คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๓๗
 หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๙ - ๒๓ กันยายน ๒๕๑๙
 แถลงนโยบาย เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๙


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*

ท่านประธานสภาที่เคารพ   

               เนื่องจากได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๙ ข้าพเจ้าจึงได้จัดตั้ง
คณะรัฐมนตรีขึ้น ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามประกาศพระบรมราชโองการ
ลงวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๙

               บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินขึ้นแล้ว จึงขอแถลง
นโยบายเพื่อขอความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย

               โดยที่ในปัจจุบันบ้านเมืองของเราตกอยู่ในภาวะไม่ปกติสุข ทั้งในด้านการเมือง การเศรษฐกิจ
และสังคม ทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความไม่มั่นใจในอนาคตของตนเองและของประเทศชาติ 
โดยเฉพาะ ชาวนา ชาวไร่ และกรรมกร ต้องประสบกับความยากจนและเดือนร้อน จึงเป็นการจำเป็น
ที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการแก้ไขภา
การณ์ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความปกติสุขขึ้นในบ้านเมือง ในการนี้
คณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน จึงได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการ
แผ่นดินไว้เป็น ๒ ระยะ คือ นโยบายที่จะต้องดำเนินการเป็นการเร่งด่วน และนโยบายระยะยาว

นโยบายเร่งด่วน

               ปัญหาสำคัญที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข
เป็นการด่วน คือ การช่วยเหลือเกษตรกร การแก้ไขภาวะค่าครองชีพ การรักษากฎหมาย และ
ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง การปกครองท้องถิ่น และ
การขยายไฟฟ้าสู่ชนบท

               ๑. การช่วยเหลือเกษตรกร
   
                เนื่องจากเกษตรกรมีจำนวนเกือบร้อยละ ๘๐ ของจำนวนพลเมือง
ของประเทศ แต่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในฐานะยากจน รัฐบาลนี้จึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้มี
ฐานะในทางเศรษฐกิจดีขึ้น อันจะเป็นการขจัดความยากจนไปในตัว ดังต่อไปนี้
                   
() จะเร่งทำการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกรได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองในแต่ละปี
เริ่มมีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ จะจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองประมาณ 
๔๐,๐๐๐ ถึง ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว

                  
  (๒) จะปลดเปลื้องหนี้สินของเกษตรกรจากการเป็นลูกหนี้เอกชน มาเป็นลูกหนี้สหกรณ์
หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อมิให้เกษตรกรต้องสูญเสียสิทธิในที่ดิน

                           (๓) จะดำเนินการให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม โดยเฉพาะข้าว
จะลดหรือเลิกค่าพรีเมี่ยม รวมทั้งลดอากรขาออกถ้าจำเป็น เพื่อปรับราคาส่งออกให้สามารถ
แข่งขันในตลาดต่างประเทศได้

                           (๔) จะปรับปรุงและขยายการสหกรณ์ให้แพร่หลาย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการ
ดำเนินการด้านการผลิต การแปรรูปผลผลิต และการจำหน่าย

                            (๕) จะช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการชลประทาน การปรับปรุงที่ดิน การใช้พันธุ์พืช
การปราบศัตรูพืชและการซื้อปุ๋ยในราคาต่ำ

               ๒. การแก้ไขภาวะค่าครองชีพ
               รัฐบาลนี้จะรักษาระดับราคาสินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพ
ไม่ให้เคลื่อนไหวผิดปกติ โดยเฉพาะข้าวบริโภค รัฐบาลจะใช้มารตการอันเหมาะสมเพื่อให้มีราคา
พอสมควรมิให้ประชาชนผู้ยากไร้ต้องเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ นอกจากนั้นจะดำเนินมาตรการ
มิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจโดยเอกชน เพื่อมิให้ผู้จำหน่ายตั้งราคาสินค้าตามชอบใจ

