คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔๒
 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓
 แถลงนโยบาย เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๓


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานรัฐสภา และ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ   

               เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓ รัฐสภาอันทรงเกียรตินี้ ได้เสนอให้กระผมดำรงตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรี กระผมจำต้องน้อมรับไว้ด้วยความเสงี่ยมเจียมตนเป็นที่สุดเพราะรู้ตัวดีว่าต้องรับ
ภาระใหญ่หลวงนี้ โดยมิได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนเลย

               ณ บัดนี้ ต่อหน้าท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ กระผมก็ได้มายืนอยู่ด้วยความเสงี่ยม
เจียมใจเช่นกัน เพื่อเรียนให้ท่านทราบถึงเจตนารมณ์ นโยบาย และสัญญาบางประการ

               ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้เกียรติท่านคงจะเห็นพ้องกับกระผมว่านโยบาย
ของทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด ต่างก็มุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน
สร้างความมั่นคงก้าวหน้าให้แก่ประเทศเหมือนกันทั้งนั้น จะมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้างก็ตรงวิธีการ
และปรัชญาที่ใช้ในการบริหารงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก็ยังหาข้อยุติได้ยากว่าวิธีใด
หรือปรัชญาใดดี และเหมาะสมที่สุด แต่มีสิ่งหนึ่งกระผมเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นที่สุด
ในการบรรลุเป้าหมายของการบริหารนั้นก็คือ "ประสิทธิภาพและความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน
และต่อผลประโยชน์ของประเทศ"

               ด้วยเหตุที่กระผมเห็นความสำคัญของปัจจัยนี้ กระผมจึงขอให้คำมั่นสัญญาต่อท่านทั้งหลาย
ในที่นี้ว่า กระผมจะบริหารงานตามนโยบายที่เสนอต่อท่านอย่างมีประสิทธิภาพ และจะยึดถือความซื่อสัตย์
สุจริตต่อประชาชน และต่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้โดยจะจัดให้ท่านรัฐมนตรีประจำแต่ละ
กระทรวงบริหารงานตามหน้าที่ และเป้าหมายให้ประสานสอดคล้องต้องกับนโยบายที่เสนอไว้ทุกประการ
เพื่อให้ผลของงานสมบูรณ์บรรลุเป้าหมายตามกำหนด

               ท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพถึงแม้ว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะมาจากหลายกลุ่ม
การเมืองและมาจากผู้มีประสบการณ์หลายด้านด้วยกันก็ตาม กระผมขอยืนยันได้ว่าบุคคลทุกคนและจาก
ทุกฝ่ายในรัฐบาลนี้ ต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบ
ต่อประเทศชาติและประชาชน

               กระผมได้ซักซ้อม และทำความเข้าใจกับบุคคลทุกฝ่ายทุกกลุ่มที่เข้าร่วมในคณะรัฐมนตรีชุดนี้
ว่า รัฐบาลนี้จะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่คำนึงถึงพรรคถึงพวกและถึงกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆเป้าหมายสำคัญ
อันเป็นเจตนารมณ์สูงสุดของรัฐบาลนี้ มีอยู่เพียงสองประการเท่านั้น คือ การยกระดับมาตรฐานและ
ความเป็นอยู่ของประชาชนให้สูงขึ้น และการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ

               กระผมและคณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยได้คำนึงถึง
ความผาสุกของประชาชน และสถานการณ์ในด้านต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงขอแถลงเพื่อให้
รัฐสภาทราบดังต่อไปนี้

             นโยบายการเมืองและการบริหาร
 
               รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างเคร่งครัด ดังนี้

               ๑. ดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิตและ
ทรัพย์สินของประชาชนโดยจะพยายามป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ลดลงและรักษาความ
ศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรมรวมตลอดถึงดำเนินมาตรการป้องกันแก้ไขและ
ขจัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่กดขี่ข่มเหงประชาชนทั้งจะปรับปรุงหน่วยงาน
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

               ๒. ส่งเสริมการพัฒนาสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนอกจากนั้นจะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน
ทุกสาขาอาชีพได้มีส่วนร่วมทางการเมืองและมีโอกาสที่ให้รัฐบาลรับรู้ถึงปัญหาและความต้องการ
ของประชาชน

               ๓. จะดำเนินการส่งเสริมระบบพรรคการเมืองให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพเพื่อให้การ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยได้พัฒนายิ่งขึ้น

               ๔. จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการอย่าง
เฉียบขาดทั้งจะขจัดข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบและไร้สมรรถภาพออกจากวงราชการและในขณะ
เดียวกันจะดำเนินมาตรการให้ข้าราชการได้มีสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่เหมาะสม

               ๕ ส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทมีสิทธิและความสามารถในการปกครองของตนเองเพื่อให้
การปกครองท้องถิ่นมีประสิทธิภาพในการพัฒนาท้องถิ่นตามความต้องการของประชาชน

               ๖. ปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพในการรับใช้ประชาชนโดยติดตามและควบคุมให้
หน่วยราชการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะ
ส่งเสริมการมอบอำนาจและแบ่งอำนาจการบริหารให้ราชการส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้นและจะจัดหน่วย
งานมิให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน ปรับปรุงระบบการงบประมาณให้ประสานและสอดคล้องกับแผนพัฒนา
ทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพัฒนาทัศนคติของข้าราชการให้
ยึดมั่นในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยและส่งเสริมให้ข้าราชการที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและ
มีประสิทธิผลในการปฏิบัติหน้าที่และรับใช้ประชาชน ให้มีหลักประกันในความมั่นคงและความเจริญ
ก้าวหน้าในอาชีพราชการ

