คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๓๖
 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๑๘ - ๑๒ มกราคม ๒๕๑๙
 แถลงนโยบาย เมื่อวันพุธที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๑๘


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ   

               ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ
พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๑๘ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรม
ราชโองการลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๘ นั้นข้าพเจ้าและคณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการ
บริหารราชการแผ่นดิน โดยคำนึงถึงสถานการณ์ของประเทศอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงขอแถลง
ให้ชัดแจ้งเสียก่อนว่ารัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าและคณะรัฐมนตรีได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นนี้เป็นรัฐบาลผสม
ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ล้วนสำนึกในความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศชาติประชาชนในอันที่
จะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพอสมควรเพื่อดำเนินการปกครองประเทศชาติตามคัลลองของ
ระบอบประชาธิปไตยต่อไป

               ดังนั้น จึงขอให้เข้าใจด้วยว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้นในครั้งนี้เป็นการร่วมกันในทางการเมือง
ในเชิงนโยบายที่ใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราในขณะนี้เป็นสำคัญ แกนกลาง
ที่ผนึกกำลังของพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งร่วมกันเป็นรัฐบาลครั้งนี้นั้นหาใช่พรรคหนึ่งพรรคใด หรือ
บุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่แท้ที่จริงแกนกลางคือนโยบายและแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลนี้จะได้แถลง
ให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ เพื่อขอความไว้วางใจในวันนี้

               รัฐบาลผสมชุดนี้ ตระหนักดีถึงปัญหาสำคัญที่ชาติบ้านเมืองของเรากำลังเผชิญอยู่ ขณะนี้
สังคมไทยกำลังอยู่ท่ามกลางความตึงเครียด เรากำลังเผชิญกับความแตกแยกซึ่งกำลังเริ่มปรากฏขึ้น
เราเริ่มเห็นความเป็น "เรา" เป็น "เขา" มากขึ้นทุกที ทุกวันนี้เราทุกคนก็ได้ยินเสียงที่กล่าวขวัญถึง
ความแตกต่างและการต่อสู้ระหว่างชนชั้น ตลอดจนการล้มล้างรุนแรงต่าง ๆ เสียงเรียกร้องเหล่านี้
หาใช่เป็นเรื่องเหลวไหลเสียทีเดียวไม่ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ในบ้านเมืองของเราขณะนี้
มีความไม่เป็นธรรมมากมายหลายประการ เราจะต้องยอมรับว่าไม่เป็นธรรมที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้
เป็นความบกพร่องและผิดพลาดของการบริหารราชการแผ่นดินในอดีต ซึ่งเราจะต้องรีบแก้ไข
ขจัดปัดเป่าเสียแต่บัดนี้ เพื่อจะได้ไม่สายจนเกินไปเราพึงต้องใคร่ครวญให้ดีว่า บ้านเมืองไทยของเรา
จำเป็นต้องถูกปล่อยให้ผ่านเข้าสู่กระแสของความรุนแรง ประหัตประหารกัน ดังที่บางฝ่ายกำลังเรียกร้อง
เสี้ยมสอนกันอยู่ด้วยหรือ ทำไมเราจึงไม่พยายามที่จะขจัดความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ด้วยสันติวิธี
ซึ่งเป็นอุปนิสัยดั้งเดิมของคนไทยซึ่งรักความสงบ และรู้จักสมานประโยชน์เพื่อความสามัคคี
ของบ้านเมืองตลอดมารัฐบาลผสมชุดนี้มีความเชื่อว่า กระบวนการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า
ทางเศรษฐกิจและสังคมที่กอปร์ด้วยความเป็นธรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องดำเนินบนวิถีทางแห่งการล้มล้าง
ทำลายชนชั้นใด ๆก็มีทางสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


                                เป้าหมายทางเศรษฐกิจ

              รัฐบาลนี้มีความเชื่อมั่นว่า มนุษย์เราดำรงอยู่มิใช่เพื่อรับใช้รัฐ แต่รัฐต่างหากที่ดำรงอยู่
เพื่อรับใช้ประชาชน ฉะนั้น รัฐบาลนี้จึงถือว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ
นโยบายของรัฐบาล เพราะเรื่องปากเรื่องท้องของประชาชนนั้นย่อมเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้จะให้
ความเป็นห่วงใยมากที่สุด

               กล่าวโดยย่อ เป้าหมายทางเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลนี้ สรุปได้เป็น ๓ ประการ 
คือ

