวดเร็วรัดกุมแน่นอนและเป็นธรรม
เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเก็บย้อนหลัง ส่วนในด้านรายจ่ายจะบริหารรายจ่ายของรัฐให้มีประสิทธิภาพ
คุ้มค่าทั้งในภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจและจะจัดสรรรายจ่าย โดยเฉพาะงบลงทุนและงบพัฒนา
ตามสาขาเศรษฐกิจที่จะช่วยเร่งฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง อีกทั้งจะบริหารลดภาระหนี้
ของประเทศ โดยปรับปรุงระบบและวิธีการให้ทันสมัย และควบคุมการก่อหนี้ให้อยู่ในขอบเขต
สอดคล้องกับขีดความสามารถของประเทศ

                    ๑๒. จะพัฒนาและเสริมสร้างระบบการเงิน เพื่อส่งเสริมการระดมเงินออกภายในประเทศ
ให้กว้างขวาง และเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาตลาดการเงิน โดยเฉพาะโครงสร้างดอกเบี้ย
 และกลไกเครื่องมือการเงินให้มีความคล่องตัว เกื้อกูลการลงทุนและการขยายงาน และพัฒนา
ตลาดทุนภายในอย่างมีขั้นตอน อีกทั้งจะพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยเฉพาะตลาด
หลักทรัพย์ให้มั่นคงและจะปราบปรามการกระทำอันมีลักษณะเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างจริงจัง

                    ๑๓. จะดำเนินการปรับปรุงการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเพื่อสามารถ
เลี้ยงตัวเองได้ และเป็นแหล่งทำรายได้ให้แก่รัฐ และในกรณีเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท
สาธารณูปโภคและสาธารณูปการเพื่อให้สามารถขยายบริการให้กว้างขวางและรวดเร็วหรือลด
ค่าบริการลงได้อย่างจริงจัง อันจะทำให้ต้นทุนการผลิตและบริการลดลง สามารถแข่งขันกับ
ต่างประเทศได้รัฐวิสาหกิจใดที่หมดความจำเป็นที่รัฐจะต้องดำเนินการต่อไป จะได้ยุบเลิกหรือ
ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือรับช่วงไปดำเนินการ

นโยบายทางสังคม

                รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างความยุติธรรมทางสังคม ยกระดับชีวิตของประชาชน
ให้มีคุณภาพสูงขึ้นทั้งทางด้านการศึกษา การพัฒนาสุขภาพอนามัยและการให้หลักประกันความ
มั่นคงในชีวิตของประชาชน พัฒนาและส่งเสริมสตรีให้มีบทบาทในการพัฒนาประเทศยิ่งขึ้น 
พัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีประสิทธิภาพทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย ส่งเสริมให้ประชาชนมี
ศีลธรรม และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชาติโดยกำหนดนโยบายดังนี้

                ๑. ความยุติธรรมทางสังคม

                        ๑.๑ จะรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

                        ๑.๒ จะพัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารงาน การจัดองค์การ กฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ ตลอดจนอาคาร สถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และวิทยาการสมัยใหม่
เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลเป็นไปโดยรวดเร็วและเป็นธรรม

                        ๑.๓ จะพัฒนางานคุมประพฤติผู้กระทำผิดหรือผู้ถูกกล่าวหา เพื่อปกป้อง
คุ้มครองสังคมจากอาชญากรรม และเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
หรือความผิดไม่ร้ายแรง ให้มีโอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคมได้ โดยไม่ต้อง
ถูกลงโทษ จำคุก ทั้งนี้จะส่งเสริมให้สังคมและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุม
สอดส่อง และแก้ไขพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดหรือผู้ถูกกล่าวหาด้วย

                        ๑.๔ จะขจัดการเอารัดเอาเปรียบระหว่างประชาชนจะปรับปรุงกฎหมาย
ที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรมให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
เพื่อให้กฎหมายเป็นกลไกในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ และสร้าง
ความเป็นธรรมให้แก่บุคคล

                  ๒. การศึกษา

                         ๒.๑ จะจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรทุกเพศทุกวัยโดยเน้น
ความเสมอภาคและการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนและบุคคล
ที่อยู่ในพื้นที่ยากจนห่างไกล ชุมชนแออัด และบุคคลพิการ และจะส่งเสริมให้
สถาบันศาสนาได้เข้ามามีบทบาทในการอบรมสั่งสอนคุณธรรมให้มากขึ้น

