คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๓๙
 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
เป็นนายกรัฐมนตรี 
ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๙ - ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๐
แถลงนโยบาย เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๙


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ  
 
               ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรี
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ ความปรากฏอยู่แล้ว นั้น

               บัดนี้ คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีความยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้กำหนด
นโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอแถลงมาเพื่อสภาได้ทราบดังต่อไปนี้ 
คือ เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รัฐบาลนี้จักได้ดำเนินการตามนโยบาย 
ต่อไปนี้

               (๑) รัฐบาลนี้ถือหลักประหยัดเป็นสำคัญและตระหนักว่า ความมั่นคงของประเทศเป็น
รากฐานอันสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อให้
บรรลุตามความมุ่งหมายในการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และเพื่อให้ประเทศไทยดำรงคงอยู่
ด้วยความปลอดภัย ฉะนั้น รัฐบาลนี้จักได้ดำเนินการทุกประการเพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตย 
ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ โดยจะตระเตรียมและเสริมสร้างกำลังที่ใช้ในการป้องกัน
ชาติให้เข้มแข็ง ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะป้องกันราชอาณาจักร โดยพยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด

               สำหรับในระยะ ๔ ปีนี้ จะดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้กำลังทหารของชาติอยู่ในสภาพ
พร้อมรบและสามารถขยายได้ในยามฉุกเฉิน จะพัฒนาหลักวิชาการและระบบอาวุธให้สามารถ
เผชิญกับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ จะปรับปรุงสวัสดิการ บำรุงขวัญและกำลังใจของทหารให้สูง
อยู่เสมอ รวมทั้งประสานความเข้าใจระหว่างทหารกับประชาชนให้ดียิ่งขึ้นและส่งเสริมให้ทหาร
มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้วย

               (๒) จะป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างจริงจังและเด็ดขาด จะขจัดการฉ้อราษฎร์
บังหลวง และการเบียดเบียนราษฎร จะป้องกัน ปราบปรามการผลิต และการค้ายาเสพติดให้โทษ
และแก้ไขบำบัดผู้ติดยาเสพติดดังกล่าวให้ได้ผลโดยด่วน จะดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขความยากจนของราษฎรส่วนใหญ่ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกคน
มีอาชีพ และรายได้ที่แน่นอนเพิ่มขึ้น ด้วยการพัฒนาการประกอบอาชีพประเภทต่าง ๆ และ
ดำเนินการใช้แรงงานให้เต็มที่เพื่อขจัดปัญหาการว่างงาน และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรม
ช่างฝีมือหรือแรงงานที่ใช้ฝีมือในการทำงาน ทั้งจะเน้นหนักในการพัฒนาเมือง ชนบท และ
สาธารณูปโภค และจะปรับปรุงและพัฒนาการปกครองประเทศในทุกระดับ

               (๓) จะรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายผดุงไว้ซึ่งความเป็นอิสระของผู้พิพากษา
ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี จัดให้มีศาลในท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างเพียงพอ เพื่อความสะดวก
แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี และปรับปรุงวิธีการ และการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลให้เป็น
ไปโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ ตลอดจนเพิ่มจำนวน
และส่งเสริมประสิทธิภาพของผู้พิพากษาด้วยการฝึกอบรมทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศ และ
บริการด้านสวัสดิการให้สมกับอัตภาพ ประมวลจรรยาบรรณของตุลาการขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร
กับจัดทำคู่มือตุลาการขึ้นด้วย

               นอกจากนั้น ในด้านกระบวนการยุติธรรมฝ่ายอัยการ จะได้ปฏิรูปด้วยการจัดให้มีพนักงาน
อัยการชั้นพิจารณาอุทธรณ์ ฎีกา และให้พนักงานอัยการได้ควบคุมการสอบสวนด้วย เป็นต้น