                   นโยบายการป้องกันประเทศ

               โดยที่กำลังป้องกันประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคง
ปลอดภัยของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนผลประโยชน์ของชาติ และมีส่วนในการพัฒนา
ประเทศร่วมกับประชาชนในชาติ ดังนั้น รัฐบาลจึงกำหนดแนวนโยบายในการป้องกันประเทศไว้
ดังต่อไปนี้

               ๑. จะเสริมสร้างกำลังที่ใช้ในการป้องกันประเทศให้เข้มแข็งและอยู่ในสภาพที่พร้อมจะป้องกัน
ราชอาณาจักร ทั้งกำลังทหาร กำลังตำรวจ อาสารักษาดินแดนและราษฎรอาสาในรูปแบบต่าง ๆ

               ๒. จะขยายกำลังป้องกันประเทศตามแผนซึ่งได้วางไว้เพื่อให้สามารถป้องกันอธิปไตยและรักษา
ความมั่นคงของประเทศ

               ๓. จะเร่งรัดการฝึกรวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาหลักนิยมและยุทธวิธีเพื่อเพิ่มพูนสมรรถภาพของ
กำลังป้องกันประเทศให้สามารถเผชิญกับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบกับจะได้ขยายและเพิ่มเติมการฝึกให้
ทหารมีความรู้ทางวิชาชีพ เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพเมื่อปลดจากประจำการ

               ๔. จะผนึกกำลังป้องกันประเทศทั้งสิ้นเข้าด้วยกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกำลังป้องกัน
ประเทศกับข้าราชการและประชาชน ให้ร่วมกันอย่างแน่นแฟ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

               ๕. จะบำรุงขวัญ กำลังใจและรักษาระเบียบวินัยของทหารให้ดีอยู่เสมอและจะปรับปรุงสวัสดิการ
ให้อยู่ในสภาพที่ดี

               ๖. จะส่งเสริมและดำเนินการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นในประเทศ รวมทั้งการพัฒนาวิชาการ
ระบบและมาตรฐานอาวุธ บนมูลฐานของการพึ่งตนเองเป็นหลัก

               ๗.จะดำเนินการให้ประเทศมีความมีความพรักพร้อมทางทรัพยากรที่จะสนับสนุนการระดม
สรรพกำลังของชาติเพื่อการป้องกันประเทศ

               ๘. จะส่งเสริมให้ทหารมีส่วนร่วมในการพัฒนาและบรรเทาภัยพิบัติของประเทศรวมทั้งการ
ช่วยเหลือประชาชนในด้านอื่น ๆ

               ๙. จะให้ทหารร่วมกับส่วนราชการอื่น ๆดำเนินการฝึกอบรมประชาชนเพื่อให้มีส่วนร่วมในการ
รักษาความมั่นคงของประเทศ

               ๑๐. จะให้หลักประกันและสงเคราะห์ทหารผ่านศึกให้ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยความเหมาะสม

                 นโยบายต่างประเทศ

               รัฐบาลมีเจตจำนงที่จะให้นโยบายต่างประเทศ สนองการรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์
ของชาติ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมพร้อมกับปรับนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพการณ์
ระหว่างประเทศเพื่อดำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน การพิทักษ์ และ
ส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติและผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

               เพื่อให้บรรลุถึงเจตนารมณ์ข้างต้น รัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างมีอิสระดังต่อไปนี้

               ๑. จะรักษาสิทธิ และปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีอยู่ตามสนธิสัญญาและความตกลงที่ทำไว้กับ
ต่างประเทศโดยยึดหลักแห่งความเสมอภาคและการถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ

               ๒.จะเคารพและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและของ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

               ๓.จะส่งเสริมสันติภาพและการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติระหว่างประเทศทั้งหลายบนหลักการ
ของการเคารพเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความเสมอภาค การไม่รุกรานการไม่แทรกแซง
ในกิจการภายในของกันและกัน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยสันติวิธี

               ๔. จะสนับสนุนสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการสร้างความร่วมมือและ
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในระหว่างประเทศสมาชิกตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้และจะส่งเสริม
สัมพันธไมตรีอย่างแน่นแฟ้นและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แก่บรรดาประเทศสมาชิกของสมาคม
ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและความร่วมมือในทาง
การเมืองตลอดจนในการแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพและความ
มั่นคงของภูมิภาคส่วนนี้ของโลกทั้งจะสนับสนุนมาตรการที่จะให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บรรลุ
ถึงซึ่งการเป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลาง

               ๕. จะส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดี ตลอดจนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับทุกประเทศ
โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในลัทธิการปกครอง หรือระบบเศรษฐกิจและสังคม

               ๖. จะหาทางส่งเสริมและปรับปรุงความสัมพันธ์และความเข้าใจดีตลอดจนความร่วมมือเพื่อ
ประโยชน์ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มิได้เป็นสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้เพื่อประโยชน์แห่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้อันจะยังผลให้เกิดสันติสุขร่วมกัน
ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ

               ๗. จะดำเนินการทางการเมืองและทางการทูต ทั้งทางด้านประเทศไทยและสถานทูตไทยใน
ต่างประเทศอันเป็นการเกื้อกูลต่อการค้าของไทยกับต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการขยาย
ตลาดการค้าสำหรับสินค้าของไทยทั้งจะส่งเสริมชักชวนให้มีการนำทุนจากต่างประเทศมาลงทุน
ประกอบกิจการภายในประเทศ โดยมีหลักประกันที่เป็นธรรม นอกจากนั้นจะร่วมมือกับประเทศ
กำลังพัฒนาอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระหว่างประเทศ

               ๘. จะคุ้มครองคนไทยประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศและประโยชน์ของชาติในส่วนรวม
ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากต่างประเทศ