               ๑. ต่อต้านและขจัดความยากจน โดยมุ่งให้ประชาชนที่บรรลุนิติภาวะทุกคนที่ทำงาน
มีรายได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ทั่วทุกคน

               ๒. สร้างงานให้ประชาชนคนไทยในประเทศได้ทำทั่วทุกคน ภายในเวลาไม่เกิน ๕ ปี และ

               ๓. ต่อต้านภาวะเงินเฟ้อ

๑. ต่อต้านความยากจน

               การต่อต้านความยากจน เป็นงานที่ต้องดำเนินระยะยาวและอันที่จริงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
ก็คือ การขจัดความยากจน หรือในกรณีที่ความยากจนได้หมดสิ้นไปแล้วการพัฒนานั้นก็เป็นการยกมาตรฐาน
การครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้นและด้วยความเป็นธรรม สำหรับประเทศเราเท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ปัญหาความยากจนจะจางหายไปแน่หากประชาชนที่บรรลุนิติภาวะทุกคนที่ทำงานมีรายได้อย่างต่ำไม่น้อยกว่า
คนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประการนี้ รัฐบาลนี้ได้กำหนดแผนปฏิบัติการไว้ดังนี้

                แผนปฏิบัติการสำหรับเขตชนบท

                   ก.  บรรเทาความทุกข์ยากเฉพาะหน้า

                       ชาวไร่ชาวนาของเราส่วนใหญ่กำลังทุกข์ยากด้วยเหตุที่การเพาะปลูกได้ผลน้อย
เพราะ ขาดน้ำบ้าง เพราะน้ำท่วมบ้างศัตรูพืชก็รังควาญมาก หนี้สินด้วยแล้ว ส่วนมากก็มีท่วมท้น
ล้นพ้นตัวทีเดียวแผนปฏิบัติการรีบด่วนของรัฐบาลชุดนี้ จึงอยู่ที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทันทีเพื่อ
จะได้บรรเทาความทุกข์ยากของชาวไร่ชาวนาลงอย่างฉับพลัน กล่าวคือจะจัดสรรเงินงบประมาณ
มอบหมายให้สภาตำบลใช้จ้างแรงงานในท้องถิ่นขุดคูคลอง ทำฝายเก็บน้ำ เป็นต้นทั้งนี้ โดยกำหนด
หมายไว้ว่าบริเวณซึ่งกำลังเดือดร้อนเพราะถูกภัยธรรมชาติ เช่นในเขตอีสาน ภาคใต้ และที่ราบภาคกลาง
จะเป็นเขตที่ได้รับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เป็นพิเศษปริมาณเงินที่รัฐบาลจะจัดสรรเพื่อการนี้ จะไม่
น้อยกว่า ๒.๕ พันล้านบาท และจะจัดสรรให้ทันทีเพื่อให้ทันใช้ในช่วงเวลาก่อนที่จะถึงเวลาทำไร่ทำนา
ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ชาวไร่ชาวนากำลังว่างงานการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อการนี้จะกระทำโดยส่วนหนึ่ง
จะตัดรายการรายจ่ายที่เห็นว่าไม่รีบด่วนพอจะรอไว้ก่อนได้หรือที่มีความจำเป็นน้อยออกจากงบประมาณ
รายจ่ายปี ๒๕๑๘

                   ข.   วางแผนบรรเทาทุกข์ยากช่วงต่อไป

                       ในระยะ ๖ เดือนแรกจะมีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติขึ้นใหม่แผนพัฒนา
ดังกล่าวนี้ จะยึดถือเอาความต้องการของประชาชาชนแต่ละตำบลทั่วประเทศซึ่งทางรัฐบาลจะได้
รับทราบจากทุกตำบลเมื่อสภาตำบลได้ใช้เงินก้อนแรกที่รัฐบาลจัดให้ตามความมุ่งหมายที่ระบุไว้
ในข้อ ก.ไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อสร้างความหวังใหม่ที่จะได้รับการปรับปรุงภาวะทำกินและภาวะความ
เป็นอยู่อย่างแน่นอนให้เกิดขึ้นในใจประชาชนอย่างถ้วนหน้า