               (๔) ในด้านการต่างประเทศ รัฐบาลนี้จะดำเนินนโยบายโดยอิสระ ยึดถือผลประโยชน์
ของประเทศชาติ ความอยู่รอด และความมั่นคงของชาติเป็นหลักสำคัญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราช
อธิปไตยของชาติ และบูรณภาพแห่งราชอาณาจักร และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข จะสนับสนุนหลักการและความมุ่งประสงค์ของ
สหประชาชาติ และยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ โดยจะร่วมมือกับประเทศสมาชิกและองค์การ
ระหว่างประเทศอื่น ๆ ในอันที่จะส่งเสริมสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ จะดำเนิน
ความสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ ซึ่งปรารถนาและแสดงเจตจำนงที่จะมีความสัมพันธ์
กับประเทศไทยด้วยความจริงใจ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในระบอบการปกครอง หรือ
ระบบเศรษฐกิจและสังคม โดยจะยึดหลักความเสมอภาค ความเที่ยงธรรม การเคารพอธิปไตย
การบูรณภาพแห่งดินแดน และการไม่รุกราน คุกคามหรือแทรกแซงในกิจการภายในซึ่งกันและกัน
จะแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศโดยสันติวิธีด้วยการใช้วิถีทางการทูตเป็นหลักสำคัญ โดยยึดมั่นใน
หลักกฎหมาย และความยุติธรรมระหว่างประเทศ กับจะรักษาไว้ซึ่งสิทธิ และปฏิบัติตามพันธกรณี
ของสนธิสัญญาที่ทำไว้กับนานาประเทศ บนรากฐานแห่งความเสมอภาค ความเที่ยงธรรม และการ
ถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน นอกจากนั้น จะได้ส่งเสริมความร่วมมือส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
จะกระชับความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี ตลอดจนความร่วมมือกับประเทศในสมาคม
ประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ 
สังคม และวัฒนธรรม เพื่อก่อให้เกิดเสถียรภาพความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้าอยู่ดีกินดีและ
สันติสุขร่วมกันในประเทศสมาชิก และในอาณาบริเวณนี้ และจะสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ที่เกื้อกูล
ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง กับทั้งจะดำเนิน
นโยบายต่างประเทศ ในอันที่จะช่วยส่งเสริมและให้หลักประกันแก่การค้าระหว่างประเทศ การลงทุน
และการท่องเที่ยว เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันด้วย

               (๕) ในด้านการคลัง รัฐบาลนี้จะบริหารการคลัง โดยถือหลักว่าเสถียรภาพทางการคลัง
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และจะใช้นโยบายการคลัง
เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา และเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจตามสภาวการณ์เพื่อให้กรณี
สมดังเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน จะได้ปรับปรุงระเบียบแบบแผนซึ่งทำให้
การปฏิบัติราชการมีความคล่องตัวและประหยัดนอกจากนี้จะดำเนินการให้สถาบันการเงิน
ของเอกชนมีบทบาทในการช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

               (๖) สำหรับการพาณิชย์ รัฐบาลนี้ถือเอาการกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นนโยบายหลัก
ทั้งนี้โดยจะจัดให้ประชาชนได้มีสินค้าที่จำเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภคในปริมาณที่เพียงพอ 
คุณภาพเหมาะสม และราคาพอสมควร จัดให้ผู้ผลิตได้มีโอกาสจำหน่ายผลิตผลโดยสะดวกและใน
ราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนการส่งสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศออกไปขายในต่างประเทศ
ในปริมาณและมูลค่าที่สูงขึ้น รวมทั้งการขยายตลาดในต่างประเทศให้กว้างขวางและจัดระบบการค้า
ให้เป็นระเบียบ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่ยุติธรรมโดยสนับสนุนผู้ทำการค้าโดยสุจริต