             นโยบายทางเศรษฐกิจ

               รัฐบาลนี้กำหนดเป้าหมายรวมในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจไว้ว่าจะยกระดับมาตรฐาน
ความเป็นอยู่ของประชาชนให้สูงขึ้นอีกทั้งให้มีความแตกต่างกันน้อยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงวาง
นโยบายและแนวทางในการบริหารงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไว้ดังนี้

    นโยบาย

               ๑. จะปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นไปในทางที่จะก่อให้เกิดการกระจายผล
ของการพัฒนาไปสู่ประชาชนส่วนใหญ่ โดยจัดสรรทรัพยากรเข้าใช้เร่งรัดพัฒนาการผลิตทางเกษตร
และพัฒนาภาวะความเป็นอยู่ในชนบทอย่างเต็มที่ รวมทั้งจะใช้มาตรการทางการเงิน การคลัง ตลอดจน
มาตรการส่งเสริมการลงทุนเข้าช่วยหนุนให้เกิดงานอาชีพแขนงต่าง ๆที่เหมาะสมกับภาวะของพื้นที่แต่
ละพื้นที่ทั่วทุกตำบลในทุกภาคของประเทศ และมีผลในทางกระจายรายได้ให้เป็นธรรม

               ๒. จะสนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี และจะขจัดการกระทำที่เป็นการผูกขาดให้หมดไป โดยจะ
คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคเป็นสำคัญและขณะเดียวกันก็จะให้ความ
เป็นธรรมแก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายด้วย ทั้งนี้โดยรัฐจะพยายามหลีกเลี่ยงการแทรกแซงหรือเข้าดำเนิน
ธุรกิจต่าง ๆ เว้นไว้แต่จะมีเหตุจำเป็นอันจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น

               ๓. จะจัดให้มีแผนแม่บทเพื่อใช้ในการดำเนินงานเพิ่มปริมาณการส่งสินค้าออกไปขาย
นอกประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีผลกระตุ้นให้การผลิตทางเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
ตลอดจนบริการขยายตัวโดยรวดเร็ว

               ๔. จะปรับปรุงระบบการขนส่งรวมทั้งสร้างอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขนส่งภายใน
ประเทศให้เกิดผลในทางลดค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้า ในการนี้จะมุ่งพัฒนาและขยายการขนส่ง
ทางน้ำและทางรถไฟให้เพิ่มและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีผลในทางประหยัดการใช้น้ำมันด้วย
ท่าเรือน้ำลึกซึ่งจำเป็น และมีประโยชน์ในทางขยายการค้ากับต่างประเทศก็จะเร่งดำเนินการให้สำเร็จ
เป็นงานด่วนอีกอย่างหนึ่ง อีกทั้งจะเร่งรัดพัฒนาการคมนาคมทางบก ทางอากาศ โดยปรับปรุงดำเนินงาน
ให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และเหมาะสมกับนโยบายประหยัดการใช้
น้ำมัน โดยจะให้สัมพันธ์กับการขนส่งทางน้ำและทางรถไฟอย่างสอดคล้องกัน ส่วนการขนส่งทางอากาศนั้น
จะขยายขอบเขตการดำเนินงานให้สัมพันธ์กับการขยายตัวของความต้องการในการขนส่งทั้งในประเทศ
และระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจะให้สนองการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในด้านการสื่อสารจะ
เพิ่มประสิทธิภาพความสะดวกรวดเร็ว ความแน่นอนและสม่ำเสมอของการสื่อสารและโทรคมนาคมทุก
รูปแบบ

               ๕. จะจัดให้มีแผนงานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และเป็นผลให้การท่องเที่ยวเป็น
เครื่องมือสำคัญที่จะสร้างงานทั้งด้านบริการและอุตสาหกรรมในครัวเรือนให้ได้มากที่สุด และจะต้องเป็น
แหล่งที่ก่อให้เกิดรายรับเงินตราต่างประเทศสูงในระดับที่ทัดเทียมกับรายรับเงินตราต่างประเทศจากสินค้า
ขาออกชนิดหลัก เช่น ข้าว เป็นต้น

               ๖. จะจัดให้มีแผนงานใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะสินแร่นานาชนิดทั้งบนผืนแผ่นดินและ
ในทะเลให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่และด้วยความเร่งรีบ

               ๗. จะจัดให้มีแผนการใช้พลังงานขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินของ
ประเทศ โดยจะเน้นหนักด้านการประหยัด การหาพลังงานทดแทนและกรรมวิธีการใช้พลังงานใหม่
ทุกด้าน

               ๘. จะขยายสวัสดิการให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นพิเศษ
เพื่อให้ประชาชนที่ยังมีรายได้น้อยสามารถดำรงชีพได้ดีขึ้น

               ๙. จะปรับปรุงนโยบายและบริหารการเงิน และการคลัง ในแนวที่จะสร้างความคล่องตัว
สามารถหนุนให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจในแขนงต่าง ๆ ตามที่ระบุข้างต้นได้อย่างครบถ้วน
สมบูรณ์และขณะเดียวกันจะสามารถรักษาเสถียรภาพของเงินบาท และฐานะทางการคลังของประเทศ
ไว้ให้ได้ดีมีความมั่นคงเป็นที่เชื่อถือของนานาประเทศด้วยเพื่อให้บรรลุจุดหมายนี้รัฐบาลจะประหยัดใน
จุดที่ควรประหยัดให้ได้ผลที่สุด และจะเร่งรัดให้รายได้ของแผ่นดินที่เกิดจากภาษีอากรซึ่งยังจัดเก็บ
ได้ไม่ทั่วถึงให้เก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงโดยด่วนและจะปรับประสิทธิภาพการบริหารงานใน
รัฐวิสาหกิจทุกแห่งให้เป็นแหล่งอำนวยรายได้ให้กับรัฐได้สูงที่สุดที่พึงจะทำได้และจะไม่ยอมให้รัฐวิสาหกิจ
ที่หย่อนประสิทธิภาพพึ่งงบประมาณรายจ่ายอีกต่อไป