               ๓. การรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยเพื่อมิให้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย
และเกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน รัฐบาลนี้จะรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และ
ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยจะเร่งดำเนินการปราบปรามโจรผู้ร้าย และลงโทษผู้ละเมิด
กฎหมายโดยไม่มีการละเว้น จะปรับปรุงกิจการตำรวจ และอำนาจการสอบสวนคดีอาญา และจะปรับปรุง
ส่งเสริมฐานะของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน

               ๔. การปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงรัฐบาลนี้จะดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปราม
การฉ้อราษฎรบังหลวงทั้งในวงงานราชการและวงงานของรัฐอย่างจริงจัง และจะไม่ให้กฎหมาย
ว่าด้วยการนี้ ซึ่งมีอยู่แล้วต้องเป็นหมัน นอกจากนี้จะดำเนินการให้มีกฎหมายว่าด้วยการแสดง
ทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ ทั้งจะ
ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภา ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

                ๕. การปกครองท้องถิ่นรัฐบาลนี้จะเร่งดำเนินการให้มีกฎหมายว่าด้วยการปกครอง
ท้องถิ่นทุกรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ปกครองตนเองภายในระยะเวลาที่กำหนดตาม
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง และในท้องถิ่นมีอิสระ
ในการดำเนินนโยบายของตน

                ๖. การขยายไฟฟ้าชนบท
                รัฐบาลนี้จะเร่งขยายไฟฟ้าสู่ชนบท โดยให้ประชาชนมีไฟฟ้า
ใช้ทั่วทุกตำบลโดยเร่งด่วนนโยบายระยะยาวในทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และการ
บริหาร มีดังต่อไปนี้    

               นโยบายทางการเมือง

                   ๑. รัฐบาลนี้จะยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์
เป็นประมุข จะดำเนินการทางการเมืองด้วยวิธีการที่บริสุทธิ์และยุติธรรม ทั้งจะเคารพและปกป้อง
สิทธเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และจะยึดชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เป็นศูนย์รวมพลังแห่งความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นภายในประเทศ

                   ๒. รัฐบาลนี้จะเสริมสร้างกำลังทหารของชาติให้เข้มแข็งตามความเหมาะสม
กับภาวการณ์และตามกำลังเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกำลังทหารจะใช้เพื่อปกป้อง
สถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาไว้ซึ่งเอกราช ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติและจะ
ปรับปรุงสวัสดิการและบำรุงส่งเสริมสมรรถภาพและขวัญของทหารให้สูงอยู่เสมอ ทั้งจะส่งเสริม
ให้ทหารมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

                   ๓. รัฐบาลนี้จะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์
ที่แท้จริงของประเทศเป็นหลัก จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือหรือเข้าไปพัวพันในการดำเนินนโยบาย
ของประเทศใด ๆ จะเป็นมิตรกับทุกประเทศที่ต้องการเป็นมิตรกับประเทศไทย ในหลักแห่ง
ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งอาณาเขต และเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน ทั้งนี้โดยไม่คำนึงถึง
ความแตกต่างของระบอบการปกครองหรือระบบเศรษฐกิจ

                  รัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาระหว่างประเทศโดยใช้วิธีทางการทูตเป็นสำคัญ จะปรับสันติภาพกับ
ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศในคาบสมุทรอินโดจีนให้เข้าสู่สภาพปกติ จะส่งเสริมและ
กระชับความร่วมมือโดยใกล้ชิด และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับประเทศ
เพื่อนบ้านในส่วนภูมิภาคนี้ของโลก โดยเฉพาะกับประเทศในกลุ่มอาเชี่ยน และจะสนับสนุนข้อเสนอ
ให้เอเชียอาคเนย์เป็นเขตแห่งสันติภาพ อิสรภาพ และความเป็นกลาง กับจะส่งเสริมความสัมพันธ์
กับประเทศกลุ่มโลกที่สามให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อผลประโยน์ร่วมกันในองค์การระหว่างประเทศ