               (๗) ส่วนการอุตสาหกรรมนั้น จะได้ส่งเสริมและดำเนินการให้มีอุตสาหกรรมในประเทศ
เพื่อผลิตปัจจัย ๔ ที่จำเป็นแก่การดำรงชีพของประชาชน ตลอดจนบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก
ในงานอาชีพให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และให้มีเหลือเพื่อส่งออกไปแลกสิ่งของซึ่ง
ยังผลิตเองไม่ได้แต่จำเป็นแก่การครองชีพของประชาชน อนึ่งจะปรับปรุงแก้ไขให้กิจการอุตสาหกรรม
เหมืองแร่ดำเนินไปอย่างถูกทาง และมีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นทุนการผลิตแร่ลดลง และรัฐบาลใน
ฐานะเจ้าของแร่ได้รับผลประโยชน์เป็นค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งของกำไรอันพึงได้มากขึ้น
ช่วยเหลือและเร่งรัดการเจาะหาน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ เพื่อก่อให้เกิดอุตสาหกรรมน้ำมัน
ที่สมบูรณ์ ส่งเสริมและดำเนินการให้มีอุตสาหกรรมปุ๋ยสำหรับเกษตรกรรมอาหารสัตว์สำเร็จรูปหรือ
กึ่งสำเร็จรูปจากผลิตผลเกษตรในประเทศ สำรวจและศึกษาทางธรณีวิทยาหาแหล่งแร่ธาตุต่าง ๆ
และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์โดยคำนึงถึงดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

               (๘) ในด้านการคมนาคม จะดำเนินการเพื่อให้มีบริการในด้านการสื่อสาร และการขนส่ง
ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ อย่างเพียงพอในมาตรฐานอันควรและจัดให้บริการในด้าน
อุตุนิยมวิทยาเป็นที่รับรองและเชื่อถือมากยิ่งขึ้นสำหรับปัญหาเฉพาะหน้าอันเร่งด่วน คือ เรื่อง
รถยนต์โดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครนั้น ในระยะ ๖ เดือนแรกนี้ จะจัดให้มีการเพิ่ม
จำนวนขึ้นเมื่อครบ ๑๘ เดือน จะจัดให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของ
ประชาชน ทั้งนี้โดยยึดหลักความสะดวก ปลอดภัย ประหยัด และมีประสิทธิภาพเป็นเกณฑ์

               (๙) ด้านการเกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลจะยึดถือโครงการปฏิรูปที่ดินควบคู่ไปกับการ
พัฒนาระบบสหกรณ์ทุกระดับ เป็นนโยบายสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็น
ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยใน ๔ ปีนี้ จะทำการปฏิรูปที่ดิน พระราชทานที่ดินของรัฐ
และที่ดินของเอกชน รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ ๘ ล้านไร่ ด้วยการปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิ และการ
ถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร รวมทั้งการจัดที่อยู่อาศัยในที่ดินเพื่อการเกษตรนั้นจะสนับสนุน
เกษตรกรขนาดเล็ก กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ให้มีขีดความสามารถในการผลิต
สูงขึ้น จัดให้มีบริการปัจจัยการผลิต เช่น การจัดระบบเกษตร การชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การชลประทานขนาดเล็กให้ทั่วถึงทุกท้องที่ การบำรุงที่ดิน การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในการผลิต รวมทั้งการปรับปรุง และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในการนี้ จะได้จัดการให้มี
มาตรการเพื่อการปลดเปลื้องหนี้สินแก่ชาวนา ชาวไร่ และจัดการส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงาน
ในชนบทอย่างทั่วถึง ร่วมมือส่งเสริมให้ความรู้ในการผลิตอุตสาหกรรมในครัวเรือน หรือ
อุตสาหกรรมพื้นเมือง เช่น การจักสาน การทอผ้า การแกะสลัก การปั้นและการทอเสื่อ เป็นต้น
จะส่งเสริมการปศุสัตว์ การบำรุงพันธ์และเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด สัตว์น้ำกร่อย และการประมงทะเล
ให้เป็นผลดียิ่งขึ้นการบำรุงและป้องกันรักษาป่าไม้ของชาติเป็นเรื่องที่จะได้กวดขันเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธาร ในขณะเดียวกันจะได้เร่งรัดการปลูกสร้างสวนป่าให้
มากยิ่งขึ้น