             แนวทางการดำเนินนโยบายระยะสั้น

               เนื่องจากประเทศมีปัญหาสำคัญที่จะต้องแก้ไขทันทีรัฐบาลจึงได้กำหนดแผนงานแก้ไขปัญหา
เร่งด่วนเฉพาะหน้าให้บรรเทาเบาบางลงก่อน โดยกำหนดแนวทางดำเนินงานระยะสั้นช่วง ๖ เดือนแรก
ดังนี้

                 ๑. แก้ปัญหาค่าครองชีพสูง

               เนื่องจากระดับราคาได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของราคา
น้ำมัน ขณะเดียวกันรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ทันประชาชนทั้งที่อยู่ในชนบทและในเมือง
ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนด้วยกันทั้งสิ้น แต่ก็มีปัญหาหนักเบาแตกต่างกัน ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องดำเนิน
การในลักษณะที่ผิดแปลกบ้าง จุดสำคัญก็อยู่ที่การชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้า และต้องจัดการ
เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยการสร้างงานให้มีทำได้มากที่สุด

                
๑.๑ การชะลอการขึ้นราคาสินค้า

                      ๑.๑.๑ จะไม่ปล่อยให้การขึ้นราคาของน้ำมันดิบซึ่งจะต้องมีอีกเป็นระยะ ๆ ในช่วงต่อไป มี
ผลทำให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งขึ้นเร็วอย่างที่เป็นมาแล้วอีก ทั้งนี้เพื่อยับยั้งมิให้เกิดการผลักดันราคา
สินค้าและบริการต่าง ๆ ให้ต้องพุ่งสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็วอย่างที่เกิดขึ้นในช่วง ๒ ปีก่อน ในการนี้จะมุ่งมิ
ให้เกิดผลกระทบกระเทือนประชาชนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ

                      ๑.๑.๒ จัดให้มีสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปอย่างสมบูรณ์ และ
ในราคาที่เหมาะสมกับภาวะแห่งรายได้ในแต่ละช่วง และจะอาศัยการแก้ระบบตลาดให้มีผลลดส่วนต่าง
ระหว่างราคาที่ผู้ผลิตได้รับกับราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายโดยจะให้ต่างกันน้อยที่สุดด้วย

                      ๑.๑.๓ กำกับการอำนวยสินเชื่อของสถาบันการเงินให้มีผลทางลดทอนโอกาสในการกักตุน
สินค้า หรือสร้างอำนาจผูกขาด รวมทั้งมิให้เกิดผลส่งเสริมการบริโภคในลักษณะที่ฟุ่มเฟือย อีกประการ
หนึ่งจะกำกับการอำนวยสินเชื่อให้มีผลในทางส่งเสริมการขยายการผลิตในสาขาต่าง ๆ พร้อมกันไป

                  ๑.๒ การสร้างงาน

               เนื่องจากประชาชนมีโอกาสปรับรายได้น้อย ในขณะที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึง
เดือดร้อนมาก และความเดือดร้อนนี้กระจายไปทั่ว รัฐบาลต้องรีบเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน โดยการ
สร้างงานทั้งในเมืองและชนบท แขนงงานที่จะสร้างนอกจากด้านเกษตรแล้ว จะสร้างโอกาสในการจ้าง
งานทางอุตสาหกรรม และบริการพร้อมกันไป ในการนี้จะปรับปรุงนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลง
ทุนใหม่ เฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนที่มีผลสร้างงานให้คนทำได้จำนวนมากจะได้รับการสนับสนุนมากเป็น
พิเศษ

               ๑.๒.๑ การสร้างงานในชนบทซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจาก
ความแห้งแล้งในปีที่แล้ว ลักษณะงานที่จะสร้างขึ้นนั้นจะต้องเป็นงานที่ใช้แรงงานมาก และสอดคล้อง
กับความต้องการของท้องถิ่น ซึ่งจะเกิดผลชะลอการอพยพเข้าสู่ตัวเมืองของชาวชนบท การสร้างงาน
ในชนบทนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชาวชนบทแล้ว ยังเป็นการสร้างปัจจัยพื้นฐานสำหรับ
การพัฒนาเศรษฐกิจและอำนวยประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย

               การสร้างงานในชนบทอีกรูปหนึ่ง คือส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าพื้นเมืองอันเป็นอุตสาหกรรม
ในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าสำหรับการส่งออกของประเทศ

               ๑.๒.๒ การสร้างงานในเมือง จะเน้นใช้แรงงานที่ว่างเปล่าในเมืองซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนและ
หนุ่มสาวที่อยู่ในวัยทำงานและต้องการทำงาน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของครอบครัว ดังนั้น จึงจำเป็น
ต้องสร้างงานให้ประชาชนในเมืองเพิ่มขึ้นได้อีกส่วนหนึ่ง และงานด้านนี้รัฐบาลจะขยายจำนวนที่อยู่อาศัย
ให้ได้ปีละไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ หน่วย

                  ๒. ปัญหาน้ำมัน

               จะดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการขึ้นราคาน้ำมันดิบของ
ประเทศผู้ผลิต โดยปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศตามความเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบ
ในทางที่จะก่อภาระแก่ประชาชนผู้ยากจนน้อยที่สุด และจะดำเนินการวางแผนประหยัดการใช้น้ำมันเพื่อ
ชะลอการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันที่จะนำเข้าให้ได้ผลตามเป้าหมายให้จงได้ โดยสนับสนุนให้ใช้การ
ขนส่งทางน้ำและทางรถไฟให้มากขึ้น และแก้ปัญหาจราจรติดขัดให้เป็นผลสำเร็จอย่างจริงจัง