                  รัฐบาลนี้จะปฏิบัติตามพันธกรณีตามสนธิสัญญา และความตกลงที่มีอยู่กับนานาประเทศ
ตามมูลฐานแห่งความเสมอภาคและความยุติธรรม และจะยึดมั่นในหลักการแห่งกฎบัตร
สหประชาชาติ กับจะร่วมมือกับทวงการชำนัญพิเศษต่าง ๆ ในการรักษาสันติภาพและความมั่นคง
ของโลกรัฐบาลนี้จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้มีการแทรกแซงกิจการภายในจากต่างประเทศ 
และจะไม่ให้มีกองกำลังทหารและฐานทัพต่างชาติในประเทศไทย


               นโยบายทางเศรษฐกิจ

                  รัฐบาลนี้จะปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์แก่
ประเทศชาติโดยเคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และสนับสนุนให้เอกชนริเริ่มในทาง
เศรษฐกิจ แต่รัฐจะมีบทบาทในการจัดระเบียบเศรษฐกิจให้มากขึ้นตามความจำเป็น เพื่อการนี้
รัฐบาลจะดำเนินการดังต่อไปนี้

                   ๑. จะดำเนินการให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประชากรลดน้อยลงโดยใช้วิธี
การภาษีอากรวิธีการงบประมาณ และวิธีการอย่างอื่น เพื่อให้มีการกระจายรายได้ในหมู่
ประชากรอย่างเป็นธรรม

                  ๒. จะปรับปรุงระบบภาษีอากรเพื่อให้เป็นธรรมแก่สังคมยิ่งขึ้น โดยจะเก็บภาษีทางตรง
เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านอัตราภาษี และประเภทของภาษี และจะบริหารงานเก็บภาษีอากรให้มี
ประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะปรับปรุงวิธีการและการบริหารงานเก็บภาษีการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน
เป็นไปโดยประหยัด และมิให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ทั้งจะดำเนินการให้สถาบันการเงินเอกชน
มีบทบาทในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น

                  ๓. จะดำเนินการให้รัฐเป็นผู้ประกอบกิจการสาธารณูปโภค และกิจการอื่นที่เห็นว่าถ้ารัฐ
เป็นผู้ประกอบการแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประชาชน สัมปทานหรือการผูกขาดตัดตอน
ในทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมแก่รัฐหรือที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จะดำเนินการให้ยกเลิก
เพิกถอนไป

                  ๔. จะส่งเสริมการลงทุนทางอุตสาหกรรมของเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศให้ได้รับ
ความเป็นธรรม ความมั่นใจและความสะดวกในการลงทุน จะส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิต
ทางเกษตรเป็นวัตถุดิบ อุตสาหกรรมที่ส่งผลผลิตไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อุตสาหกรรม
ท่องเที่ยว และการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมปลอดภาษี ในเวลาเดียวกันจะวางมาตรการรักษา
สุขภาพและความปลอดภัยของกรรมกรในโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งมาตรการที่จำเป็นเพื่อ
ควบคุมมิให้เกิดภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ และจะเร่งดำเนินการให้อุตสาหกรรมกระจายไปสู่
ส่วนภูมิภาค

                  ๕. จะช่วยให้ฝ่ายผู้ใช้แรงงานได้รับค่าจ้างและการปฏิบัติ จากฝ่ายนายจ้างอย่างเป็นธรรม
และจะสนับสนุนการรวมกันของฝ่ายผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้เกิดอำนาจต่อรองอย่างมีหลักเกณฑ์และ
เป็นธรรมระหว่างฝ่ายผู้ใช้แรงงาน และฝ่ายนายจ้าง เพื่อการนี้จะได้จัดตั้งทบวงแรงงานขึ้น เพื่อ
ให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถปฏิบัติภารกิจได้ทันต่อเหตุการณ์