                         ๒.๒ จะจัดการศึกษาในระดับต่าง ๆ ดังนี้ ระดับก่อนประถมศึกษา จะขยาย
การศึกษาระดับอนุบาลในชนบท ระดับมัธยมศึกษา จะสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียน
ต่อชั้นมัธยมศึกษาให้มากขึ้น ระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา จะให้ความสำคัญใน
การผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ และตลาดงาน รวมทั้ง
สอดคล้องกับทรัพยากรและสภาพท้องถิ่น สำหรับการฝึกหัดครู จะผลิตครูที่มีคุณภาพ
และคุณธรรม

                          ๒.๓ จะส่งเสริมการค้นคว้าและการวิจัยที่สามารถนำผลมาใช้ในการแก้ไข
ปัญหาของประเทศ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จะพัฒนากำลังคน
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีคุณภาพที่ดี และจำนวนที่เหมาะสมเพื่อรองรับ
เทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้น

                          ๒.๔ จะปรับปรุงโครงสร้างระบบการบริหารและการจัดการศึกษาทุกระดับทุกประเภท
ให้มีเอกภาพ ประสานสัมพันธ์กันทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ จะสนับสนุนให้สถานศึกษา
และหน่วยงานใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด จะกระจาย
อำนาจและมอบอำนาจการจัดการศึกษาให้สถานศึกษา เพื่อสามารถจัดการศึกษาสนองตอบ
ความต้องการของท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
การศึกษามากยิ่งขึ้น

                          ๒.๕ จะส่งเสริมให้สถาบันและหน่วยงานทางการศึกษาเป็นศูนย์บริการด้านการศึกษา 
วิชาชีพ ศิลป วัฒนธรรม กีฬา พลานามัย นันทนาการ และข่าวสารเพื่อให้บริการแก่นักเรียน 
นิสิต นักศึกษา และประชาชน

                          ๒.๖ จะส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยรัฐจะสนับสนุน
ให้สถานศึกษาเอกชนปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นและจะสนับสนุนให้สถาบัน
ทางการเงินให้ความช่วยเหลือแก่สถานศึกษาเอกชน

                          ๒.๗ จะส่งเสริมให้ผู้สอนและข้าราชการในทุกระดับการศึกษา และทุกประเภท
ได้รับการยกย่องเชิดชู เพื่อให้มีความก้าวหน้า ขวัญ กำลังใจ และความมั่นคงในอาชีพ

                       ๒.๘ จะจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้ในชนบท
และชุมชนแออัด

                  ๓. การพัฒนาสุขภาพอนามัย

                          ๓.๑ จะดำเนินการให้ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท ได้รับบริการ
สาธารณสุขมูลฐาน อันได้แก่การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล
เบื้องต้น ณ ถิ่นที่อยู่ของตน รวมทั้งผนึกวิธีการรักษาพยาบาลแบบพื้นบ้านกับระบบ
การรักษาพยาบาลในโครงการสาธารณสุขมูลฐาน เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้
ทั้งในยามปกติ และยามฉุกเฉิน

                          ๓.๒ จะสนับสนุนกิจกรรมการให้บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน
ทั้งที่จะดำเนินการโดยรัฐและองค์การเอกชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในส่วนที่
ดำเนินการโดยรัฐ รัฐจะจัดเป็นบริการให้เปล่าสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีรายได้ต่ำ

                          ๓.๓ จะปรับปรุงคุณภาพ และขยายบริการของโรงพยาบาล และสถานีอนามัย
 รวมทั้งจะขยายขีดความสามารถของสถานีอนามัยที่มีประชากรหนาแน่นให้สูงขึ้นเพื่อ
พัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลตำบลต่อไป ทั้งจะจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยให้สามารถสนองตอบ
ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

                          ๓.๔ จะเร่งรัดการผลิตบุคลากรทางสาธารณสุข ให้สอดคล้องกับการขยายบริการ
สาธารณสุขในระดับท้องถิ่น โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา และโรงพยาบาลทั้งของรัฐ 
และเอกชน

                       ๓.๕ จะระดมความร่วมมือของบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลและ
สถานพยาบาลเอกชน ให้เข้าใจสาธารณสุขของรัฐ เพื่อให้ได้มาซึ่งความร่วมมือจาก
เอกชน และสามารถประสานความร่วมมือในงานสาธารณสุขระหว่างรัฐกับเอกชน
ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                          ๓.๖ จะส่งเสริมและเร่งรัดให้มีการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ
และภาคเอกชนสามารถผลิตครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ และวัสดุภัณฑ์ ที่ใช้ในการแพทย์และ
สาธารณสุขให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จะไม่ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการโดยวิธีการผูกขาด

                          ๓.๗ จะพัฒนาและปรับปรุงระบบงานสาธารณสุขทั่วประเทศเพื่อให้สามารถ
ประสานเป้าหมาย ประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุขกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และภาคเอกชน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขดีขึ้นในยามปกติ และ
เตรียมพร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ในยามฉุกเฉินได้

                          ๓.๘ จะปรับปรุงและดำเนินการด้านสุขศึกษา โดยให้เทคโนโลยีใหม่สื่อสารมวลชน
และวิธีการศึกษาทั้งในและนอกระบบ เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถม
และมัธยมรู้จักปฏิบัติตนในการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพและการรักษาพยาบาล
เบื้องต้นด้วยตนเอง

                           ๓.๙ จะดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย เป็นธรรม และประหยัด
โดยการตรวจสอบป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดในการจำหน่ายการโฆษณา
ผลิตภัณฑ์อาหารยารักษาโรคและวัสดุภัณฑ์ที่ใช้ในการเกษตรและสินค้าอื่น

                           ๓.๑๐ จะส่งเสริมการออกกำลังกายและการกีฬา เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพ
ดีและมีการพักผ่อนหย่อนใจที่ถูกต้อง

                          ๓.๑๑ จะป้องกันและรักษาโรคที่เป็นอันตรายต่อประชาชนในกลุ่มอาชีพหรือ
วัยต่าง ๆ ทั้งนี้ จะเร่งรัดโครงการที่จะป้องกันและบรรเทาอุบัติเหตุและสาธารณภัย 
รวมทั้งจัดทำโครงการฟื้นฟูผู้ทุพพลภาพ ให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ
ได้อีกด้วย

                          ๓.๑๒ จะผลิตและส่งเสริมนักวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มี
ความสามารถสูง เพื่อที่จะแสวงหาวิทยาการแผนใหม่ที่เหมาะสมจากในประเทศ
และต่างประเทศมาใช้แก้ปัญหาสาธารณสุข

                          ๓.๑๓ จะเร่งรัดให้มีน้ำบริโภคที่ถูกสุขลักษณะแก่ชุมชนทั้งในชนบทและในเมือง

                          ๓.๑๔ จะเร่งรัดการให้บริการวางแผนครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมสภาวะโภชนาการ
และการอนามัยของแม่และเด็ก

                          ๓.๑๕ จะสนับสนุนและส่งเสริมการประกันสุขภาพโดยความสมัครใจ

             ๔. หลักประกันความมั่นคงในชีวิตและอาชีพ

                           ๔.๑ จะสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพของผู้มี
อาชีพต่าง ๆ

                           ๔.๒ จะเร่งรัดให้มีการจัดตั้งและปรับปรุงศูนย์บริการเคลื่อนมือการเกษตร
เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร

                           ๔.๓ จะส่งเสริมการพัฒนาแรงงานในด้านความรู้ ฝีมือและความสามารถ
เพื่อที่จะได้เพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้น รัฐบาลจะร่วมมือกับสถาบันตัวแทนของ
ผู้ใช้แรงงานอย่างใกล้ชิดในการกำหนดนโยบายคุ้มครองแรงงานและแก้ไขปัญหา
แรงงาน ตลอดจนการคุ้มครองสวัสดิภาพและกำหนดหลักประกันสังคมที่เหมาะสม
ให้แก่ผู้ใช้แรงงาน

                          ๔.๔ จะเร่งรัดการสร้างมาตรการช่วยเหลือแก่แรงงานในต่างประเทศ
โดยให้คำแนะนำและป้องกันมิให้ถูกหลอกลวง และเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง
และจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถจัดหางานในต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง

                          ๔.๕ จะเร่งรัดปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบและองค์การที่เกี่ยวกับแรงงานให้
มีประสิทธิภาพในการให้บริการและรับผิดชอบต่อผู้ใช้แรงงานมากขึ้น

                          ๔.๖ จะเร่งรัดช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยในเรื่องที่อยู่อาศัย โดยการ
สนับสนุนการจัดชุมชน พร้อมที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ทั้งที่ดำเนินการโดยรัฐและเอกชน