                 ๓. ปัญหาความแห้งแล้ง

               ปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงที่แล้ว และอาจจะมีขึ้นอีกในช่วงปีนี้ ซึ่งจะสร้างความ
ชะงักงันให้แก่การทำมาหากินของประชาชนในชนบท ต้องได้รับการแก้ไขทุกวิถีทางและรีบด่วนที่สุด
ในการแก้ปัญหานี้รัฐบาลจะเร่งปรับแผนการปล่อยน้ำมันจากเขื่อนใหม่จะระดมการใช้เครื่องสูบน้ำจาก
แก่น้ำใหญ่ทั่วทุกสาย และจะเพิ่มเครื่องมือเข้าเร่งทำฝนเทียมเข้าช่วยอีกทางหนึ่งนอกจากนี้จะได้จัด
เตรียมเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ควบคู่ไปกับการสร้างอ่างหรือแหล่งเก็บน้ำอย่างรวดเร็วด้วยในการ
ดำเนินการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งนี้ จะดำเนินควบคู่ไปกับแผนการสร้างงานในชนบท

                  ๔. ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

              ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วนเช่นกัน รัฐบาลจะเร่งหาทาง
ผ่อนคลายปัญหานี้ด้วยวิธีการยืดระยะเวลาชำระหนี้ของเกษตรกรที่ประสบความเสียหายจากความ
แห้งแล้งให้สอดคล้องกับความสามารถและความจำเป็นของเกษตรกรในขณะเดียวกันก็จะระดมเงินทุน
จากสถาบันการเงินไปสู่ภาคเกษตรกรรมตลอดจนจะใช้กลไกของรัฐที่มีอยู่เพื่อพิทักษ์เกษตรกรมิให้ต้อง
เสียกรรมสิทธิ์ในไร่นาซึ่งเป็นเครื่องมือทำกินที่สำคัญที่สุด

                 ๕. การปรับปรุงงบประมาณ

                     จะปรับปรุงงบประมาณรายจ่าย โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

                     ๕.๑ ตัดทอนรายจ่ายที่มีความจำเป็นน้อย หรือที่มีอันดับความสำคัญต่ำ เพื่อนำมาใช้จ่าย
ในโครงการและแผนงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

                     ๕.๒ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพื่อการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง การพัฒนาและ
การสร้างงานในชนบทการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง
ของประเทศ

                     ๕.๓ รวบรวมโครงการพัฒนาจังหวัดของหน่วยราชการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณ
แต่ยังไม่ได้จัดทำ ให้ได้จัดทำรวมไปกับโครงการสร้างงานในชนบทในฤดูแล้ง ทั้งนี้ เพื่อมิให้ซ้ำซ้อนกัน

                 แนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป

               หลังจากการดำเนินงานแก้ปัญหารีบด่วนทีเผชิญอยู่เฉพาะหน้าในช่วง ๖ เดือนแล้วรัฐบาลจะ
วางแผนดำเนินงานทุกด้านให้บรรลุนโยบายที่ได้กล่าวข้างต้นทุกข้อไป และแผนดำเนินงานเหล่านั้น
จะได้รับการติดตามและปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับภาวการณ์เป็นระยะ ๆ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
รวมที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์และโดยมุ่งหมายให้ภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมีระดับความ
สมบูรณ์ก้าวหน้าทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย

                นโยบายทางสังคม

               รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีสุขภาพ
พลานามัยสมบูรณ์ จะวางพื้นฐานการศึกษาให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถพัฒนาตนเองและ
สังคมโดยให้ยึดมั่นในศาสนธรรม คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย รู้จักนำความรู้ความสามารถทาง
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของสังคมไทยต่อไป ดังต่อไปนี้

                
๑.ยาเสพติด

               จะดำเนินการกวาดล้างแหล่งผลิต และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยเด็ดขาดฉับพลันส่วนทาง
ด้านผู้ติดยาเสพติดจะให้การบำบัดรักษา และอบรมให้ตระหนักถึงภัยอันเกิดจากยาเสพติด

                  ๒. กระบวนการยุติธรรม

                     ๒.๑ จะรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายผดุงความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการ
พิจารณาพิพากษาอรรถคดี

                     ๒.๒ จะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้คดีความต่าง ๆที่เกิดขึ้นได้มาสู่การพิจารณาพิพากษา
ของศาลโดยรวดเร็ว

                     ๒.๓ จะจัดตั้งศาลปกครองและศาลสาขาอื่นตามความเหมาะสม จะอำนวยความสะดวกให้แก่
ประชาชนผู้มีอรรถคดีโดยการจัดตั้งศาลเพิ่มขึ้นตามความจำเป็น และเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี
ของศาลให้แล้วเสร็จไปโดยรวดเร็ว

                     ๒.๔ จะปรับปรุงฐานะของผู้พิพากษาให้เหมาะสม และเพิ่มพูนความรู้ความสามารถความ
เข้าใจและทัศนคติเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อช่วยให้ผู้พิพากษาสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตน
อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นผู้มีจรรยาตุลาการที่ดีงาม

                     ๒.๕ จะขยายการคุมประพฤติของผู้กระทำผิดออกไปในส่วนภูมิภาค เพื่อปกป้องคุ้มครองและ
ป้องกันสังคมจากอาชญากรรม และช่วยเหลือควบคุมและสอดส่องผู้กระทำผิดที่ไม่ร้ายแรงให้กลับตน
เป็นพลเมืองดีของสังคมโดยไม่ต้องถูกจำคุก