                  ๖.จะส่งเสริมการค้าในประเทศและการค้าต่างประเทศ ให้ขยายกว้างขวางและมีระเบียบ
ในด้านการค้าในประเทศ จะสอดส่องดูแลและคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ส่วนในด้านการค้า
ต่างประเทศ จะขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้นทั้งจะส่งเสริม
การส่งสินค้าออกและควบคุมการนำสินค้าเข้าเท่าที่จำเป็น เพื่อให้การค้ากับต่างประเทศมีดุลภาพ

                  ๗. จะเร่งดำเนินการโครงการชลประทานขนาดเล็กให้แพร่หลายทั่วประเทศสำหรับ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งขาดแคลนน้ำ จะพัฒนาการชลประทานและคลองส่งน้ำให้กว้างขวาง
ยิ่งขึ้น

                  ๘. จะส่งเสริมให้การประมงและการปศุสัตว์ ขยายตัวจนมีผลผลิตเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
และจะเร่งการปลูกยางพันธุ์ดีแทนยางพันธุ์พื้นเมือง

                  ๙. จะดำเนินการอนุรักษ์ป่าไม้ และวางมาตรการป้องกันป่าไม้ของชาติไม่ให้ถูกทำลาย
และเร่งอนุรักษ์ป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

                  ๑๐. จะดำเนินการขยายและปรับปรุงการขนส่งให้เหมาะสมกับสภาพของภูมิประเทศและ
ความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อกระจายความเจริญให้ทั่วประเทศและสอดคล้องกับนโยบาย
ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมุ่งหนักในการสร้างและพัฒนาเส้นทางขนส่งใน
ระดับจังหวัดและชนบทจะปรับปรุงการขนส่งโดยรถประจำทางและรถไฟ เพื่อให้ประชาชนได้รับ
ความสะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรม จะส่งเสริมระบบขนส่งมวลชน และจะขยาย
ปรับปรุงการบริหารสื่อสารทางโทรศัพท์และโทรคมนาคมให้เพียงพอแก่ความจำเป็น จะเร่งพัฒนา
ท่าเรือ และการพาณิชย์นาวีของประเทศให้เจริญก้าวหน้า และจะดำเนินการพัฒนาสนามบินที่มีอยู่แล้ว
ให้เป็นสนามบินนานาชาติตามความเหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การบินระหว่างประเทศ
ในย่านเอเชียอาคเนย์

                  ๑๑. จะจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
เป็นเกณฑ์ประกอบกัน


              นโยบายทางสังคม

                  ๑. รัฐบาลนี้จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจ
และสังคม จะจัดให้บุคคลมีโอกาสเท่าเทียมกันในการรับการศึกษาอบรมตามความสามารถทาง
สติปัญญา จะจัดทุนเล่าเรียนให้แก่ผู้ยากไร้แต่มีสติปัญญา และจะขยายการศึกษาผู้ใหญ่และ
อาชีวศึกษา โดยเน้นหนักในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในด้านการศึกษาภาคบังคับ จะเร่ง
ขยายการศึกษาภาคบังคับชั้นประถมตอนปลายให้มีทั่วถึงทุกตำบลภายใน ๔ ปี และจะให้เด็กที่
เข้าเรียนได้รับสมุด หนังสือ และเครื่องเขียน โดยไม่คิดมูลค่าอย่างทั่วถึง ส่วนเด็กที่ยากไร้ก็จะ
ให้ได้รับเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่คิดมูลค่า สำหรับโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ จะเร่งจัด
ให้มีขึ้นครบถ้วนทุกอำเภอภายใน ๔ ปี
  สำหรับการศึกษาขั้นอุดมศึกษา จะให้มหาวิทยาลัยของรัฐ
มีอิสระในการดำเนินงานให้มากที่สุด โดยเฉพาะในด้านวิชาการ และจะให้มหาวิทยาลัยในส่วน
ภูมิภาครับนักศึกษาจากภาคนั้น ๆ ในอัตราส่วนมากกว่านักศึกษาจากภาคอื่น