                          ๔.๗ จะสนับสนุนการจัดตั้งสถานที่รับเลี้ยงเด็กที่มีมาตรฐาน เพื่อให้เด็กได้
รับการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง และเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถออกไปประกอบอาชีพ
เพื่อเพิ่มพูนรายได้ของตน

             ๕. การพัฒนาสตรี

                          ๕.๑ จะส่งเสริมประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน เพื่อพัฒนา
สตรีให้มีความพร้อมในทุกด้านตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ และแก้ไขปรับปรุง
กฎหมายเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาค

                          ๕.๒ จะเร่งรัดให้การศึกษาและอบรมแก่สตรี เพื่อให้สตรีมีบทบาทในการพัฒนา
ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองมากยิ่งขึ้น

                          ๕.๓ จะปรับปรุงมาตรการคุ้มครองสตรีผู้ใช้แรงงาน มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่าง
ไม่เป็นธรรม

                ๖. การพัฒนาเด็กและเยาวชน

                            ๖.๑ จะเร่งรัดให้มีการขยายบริการด้านต่าง ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชนบท
ยากจน รวมทั้งชุมชนแออัดเป็นพิเศษ โดยจะเน้นการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางกาย สติปัญญา
และจิตใจ

                           ๖.๒ จะเร่งรัดสร้างค่านิยมโดยเฉพาะด้านจริยธรรมและศาสนธรรมเพื่อให้เด็กและ
เยาวชนมีคุณธรรม วินัย ความซื่อสัตย์ อดทน ขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบ รู้จักประหยัด
 รู้จักตนเอง และรู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสมานฉันท์

                           ๖.๓ จะสงเคราะห์และบำบัดรักษาเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาเฉพาะ ทั้งทางร่างกาย
 จิตใจ สมองและอารมณ์ ตลอดจนจะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนดังกล่าวได้รับการพัฒนา
ให้เต็มที่ตามสภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งจะให้ความคุ้มครองเด็กและ
เยาวชนที่ทำงานให้พ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกทำร้ายทารุณทางร่างกายและจิตใจ

                           ๖.๔ จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม
และส่งเสริมเยาวชนให้มีทักษะในการประกอบอาชีพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และ
ช่วยสร้างความเจริญให้แก่สังคมโดยส่วนรวม

                           ๖.๕ จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักในความสำคัญของความเป็นชาติ
เอกลักษณ์ของชาติ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุข เข้าใจหน้าที่ของตนในการพัฒนาชาติ และการเป็นสมาชิกในสังคมนานาชาติ

                           ๖.๖ ส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูงทั้งทางด้านสติปัญญาและความสามารถ
พิเศษ ให้พัฒนาได้เต็มที่เพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ

                           ๖.๗ จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสนใจในการกีฬา มีโอกาสฝึกฝน
ให้เป็นนักกีฬาที่ดี และมีความสามารถเพื่อยกระดับมาตรฐานของนักกีฬาไทยให้เท่าเทียม
กับนักกีฬานานาชาติ

              ๗. ศิลป วัฒนธรรม ศาสนา

                            ๗.๑ จะอนุรักษ์ ส่งเสริม ปลูกฝัง และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ประชาชนได้ตระหนัก
ถึงความสำคัญและมีความซาบซึ้งในเอกลักษณ์ของชาติ

                            ๗.๒ จะสนับสนุนการมีเสถียรภาพในการนับถือศาสนาและส่งเสริมขันติธรรม
และความสมานฉันท์ระหว่างผู้นับถือศาสนาต่างกัน เพื่อผลในการพัฒนาศีลธรรม
จริยธรรม และวัฒนธรรมของชนในชาติ

                            ๗.๓ จะส่งเสริมให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติตามครรลองของศีลธรรมจริยธรรมเป็น
พิเศษโดยจะกวดขันให้ข้าราชการประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีงามของประชาชน

            ๘. ชุมชนเมืองและสิ่งแวดล้อม

                             ๘.๑ จะเร่งรัดการวางผังเมืองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และกำกับดูแลให้เป็นไปตาม
ผังเมืองที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

                             ๘.๒ จะเร่งรัดการพัฒนาเมืองและชุมชน ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของ
ท้องถิ่น และผังเมืองที่วางไว้

                             ๘.๓ จะเร่งรัดปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตได้อย่าง
ปลอดภัยจากมลพิษ และมีจิตใจและร่างกายที่สมบูรณ์