                     ๒.๖ จะแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับให้สอดคล้องกับภาวะสังคมในปัจจุบัน
เพื่อให้สามารถอำนวยความยุติธรรมและรักษาความสงบสุขของประชาชนตลอดไป

             ๓. การสาธารณสุข

               จะปรับปรุงให้ประชาชนทั้งในชนบท และในเมืองให้ได้รับบริการทางแพทย์และสาธารณสุข
สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะพยายามจัดสรรงบประมาณสำหรับใช้ในกิจการสาธารณสุขให้มากขึ้น โดย
จะดำเนินการดังต่อไปนี้

                ๓.๑ จะเร่งรัดการดำเนินงานโครงการสาธารณสุขมูลฐาน ด้วยการจัดบริการให้ประชาชน
ในระดับหมู่บ้านและตำบลที่ยังไม่ได้รับบริการดังกล่าว ให้มีโอกาสใช้บริการป้องกันโรค การส่งเสริม
สุขภาพ และการรักษาพยาบาลเบื้องต้นทั้งนี้จะให้การสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุด้านการ
รักษาพยาบาลเป็นพิเศษโดยจะประสานงานและร่วมมือกับภาคเอกชน

                ๓.๒ จะเร่งรัดการปรับปรุง ขยายและก่อสร้างโรงพยาบาลอำเภอ รวมทั้งจัดตั้งสถานีอนามัย
ให้มีระบบและข่ายงานสาธารณสุขให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

                ๓.๓ จะร่วมมือกับทบวงมหาวิทยาลัย ในการเร่งรัดการผลิตแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์
เภสัชกรนักสาธารณสุข เจ้าหน้าที่เทคนิค และเจ้าหน้าที่ธุรการทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้มากขึ้น
โดยเร็วเพื่อให้เพียงพอกับการขยายบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น ทั้งจะปรับปรุงคุณภาพของ
บุคลากรดังกล่าวให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพในชนบท

                ๓.๔ จะเร่งรัดการดำเนินการวางแผนครอบครัวให้ลดอัตราการเพิ่มประชากรลงและขยายการ
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการแก้ไขปัญหาสภาพโภชนาการรวมทั้งการ
สาธารณูปโภค

                ๓.๕ จะส่งเสริมและเร่งรัดให้มีการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและธุรกิจเอกชน
สามารถผลิตครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ และวัสดุภัณฑ์ ที่ใช้ในการแพทย์และสาธารณสุขให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้ง
ผนึกวิธีการรักษาพยาบาลแบบพื้นบ้าน กับระบบการรักษาพยาบาลในโครงการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน
เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน

                ๓.๖ จะพัฒนาและปรับปรุงระบบงานสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถประสานเป้าหมาย
ประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุขกับหน่วยงานฝ่ายกลาโหม มหาดไทย เกษตร อุตสาหกรรม
สิ่งแวดล้อม ศึกษา และธุรกิจเอกชนเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขดีขึ้นในยามปกติ และเตรียม
พร้อมที่เผชิญเหตุการณ์ในยามฉุกเฉินได้

                ๓.๗ จะปรับปรุงและดำเนินการด้านสุขศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ใช้สื่อสารมวลชน และใช้
วิธีการศึกษาทั้งในและนอกระบบ เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถมและมัธยม รู้จักปฏิบัติตน
ในการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และรักษาพยาบาลเบื้องต้นด้วยตนเอง

                ๓.๘ จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้วยการตรวจสอบป้องกัน ปราบปรามและ
ลงโทษผู้กระทำความผิด รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมในการผลิต การจำหน่าย
การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยารักษาโรคและวัสดุภัณฑ์ที่ใช้ในการเกษตรให้ได้รับความปลอดภัย เป็น
ธรรม และประหยัด

                ๓.๙ จะส่งเสริมการออกกำลังและการกีฬา เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีตั้งแต่เยาว์วัย

                ๓.๑๐ จะป้องกันและรักษาโรคที่เป็นอันตรายต่อประชาชนในกลุ่มอาชีพหรือวัยต่าง ๆ โดย
เฉพาะโรคที่สามารถขจัดหรือบำบัดให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ทั้งนี้จะเร่งรัดโครงการที่จะป้องกัน
และบรรเทาอุบัติเหตุและสาธารณภัยต่าง ๆ รวมทั้งจัดทำโครงการฟื้นฟูผู้ทุพพลภาพให้สามารถดำรง
ชีวิตและประกอบอาชีพได้อีกด้วย

                ๓.๑๑ จะผลิตและส่งเสริมให้นักวิชาการทางการแพทย์ และสาธารณสุขให้มีความสามารถสูง
ที่จะแสวงหาวิทยาการแผนใหม่ในประเทศ หรือจากต่างประเทศเพื่อใช้แก้ปัญหาสาธารณสุข

             ๔. การพัฒนาเด็กและเยาวชน

               จะส่งเสริมทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชนให้ร่วมกันระดมสรรพกำลังในการพัฒนาเด็กและ
เยาวชนไทยให้มีคุณภาพดีขึ้นทั้งทางกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

               ๔.๑ จะส่งเสริมและสนับสนุนให้การอบรมเลี้ยงดูในครอบครัวมีคุณภาพดียิ่งขึ้นโดยถือเป็น
พื้นฐานอันสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

               ๔.๒ จะส่งเสริมสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจ โดยเน้นการเจริญเติบโตของร่างกาย
การป้องกันโรค และการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเป็นหลัก

               ๔.๓ จะเร่งรัดสร้างค่านิยมโดยเฉพาะด้านจริยธรรม และศาสนธรรมให้มีวินัย ความซื่อสัตย์
 ความอดทน ความขยันหมั่นเพียร รู้จักประหยัด รู้จักตนเอง และรู้จักอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นด้วยความ
สามานฉันท์