                       รัฐบาลนี้มีความเชื่อมั่นว่าการวางแผนที่มาจากระดับท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหา
ความยากจนและลดอัตราอาชญากรรมให้บรรเทาเบาบางลงได้อย่างแน่นอนเมื่อได้ดำเนิน
การวางแผนในทำนองนี้แล้วแต่ละตำบลจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นส่วนสัดครบเป็น
รายตำบลซึ่งจะได้ใช้เป็นปัจจัยในการสร้างงานให้แก่ประชาชนภายใต้ตำบลได้เพิ่มขึ้นอนึ่ง
การวางแผนระดับท้องถิ่นจะมีมาตรการกำกับให้กลมกลืนกับแผนรวมของประเทศ เช่น
การชลประทานและเพื่อการขนส่งทางน้ำตามแผนรวมของภาคและประเทศ เป็นต้น

                   ค.   ผันเงินทุนจากสถาบันการเงินสู่เกษตร

                       ระหว่างฤดูกาลเพาะปลูกปี ๒๕๑๘/๑๙ รัฐบาลนี้จะใช้มาตรการผันเงินทุน
จากสถาบันการเงินทุกประเภทโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์เข้าสู่มือเกษตรกรในชนบท
เพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวนไม่น้อยกว่า ๔ พันล้านบาทและจะกระทำต่อเนื่องกันทุกปีเพื่อให้
เงินทุนไหลสู่มือเกษตรกรครบถ้วนตามความจำเป็นในการผลิต ซึ่งจะต้องขยายตัวขึ้นเรื่อย
ทั้งนี้โดยมุ่งหมายที่จะให้เงินทุนจากสถาบันการเงินไหลเข้าแทนที่เงินทุนเอกชนซึ่งดอกเบี้ย
แพงมากจนครบ

                       อนึ่งเพื่อกันมิให้เงินทุนในภาคเอกชนถูกใช้ไปในทางฟุ่มเฟือยหรือเป็นผลเสีย
ทางเศรษฐกิจอย่างอิสระ ปราศจากขอบเขตรัฐบาลจะดำเนินการด้วยการขอความร่วมมือ
จากสถาบันการเงินและจากเอกชนที่มั่งคั่งทั้งหลายรวมทั้งจะใช้มาตรการต่าง ๆ ที่มีอยู่และ
ที่จะสร้างขึ้นใหม่ระงับการใช้ทุนของประเทศที่มีอยู่จำกัดมากไปในด้านที่เกิดประโยชน์
ทางเศรษฐกิจส่วนรวมน้อยหรือเป็นไปในทางทำลายทุนให้สูญเสียไปอย่างน่าเสียดายด้วย
มาตรการดังกล่าวนี้จะมีผลยับยั้งการลงทุนในกิจการที่ส่งเสริมความฟุ่มเฟือยในเมืองไว้
และจะผลักดันให้ทุนไหลสู่ชนบทมากขึ้น

                   ง.  เข้าประกันราคาผลิตผลของเกษตร

                       เพื่อให้เกษตรกรของชาติมีความมั่นใจในรายได้ที่จะได้รับจากการผลิตของตน
ว่าจะได้ในจำนวนต่ำสุดเท่าใดก่อนที่จะถึงฤดูกาลเพาะปลูกปี ๒๕๑๘ - ๒๕๑๙ รัฐบาลนี้จะ
ดำเนินการประกันราคาข้าวเปลือก ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ปอ และพืชอื่น ๆ ที่
เกษตรกรปลูกทำกันอย่างแพร่หลายจนเป็นพืชหลักที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนมาก
รวมทั้งจะขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางมิให้ราคาพืชผลของเกษตรกรเคลื่อนไหวตามราคาตลาดโลก
ให้หมดสิ้นไปด้วยสำหรับชาวไทยที่มีอาชีพในการทำยางพารานั้นรัฐบาลจะพิจารณาช่วยเหลือ
เป็นกรณีพิเศษทั้งในด้านการส่งเสริมการผลิตและการตลาดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

                   จ.  ส่งเสริมการประมงและเลี้ยงสัตว

                       รัฐบาลนี้เห็นว่าอาชีพหลักของชาวไทยทุกประเภทจะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุน
อย่างทั่วถึงกัน ทั้งในด้านการผลิตและตรวจตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพการประมงและเลี้ยงสัตว์
ซึ่งเป็นอาชีพหลักซึ่งทำรายได้ให้แก่ประเทศสูง และมีประชากรประกอบอาชีพเหล่านี้อยู่เป็นจำนวน
มากรัฐบาลนี้จะเข้าอุ้มชูและสนับสนุนด้วยการขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางมิให้งานอาชีพนั้นมีรายได้สูง
พอจะยึดถือเป็นงานสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวได้อย่างแท้จริง