                             ๘.๔ จะเร่งรัดบริการสังคมด้านการออกกำลังกาย สถานพักผ่อนหย่อนใจสวน
สาธารณะในเมือง และชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งการขยายวนอุทยาน อุทยานแห่งชาติ และ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

นโยบายทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน

                   ๑. จะกำหนดให้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่สำคัญมากขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมของประเทศ โดยการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบให้มุ่งตรง
ไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ จะเสริมสร้างบรรยากาศ
การวิจัยและพัฒนา และดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนและจูงใจให้เอกชนดำเนินการวิจัยและ
พัฒนามากยิ่งขึ้น

                     ๒. จะเสริมสร้างองค์กรการบริหารงานวิจัยและพัฒนา ให้เป็นแหล่งระดมสรรพกำลังทาง
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่วนงานของภาคเอกชน เพื่อ
จะทำการวิจัย และพัฒนาเฉพาะเรื่องแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาการผลิตจน
ถึงการตลาด ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

                     ๓. จะพัฒนาวิธีการและเครื่องมือในการบริหารระบบข้อมูลสนเทศ การวิเคราะห์และการ
ประมวลผลที่ทันสมัยทางด้านวิทยาศาสตร์ การผลิต การตลาด การเผยแพร่ และการถ่ายทอด
เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาวะของประเทศ เพื่อให้บริการแก่เอกชน และนักวิชาการอย่างมี
ประสิทธิภาพ

                     ๔. จะส่งเสริมและผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ
ในการผลิต และสร้างมูลค่างเพิ่มของสินค้าในด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การพลังงานตลอดจน
การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการป้องกันประเทศ

                     ๕. จะปรับปรุงองค์กรด้านพลังงาน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และจะ
ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอย่างประหยัด พัฒนาพลังงานทุกรูปแบบภายในประเทศ กระตุ้น
การลงทุนของภาคเอกชนในสาขาพลังงาน รวมทั้งจะกำหนดอัตราค่าพลังงานที่ใช้ประโยชน์
ได้แล้วทุกชนิดให้เหมาะสมกับสถานภาพทางเศรษฐกิจ

                     ๖. จะประสานและปรับปรุงระบบการบริหาร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

                     ๗. จะระดมสรรพกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบต่อเนื่อง รวมทั้งจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น

                  นอกจากนโยบายดังกล่าวข้างต้น ปัญหาเกี่ยวกับผู้อพยพลี้ภัย ยังเป็นปัญหาที่เผชิญหน้า
ประเทศไทยอยู่เช่นเดิม รัฐบาลจึงยังจะต้องดำเนินการขจัดปัญหานี้ให้ลดน้อยลงและให้หมดสิ้น
ไปในที่สุด โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ รัฐบาล
จะได้ดำเนินการต่อไป ทั้งทางการเมืองและทางการทูต เพื่อให้องค์การสหประชาชาติ องค์การ
ระหว่างประเทศและมิตรประเทศทั้งหลายได้ร่วมรับผิดขอบในภาวะที่ประเทศไทยและประชาชน
ชาวไทยต้องรับอยู่ โดยรับผู้อพยพลี้ภัยเหล่านี้ออกจากประเทศไทย และสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้มากขึ้น

                  อนึ่ง ปัญหาการผลิตและการค้ายาเสพติดยังเป็นปัญหาสำคัญ รัฐบาลจึงมีนโยบาย
ที่จะดำเนินการป้องกัน และปราบปรามต่อไปอย่างจริงจังและเด็ดขาด ในขณะเดียวกันในด้าน
การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด รัฐบาลจะร่วมมือกับภาคเอกชนโดยขยายบริการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
เพื่อให้ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นกลับตนเป็นพลเมืองดีและเป็นกำลังของชาติสืบไป

                  ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ในการบริหารราชการ
แผ่นดินตามนโยบายที่ได้แถลงมาข้างต้นนี้ กระผมขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะดำเนินการโดยยึดถือ
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งและปฏิบัติตามนโยบายโดยเคร่งครัด เพื่อนำความก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติ
และนำความสงบเรียบร้อยและความสุขความเจริญมาสู่ประชาชนสมดังเป้าหมายที่ได้แถลงไว้แล้ว
ทุกประการ ขอบคุณ


*รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑/๒๕๒๙ (สมัยสามัญ)
  วันพุธที่ ๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ หน้า ๑๗๓ - ๑๙๒

กลับไปหน้าแรก