               ๔.๔ จะส่งเสริมการพัฒนาด้านสติปัญญา การแสวงหาความรู้และการใช้เหตุผลในทางริเริ่ม
และสร้างสรรค์ ที่มีประสบการณ์เหมาะสมกับวัย

               ๔.๕ จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาให้เต็มที่ตามสภาพ และความแตกต่างระหว่าง
บุคคล สงเคราะห์และบำบัดรักษาเด็กที่มีปัญหาเฉพาะทั้งทางกาย สมอง และอารมณ์ รวมทั้งให้ความ
คุ้มครองเด็ก เยาวชนที่ทำงาน

               ๔.๖ จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม

               ๔.๗ จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักในความสำคัญของความเป็นชาติเข้าใจ
บทบาทของตนในการพัฒนาชาติ และการเป็นสมาชิกในสังคมนานาชาติ

             ๕. การศึกษา

                รัฐมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เป็นรากฐานการปกครองของประเทศในระบอบประชาธิปไตยอัน
มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การประกอบอาชีพ การพัฒนาชนบท การให้เยาวชนไทยเป็นผู้เพียบพร้อม
ด้วยความรู้ ความคิด มีคุณธรรม จริยธรรม และพลานามัยสมบูรณ์โดยจะดำเนินการดังต่อไปนี้

                ๕.๑ จะประสานงานการศึกษาทั้งด้านนโยบาย และการบริหารการศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะ
ให้มีการประสานสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาทุกระดับตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษานอก
โรงเรียนถึงระดับอุดมศึกษา

                ๕.๒ จะปรับปรุงการเรียน การสอน หลักสูตร เพื่อสร้างเยาวชนให้มีระเบียบวินัย มีความคิด
สร้างสรรค์ มีความสามารถในการประกอบอาชีพ มีความรับผิดชอบและตระหนักถึงหน้าที่ สิทธิ ตาม
วิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

                ๕.๓ จะมอบอำนาจการจัดการศึกษาไปสู่ระดับปฏิบัติให้มากที่สุด และจะเปิดโอกาสให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเสนอแนะความต้องการในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพที่
เป็นจริง สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนด้านส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนและ
ท้องถิ่น

                ๕.๔ จะระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาเพื่อขยายการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษา
ภาคบังคับและการศึกษานอกโรงเรียนให้ทั่วถึงโดยรวดเร็ว เพื่อสร้างประชากรไทยให้มีคุณภาพ
สามารถในการประกอบอาชีพ และกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้ รวมทั้งส่งเสริมให้มีสินเชื่อ
ทางการศึกษาให้กับเด็กที่มีความสามารถได้เรียนอย่างทั่วถึง

                ๕.๕ จะปรับปรุงวิธีการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและ
ให้มีคุณภาพทัดเทียมกันทุกระดับ ไม่ว่าสถานศึกษานั้นจะตั้งอยู่ ณ ที่ใด ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความต้อง
การของท้องถิ่นเป็นสำคัญ

                ๕.๖ จะส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามีประสิทธิภาพในการสอน การวิจัย การให้บริการ
ทางวิชาการแก่ชุมชน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งจะสนับสนุนกิจกรรมของ
นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และนอกมหาวิทยาลัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม

                ๕.๗ เพื่อแก้ปัญหาสำคัญทางด้านการศึกษาของประเทศที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน จะเร่ง
ดำเนินมาตราการดังต่อไปนี้

                        ๕.๗.๑ การศึกษาประชาบาล จะปรับปรุงระบบบริหารการประถมศึกษาให้มีเอกภาพ
โดยจัดตั้งสำนักงานเทียบเท่ากรมในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวางนโยบายและประสานงานการศึกษา
ประชาบาลทั่วประเทศให้มีรูปแบบ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน และจะยกฐานะครูประชาบาลขึ้นเป็น
ข้าราชการพลเรือน รวมทั้งจะปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลให้คล่องตัวขึ้น

                        ๕.๗.๒ การจัดการศึกษาของวิทยาลัยจะพัฒนารูปแบบการประสานงานของวิทยาลัยที่
ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันในการสอน การวิจัย การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
และให้บริการทางวิชาการ

                        ๕.๗.๓ การอาชีวศึกษา จะพัฒนารูปแบบและจัดระบบการประสานงานของสถาบัน
อาชีวศึกษาต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาครัฐบาล และภาคเอกชน

                        ๕.๗.๔ การศึกษาเอกชน จะให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ ทั้งนี้เพื่อให้โรงเรียน
ราษฎร์มีคุณภาพและมีมาตรฐานดี

            ๖. ศิลป วัฒนธรรม ศาสนา และลักษณะสังคมไทย

               ๖.๑ จะรักษาและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทยให้มีเอกลักษณ์สูงเด่นและจะป้องกันมิให้ศิลป
วัฒนธรรมของชาติอื่นที่เผยแพร่เข้ามาในประเทศ ทำลายศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อันดีงาม
ของชาติ รวมทั้งการปราบปรามกิจกรรมอันทำลายและขัดต่อศีลธรรมจรรยาและชื่อเสียงเกียรติภูมิ
ของคนไทยด้วย

               ๖.๒ จะอนุรักษ์ศิลปกรรมโบราณสถาน และปูชนียสถานอันเป็นที่สักการะยึดเหนี่ยวทางใจ
ของประชาชน

               ๖.๓ จะสนับสนุนเสรีภาพในการนับถือศาสนา ส่งเสริมขันติธรรมและความสมานฉันท์
ระหว่างผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ กัน เพื่อผลในการฟื้นฟูศีลธรรม จริยธรรม ของชนในชาติ