                  ๒. รัฐบาลนี้จะดำเนินการให้บริการสาธารณสุขแบบผสมผสาน ทั้งในด้านการส่งเสริม
สุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลให้กระจายไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างเพียงพอ
จะให้ประชาชนที่ยากไร้ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท ได้รับการศึกษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า
จะให้มีโรงพยาบาลประจำอำเภอให้ครบถ้วนทุกอำเภอ และสถานีอนามัยชั้น ๒ ให้ครบถ้วนทุก
ตำบล ภายใน ๔ ปี จะจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อรักษาพยาบาลผู้ป่วยในท้องถิ่นห้างไกลกันดาร
และจะเร่งให้มีการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

                  ๓. รัฐบาลนี้จะส่งเสริมการสังคมสงเคราะห์ทั้งส่วนของรัฐ และของเอกชน โดยเฉพาะจะ
เกื้อกูลประชาชนในแหล่งเสื่อมโทรมเป็นพิเศษ

                  ๔. รัฐบาลนี้จะจัดให้มีการก่อสร้างอาคารสงเคราะห์ ให้มีจำนวนเพียงพอกับความต้องการ
ของประชาชน สำหรับที่พักอาศัยของทหารและตำรวจชั้นผู้น้อย และให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการ
ก่อสร้างให้ก่อน และให้แต่ละหน่วยงานตั้งงบประมาณชดใช้ให้เป็นรายปี

                  ๕. รัฐบาลนี้จะลดอัตราการเพิ่มประชากร โดยเร่งวางแผนครอบครัวให้แพร่หลาย และจะ
เร่งให้มีการประกันสังคมสำหรับลูกจ้างเป็นอันดับแรก

                  ๖. รัฐบาลนี้จะดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสมอภาคของสตรี ตามบทบัญญัติ
แห่งรัฐธรรมนูญ


              นโยบายการบริหารราชการ

                  ๑. รัฐบาลนี้จะเคารพความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการในการพิจารณาพิพากษา
อรรถคดี จะปรับปรุงและกำดำเนินการพิจารณาคดีของศาลให้เป็นไปโดยรวดเร็ว จะปรับปรุงแก้ไข
ระเบียบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมเป็นผลดีแก่
ประชาชน

                  ๒. รัฐบาลนี้จะปฏิรูปวิธีการปฏิบัติราชการ และระเบียบราชการบริหารงานบุคคล เพื่อให้ระบบ
ราชการมีประสิทธิภาพสูง และให้ข้าราชการทุกฝ่ายทำหน้าที่รับใช้และเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง
โดยปราศจากการกดขี่ข่มเหงราษฎร สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยจะให้ความช่วยเหลือ โดยจัดให้มี
สวัสดิการเพื่อการครองชีพ เช่น ในเรื่องที่อยู่อาศัยและการซื้อสินค้าจากรัฐวิสาหกิจ หรือถ้าจำเป็น
ให้เงินเพิ่มค่าครองชีพตามกำลังเงินงบประมาณการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมแก่รัฐหรือแก่ประชาชน
จะได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขยกเลิกเพิกถอนไปตามความแก่กรณี

                  ตามนโยบายที่ได้แถลงมานี้ คณะรัฐมนตรีจะได้ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะให้บรรลุผลเพื่อ
ให้ประชาชนมีความสุขสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าและคณะจึงหวังอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจะ
ได้ให้ความร่วมมือ ให้ความไว้วางใจ แก่คณะรัฐมนตรี เพื่อจะได้เข้าบริหารราชการแผ่นดินต่อไป 
ขอขอบคุณ


*รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓/๒๕๑๙ (สามัญ สมัยแรก)
  วันศุกร์ที่ ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๙ หน้า ๑๔๓ - ๑๕๑

กลับไปหน้าแรก