                         แผนปฏิบัติการสำหรับในเมือง               

                       การขจัดความยากจนในเขตเมือง หรือนครใหญ่ ทุกภาคของประเทศนั้น
รัฐบาลจะดำเนินการดังต่อไปนี้

                       ก. จะอาศัยโครงสร้างอาคารสงเคราะห์ จำนวน ๒๐,๐๐๐ หน่วยต่อปีซึ่งกำหนดหมายไว้
เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและยังขาดที่อยู่อาศัยให้เกิดผลในทางสร้างงานให้ประชาชน
ทำเพิ่มขึ้นด้วย

                       ข. จะดำเนินการให้ประชาชนผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว และมีรายได้ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท
ต่อเดือน ได้รับการสงเคราะห์ในประการดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วน โดยจะดำเนินการให้สำเร็จ
หลังจากเข้าบริหารงานแล้ว ๖ เดือน คือ

                       (๑) ได้รับสิทธิโดยสารรถประจำทางทุกสาย โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารเพื่อให้การสงเคราะห์ประการนี้สำเร็จตามเป้าหมาย จะดำเนินการแก้ไขระบบสัมปทานเดินรถโดยสารเสียใหม่ และจะกำหนดให้ผู้ได้รับสัมปทาน เดินรถโดยสารจัดรถเฉพาะเพื่อให้นักเรียนซึ่งเป็นบุตรของประชาชนซึ่งมีรายได้ต่ำตามเกณฑ์ดังกล่าว โดยสารโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารด้วยเช่นกัน

                       (๒) ได้รับสิทธิโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ที่เกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับสำหรับบุตรทุกคน

                       (๓) ได้รับบริการด้านการรักษา ความเจ็บป่วยโดยไม่ต้องเสียค่ารักษา

๒.สร้างงานให้ประชาชนคนไทยในประเทศได้ทำทั่วทุกคน

               รัฐบาลนี้เห็นว่าประชาชนจะมีรายได้ดีตามที่กำหนดหมายไว้ก็เมื่อประชาชนมีงานทำ
อย่างบริบูรณ์ และเมื่อประชาชนมีรายได้ดีแล้ว ประชาชนก็ย่อมมีกำลังซื้อสูงและอยู่ในวิสัยที่จะ
ใช้จ่ายได้มากขึ้น กำลังซื้อของประชาชนหากสูงมากแล้ว บรรยากาศในการลงทุนทางธุรกิจทุกแขนง
ก็ย่อมจะดี เป็นทางให้งานมีเพิ่มให้ประชาชนทำมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลนี้จึงมีเป้าหมายที่จะสร้างงาน
ให้คนไทยทั้งชาติมีทำอย่างบริบูรณ์ โดยกำหนดหมายไว้ว่าจะให้บรรลุเป้าดังกล่าวได้ภายในเวลาห้าปี
ซึ่งแผนปฏิบัติการจะเป็นดังต่อไปนี้

                       ก. จะจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมสินค้าออกแห่งชาติขึ้นเพื่อทำหน้าที่ประสานงาน
ทุกด้านที่ เกี่ยวกับการส่งเสริมสินค้าออกรวมทั้งติดตามขจัดอุปสรรคและข้อเสียเปรียบในเชิง
การแข่งขันในตลาดต่างประเทศเพื่อให้โอกาสในการส่งสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศทุกชนิด
ออกไปขายในต่างประเทศมีมากขึ้นซึ่งย่อมจะมีผลในด้านการสร้างงานให้ประชาชนได้ทำ
ถ้วนหน้ากันหน่วยงานนี้ในชั้นต้นจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารและรับผิดชอบโดยตรงเพื่อ
ให้การประสานงานด้านเศรษฐกิจทุกแขนงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูง เป็นผลให้มีการ
ขยายการลงทุนด้านการผลิตทั้งที่เป็นทุนในประเทศและจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นรวดเร็ว
ทันกับความจำเป็นที่จะต้องได้งานทำของประชาชนซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี หน่วยงานส่งเสริมสินค้า
ออกแห่งชาตินี้จะจัดตั้งขึ้นภายในเวลาหนึ่งเดือนหลังจากรัฐบาลชุดนี้ได้รับความไว้วางใจให้
เข้าบริหารงานอนึ่ง จุดหมายอีกประการหนึ่งของการดำเนินงานส่งเสริมสินค้าออกแห่งชาติ
ก็คือการลดความเสียเปรียบทางดุลการค้าลง