               ๖.๔ จะส่งเสริมให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติตามครรลองของศีลธรรม จริยธรรมเป็นพิเศษ
โดยกวดขันความประพฤติของข้าราชการให้เป็นที่นับถือ ศรัทธา และเป็นตัวอย่างที่ดีงามของประชาชน

            ๗. ชุมชน เมือง สิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภค

               ๗.๑ จะพัฒนา เมือง ชุมชน และชนบทให้อยู่ในขนาดที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับการขยาย
บริการทางสังคม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน
คุณภาพสิ่งแวดล้อม จารีตประเพณี และเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

               ๗.๒ จะจัดบริการสังคมในเรื่องสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย
รายได้ปานกลาง ทั้งในเมือง และชนบทให้มีลักษณะสมบูรณ์ในตัวเอง

               ๗.๓ จะจัดบริการสังคมด้านการกีฬา สถานพักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะในเมือง และชุมชน
ต่าง ๆ รวมทั้งการขยายวนอุทยาน อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


   
                  นโยบายทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

               ๑. จะเร่งรัดส่งเสริมการวิจัย และการให้บริการทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โดยเน้นหนัก
ในการสนับสนุนงานพัฒนาด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

               ๒. จะวางแผนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ในการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้เป็น
ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงสภาวะของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

               ๓. จะส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการที่จะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีจากในประเทศและจากต่างประเทศให้เหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา
เศรษฐกิจสังคมและสภาพแวดล้อม

               ๔. จะเร่งรัดส่งเสริมการสำรวจวิจัย และพัฒนาการนำพลังงานทุกรูปแบบภายในประเทศมา
ใช้ให้เป็นประโยชน์โดยเร็ว เพื่อลดการใช้น้ำมันที่ต้องซื้อจากต่างประเทศ

               ๕. จะเร่งรัดประสานงาน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการประสานงาน
ต่อเนื่องและให้เป็นไปในเป้าหมายแนวทางเดียวกันอย่างใกล้ชิด

               ๖. จะกำหนดอัตราค่าพลังงานที่ใช้เป็นประโยชน์ได้แล้วทุกชนิดให้เหมาะสมกับสถานะทาง
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

               ๗. จะควบคุมการจัดหา การผลิต และการใช้พลังงานให้เป็นไปโดยประหยัด และได้ประโยชน์
สูงสุดต่อส่วนรวม เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ เหมาะสมกับภาวการณ์ทั้งในยามปกติและยาม
ฉุกเฉิน

               ๘. อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติโดยจัดให้มีการใช้และฟื้นฟูทรัพยากรเหล่านี้ให้
เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นธรรมในสังคม

               นอกจากนโยบายดังกล่าวข้างต้นแล้ว ประเทศไทยยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้
และเป็นภาระหนักอีกประการหนึ่ง คือปัญหาเกี่ยวกับผู้อพยพลี้ภัย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลขอแถลงว่าจะดำเนิน
การแก้ปัญหาตามหลักมนุษยธรรมควบคู่ไปกับหลักอธิปไตย ความมั่นคงความปลอดภัยและผลประโยชน์
ของชาติ เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยจากอินโดจีนซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมากนั้นรัฐบาลจะเร่งดำเนินการ
ทางการเมืองและการทูตให้องค์การและประชาคมระหว่างประเทศเข่ามามีส่วนรับผิดชอบในการแก้
ปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะให้มีการรับบุคคลเหล่านี้ ออกไปจากประเทศไทยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบกระเทือนและความเดือดร้อนซึ่งประเทศไทยและประชาชนคนไทยต้องประสบ
อยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้

               ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินโยบายของรัฐบาลในรายละเอียดดังที่
กระผมได้แถลงไปแล้วนั้น หากมิได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจังก็จะเป็นเพียงคำพูดหรือตัวหนังสือที่ไร้ค่า
การปฏิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าว จะต้องอาศัยความตั้งใจจริง ความสุจริตและการไตร่ตรองที่
รอบคอบจากคณะรัฐบาล โดยกระผมของให้คำมั่นว่า การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่
ตัวกระผมและรัฐมนตรีทุกท่านเป็นลำดับแรกต่อจากนั้นก็จะดำเนินการให้ข้าราชการตั้งแต่ชั้นผู้ใหญ่เรื่อย
ลงไปจนถึงชั้นผู้น้อยทุกระดับถือปฏิบัติเช่นกัน การที่คณะรัฐบาลและข้าราชการจะสามารถกระทำหน้าที่นี้
ได้กระผมเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากท่านสมาชิกผู้มีเกียรติในการที่จะ
ให้ความคิดเห็นทักท้วงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญยิ่งก็คือ ความเข้าใจและความร่วมมือของ
ประชาชน

               กระผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อท่านทั้งหลาย และต่อประชาชนว่ากระผมจะบริหารงานตาม
นโยบายที่เสนอนี้ โดยยึดถือความสุจริต ความเที่ยงธรรม และความตั้งใจแน่วแน่ในการนี้กระผมและ
รัฐมนตรีร่วมคณะทุกท่าน จะยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง กระผมหวังว่าเราทุกคนสามารถจะนำ
ความผาสุกความสงบเรียบร้อยและความเจริญมาสู่ประเทศชาติ และประชาชนสมดังเจตนารมณ์และ
เป้าหมายที่ได้แถลงไว้ในวันนี้ทุกประการ ขอบพระคุณ

*รายงานการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ ๒/๒๕๒๔ (วิสามัญ สมัยที่สอง)
  วันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ หน้า ๒๕ - ๔๖

กลับไปหน้าแรก