               (๑๐) ในด้านการศึกษา รัฐบาลนี้ถือว่าเป็นหน้าที่หลักตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ในอันที่จะอบรมและเร่งเร้าเป็นพิเศษให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วราชอาณาจักร
ตระหนักและเห็นคุณค่าของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีชาติ ศาสนา และมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุขของประเทศ มีความภาคภูมิในวัฒนธรรมไทย รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพภายในกรอบกฎหมาย
และตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

               นอกจากนั้น รัฐบาลนี้จะปรับปรุงระบบและกระบวนการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภททั้งในและ
นอกระบบโรงเรียน เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการพัฒนาความสามารถ ทัศนคติ 
พฤติกรรม ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็นพลเมืองดี มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตาม
ความต้องการอันจำเป็นของสังคมไทย

               ในด้านการศึกษาภาคบังคับ แม้ว่ารัฐจะถือเป็นหน้าที่และภารกิจโดยตรงของรัฐที่จะต้อง
รับผิดชอบ จัดให้เปล่าอย่างเสมอภาค แต่รัฐก็ยินดีเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจัดได้ภายในขอบเขต
ที่รัฐกำหนด โดยภาคเอกชนจะต้องรักษาคุณภาพของการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย โครงการ
และเอกลักษณ์ของการศึกษาของชาติ และไม่เป็นการจัดการศึกษาเพื่อแสวงหากำไรเกินควรในด้าน
การศึกษาที่มิใช่เป็นการศึกษาภาคบังคับ ทุกระดับและทุกประเภทนั้น รัฐบาลนี้จะสนับสนุน
ให้บุคคลมีโอกาสเท่าเทียมกันในการรับการศึกษาอบรมตามกำลังความสามารถของสติปัญญา
ซึ่งผู้รับการศึกษาจะต้องรับภาระบ้างตามสมควร ในการนี้รัฐจะจัดทุนเล่าเรียนให้แก่ผู้ยากไร้ 
แต่มีสติปัญญา และจะจัดทุนเล่าเรียนให้แก่ผู้เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งได้รับการ
คัดเลือกจากท้องถิ่น เพื่อให้กลับไปทำงานในท้องถิ่นหลักจากสำเร็จการศึกษาแล้วอีกด้วยจะ
แก้ไขปรับปรุงและขยายการศึกษาผู้ใหญ่ และการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการ
ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยให้การศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบ
อาชีพได้อย่างแท้จริง และจะเน้นการพัฒนาการศึกษาในด้านเกษตรกรรมเป็นพิเศษ ส่วนการศึกษา
ในด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีนั้น รัฐจะจัดตามความจำเป็น
ในทางเศรษฐกิจและสังคม และจะจัดการศึกษาโดยเน้นในส่วนที่จะสนับสนุนเกษตรกรรม
  ในด้าน
การฝึกหัดครูหรือศึกษาศาสตร์ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ รัฐบาลนี้ถือเป็น
หน้าที่โดยตรงของรัฐแต่ผู้เดียวในการรับผิดชอบดำเนินการและการรับบุคคลเข้ามาศึกษาใน
ด้านการฝึกหัดครูหรือศึกษาศาสตร์ สถาบันฝึกหัดครูหรือศึกษาศาสตร์ จะต้องใช้มาตรการพิเศษ
คัดเลือกให้บุคคลที่มีสติปัญญา และความสามารถเหมาะสมและที่มีทัศนคติ บุคลิกภาพ และความ
สนใจอย่างแท้จริงที่จะเป็นครู มาเป็นผู้รับการศึกษาในด้านนี้ในด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา
รัฐบาลนี้ถือว่าสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน เป็นสถาบันศึกษาและวิจัย ซึ่งมีหน้าที่หลัก
ในการพัฒนาการศึกษาให้ประเทศไทยพึ่งตนเองได้ในทางวิชาการ สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติ
หน้าที่หลักให้สมบูรณ์ คือสอน ค้นคว้า บุกเบิก แสวงหาความรู้ใหม่ด้วยการวิจัย เรียบเรียงตำรา
ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และธำรงไว้ ถ่ายทอด พัฒนา มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
รัฐบาลนี้จะให้เสรีภาพในการดำเนินการแก่สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งไม่ขัดต่อนโยบาย โครงการ
และเอกลักษณ์ของการศึกษาของชาติ และรัฐจะจัดทุนเล่าเรียนให้แก่ผู้ยากไร้ที่มีสติปัญญา และ
จะจัดทุนเล่าเรียนให้แก่ผู้เรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ ซึ่งท้องถิ่นคัดเลือกตามความต้องการและ
ความจำเป็นของท้องถิ่น ให้เข้ารับการศึกษา เพื่อกลับไปทำงานพัฒนาท้องถิ่นด้วย