                         ข. โครงการจัดสร้างอาคารสงเคราะห์ ๒๐,๐๐๐ หน่วยนั้นจะทำให้คนมีงานทำ
โดยตรงจำนวนถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน และมีงานทางอ้อมด้านต่าง ๆ อีก ๒๕๐,๐๐๐ คน

                         ค. จะดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเพราะการท่องเที่ยว
เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างงานให้คนทำได้มากอย่างหลายแขนง ทั้งนี้ โดยจะยกฐานะและ
ขยายบทบาทตลอดจนความรับผิดชอบขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เทียบเท่าทบวง
และจะกำหนดหน้าที่ให้เน้นหนักไปในทางสร้างงานอาชีพของประชาชนในชนบทโดยมอบหมาย

                         ง. ให้ดำเนินการปรับปรุงบริการและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด
เป้าหมายของการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่จะขยายงานอาชีพ
ของประชาชนเท่านั้นแต่จะมุ่งไปที่การแสวงเงินตราต่างประเทศเพื่อรักษาดุลการชำระเงินไว้
มิให้ต้องเสียเปรียบด้วยจะส่งเสริมให้คนต่างจังหวัดมีงานทำอย่างกว้างขวางโดยจะพยายาม
ให้มีการลงทุนในต่างจังหวัดมากขึ้นทั้งนี้จะกระทำได้โดยการยกเว้นภาษีบางอย่างเป็นพิเศษ
แก่ธุรกิจที่จัดตั้งและดำเนินการในต่างจังหวัด

                         จ. เพื่อช่วยเสริมให้การลงทุนทางธุรกิจแขนงต่าง ๆ ขยายตัวได้ง่ายขึ้น
อันจะเป็นผลให้ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้นรัฐบาลจะมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนิน
มาตรการให้ปริมาณเงินในตลาดขยายตัวดี มีผลทางลดอัตราดอกเบี้ยลงจะส่งเสริมการลงทุน
จากต่างประเทศเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนที่จะสร้างงานให้คนทำได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม
รัฐบาลนี้จะได้กำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมให้เป็นไปในทางที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน
คนไทย และของประเทศไว้ให้ได้มากที่สุดอีกทั้งเป็นไปในทางที่จะจูงใจฝ่ายลงทุนได้ดีด้วย
นอกจากนี้ยังจะกำหนดเงื่อนไขที่มีผลในทางป้องกันพิษภัยที่จะเกิดกับทรัพยากรธรรมชาติ
และสภาพแวดล้อมไว้อย่างรอบคอบอีกด้วย

๓. ต่อต้านภาวะเงินเฟ้อ

                รัฐบาลนี้ไม่มีเป้าหมายถึงขั้นที่จะขจัดภาวะเงินเฟ้อให้หมดสิ้นไปเพราะความจริงมีอยู่ว่า
ภาวะเงินเฟ้อนั้นยังไม่อาจจะหยุดยั้งไว้ได้ แต่พอจะผ่อนคลายให้เบาบางและช้าลงไปได้แน่นอน
อย่างไรก็ตามการให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนที่มีรายได้ประจำให้เพียงพอเป็นทางที่จะบรรเทา
ความเดือดร้อนอันเกิดจากภาวะเงินเฟ้อที่ตกหนักอยู่กับประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ประจำและต่ำ
ให้เบาบางลงได้ดีและเร็วที่สุดมาตรการทางการคลังก็จำเป็นต้องใช้เข้าช่วยบรรเทาความเดือนร้อน
อันเกิดจากภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงด้วย ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการทันทีเมื่อเห็นว่าจำเป็น

               
อนึ่ง ระบบการค้าและการผลิตที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดก็เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ค่า
ครองชีพของประชาชนสูงขึ้น กิจการที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดมีทั้งที่เป็นของรัฐและเอกชน ฉะนั้น
เพื่อสกัดกั้นมิให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นเพราะการผูกขาดรัฐบาลนี้จะจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่
ติดตามพิจารณาและตรวจสอบการดำเนินงานทุกประเภทที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดขึ้นในสำนัก
ทำเนียบนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมและสั่งการให้มีการปรับปรุงแก้ไข
เพื่อขจัดการดำเนินการที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยกิจการกลุ่มนี้อย่างทันท่วงที