               รัฐบาลนี้ถือว่า งานทางวิชาการคือการเรียน การสอน การค้นคว้าวิจัยเป็นงานหลัก
ที่นิสิตนักศึกษาและอาจารย์พึงดำเนินการด้วยความกระตือรือร้น เพื่อความรู้ความสามารถ
ที่จะได้รับใช้สังคมอย่างสมบูรณ์ในด้านการศึกษาของประชาชนโดยทั่วไป รัฐบาลนี้จะให้
เรียนรู้และใช้ภาษาไทยโดยให้สำนึกว่าภาษาไทยคือภาษาประจำชาติที่พลเมืองไทยทุกคน
จะต้องใช้ให้ถูกต้องทัดเทียมกันและจะเปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคตามกำลัง
ความสามารถทางสติปัญญาในด้านการศึกษาพิเศษสำหรับผู้มีความผิดปกติทางร่างกาย
จิตใจ และสังคม รัฐบาลนี้จะจัดสถานศึกษาให้เป็นพิเศษตามกำลังความสามารถทาง
เศรษฐกิจ และความจำเป็นของรัฐและท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ ความสามารถ ที่พอจะดำรง
ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามสมควรเพื่อมิให้เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม

               (๑๑) ในด้านการสาธารณสุข โดยที่ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนมีความสำคัญ
เป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะส่วน
ภูมิภาค ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลจึงจะให้การบริการสาธารณสุขแบบ
ผสมผสาน ทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลให้กระจาย
ไปสู่ภูมิภาค และท้องถิ่นอย่างทั่วถึงปรับปรุงและขยายบริการด้านการรักษาพยาบาลให้เพียงพอ
โดยจัดสร้างโรงพยาบาลประจำอำเภอ และสถานีอนามัยตามตำบลต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่
ประชาชนในอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านได้ทั่วถึง กับจัดส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อให้การ
รักษาพยาบาลและป้องกันโรคแก่ประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลและกันดาร ให้การบริการ
ด้านการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนผู้ยากไร้ทั้งในเมืองและชนบทโดยไม่คิดมูลค่า จัดตั้ง
โรงพยาบาลศูนย์ประจำภาคต่าง ๆ ให้มีแพทย์ผู้ชำนาญหลายสาขาประจำ เพื่อให้การ
รักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เกินความสามารถของแพทย์ตามโรงพยาบาลทั่วไปของภาคนั้น ๆ
เสริมสร้างสมรรถภาพและเพิ่มจำนวนบุคลากรสาธารณสุขประเภทต่าง ๆ ให้พอเพียงกับ
ความต้องการ ปรับปรุงวิธีการและขยายการผลิต อบรมฟื้นฟูสมรรถภาพของบุคลากร วาง
มาตรการการกระจายและใช้กำลังคนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

               ส่งเสริมงานด้านการวางแผนครอบครัวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดอัตราเพิ่มของ
ประชากรให้เป็นไปตามเป้าหมาย

               นโยบายของรัฐบาลตามที่แถลงมานี้ เพียงพอที่จะเป็นหลักประกันว่าชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ และเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยของเราจะดำรงคงอยู่ได้ด้วยความมั่นคง
ถาวร หวังว่าสภานี้จะได้ให้ความสนับสนุนด้วยดี จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย


*รายงานการประชุมสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ปฏิรูปการปกครองแผ่นดินครั้งที่ ๒
  วันศุกร์ที่ ๒๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙หน้า ๑๘ - ๒๕

กลับไปหน้าแรก