                                 ป้าหมายทางสังคม 
 
   
            เป้าหมายทางสังคมของรัฐบาลนี้ มีดังต่อไปนี้

               ๑. ลดช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจนและจัดสวัสดิการสังคมให้ดีขึ้น

               ๒. จัดระบบการศึกษาให้เป็นธรรมขึ้น

               ๓. เปลี่ยนค่านิยมทางสังคมของสังคมไทยเสียใหม่

               ๔. อำนวยความสงบสุขภายในบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

๑. ลดช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจน
                   
             รัฐบาลนี้จะดำเนินการลดช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจน  ด้วยการปรับปรุงวิธีจัดเก็บระบบภาษีทางตรง เพื่อให้ภาษีทางตรงเป็นรายได้ส่วนสำคัญของรัฐ และในขณะเดียวกัน จะได้ผ่อนคลายภาระภาษีทางอ้อมลง ทั้งนี้โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าแต่ละปีจะให้ภาษีทางตรงมีอัตราเป็นส่วนร้อยของภาษีอากรทั้งหมดของประเทศเพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ และเพื่อสกัดกั้นการรั่วไหลของภาษีทางตรงให้สำเร็จผลตามความมุ่งหมายได้เร็วขั้นฃึ้นนอกจาdจะปรับปรุงวิธีการจัดเก็บโดยใช้เครื่องจักรสมองกลเข้าช่วยแล้วจะใช้การลงโทษทางอาญาอย่าง หนักเข้าช่วยอีกแรงด้วย

                รัฐบาลนี้ให้สัญญาว่าในช่วง ๒ ปีแรก รัฐบาลจะไม่เพิ่มอัตราภาษีเงินได้โดยเด็ดขาด
แต่กลับจะช่วยผ่อนคลายภาระภาษีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ด้วยการเพิ่มอัตราการลดหย่อนให้อีก 

                อนึ่ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจและลูกจ้าง
ชั้นผู้น้อยทีกำลังได้รับอยู่เพราะค่าครองชีพสูงรัฐบาลจะดำเนินการให้สวัสดิการแก่ข้าราชการเหล่านี้
อย่างจริงจังในด้านที่อยู่อาศัยเป็นพิเศษ
              
                รัฐบาลนี้จะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการคนงานขึ้น โดยกำหนดให้ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างหรือ
คนงาน จ่ายเงินสมทบให้แก่กองทุนนี้ในอัตราที่เป็นธรรมด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย กองทุนนี้ จะจ่ายเงิน
สงเคราะห์ให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานในขณะที่ว่างงานหรือเมื่อตาย และคนงานหรือลูกจ้างมีสิทธิที่จะ
กู้ยืมเงินจากกองทุนนี้เพื่อใช้ในกิจการที่จำเป็นได้ เช่นกู้ไปซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

               เมื่อประชาชนมีโอกาสที่จะได้งานทำทั่วหน้าแล้ว ค่าจ้างแรงงานก็จะต้องสูงขึ้นอัตรา
เงินเดือนก็จะต้องได้รับการปรับปรุงขึ้นตลอดไป

               เมื่อมีการสนับสนุนการพัฒนาชนบทอย่างจริงจัง ดังที่ได้แถลงไว้ในเป้าหมาย
ทางเศรษฐกิจแล้วชาวชนบทก็จะมีมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นด้วย


๒. สร้างระบบการศึกษาให้เป็นธรรมขึ้น 

               การสร้างระบบการศึกษาให้เป็นธรรมขึ้นโดยดำเนินการให้การศึกษามีพื้นฐานอยู่ที่
การให้ความเสมอภาคในด้านการศึกษาและให้ความเสมอภาคในด้านโอกาสที่จะศึกษาในทุกท้องถิ่น
อย่างเท่าเทียมกัน โดยคำนึงถึงความสามารถของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญรัฐบาลมีแผนปฏิบัติการเพื่อ
บรรลุเป้าหมายประการนี้ไว้ ดังนี้

               (๑) ขยายการศึกษาภาคบังคับ เป็นการให้เปล่าแก่ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ
ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๔ ปี โดยให้การศึกษาภาคบังคับมีคุณภาพทัดเทียมกันทั่วทุกท้องถิ่น

               (๒) ดำเนินมาตรการประกันความเสมอภาคแห่งโอกาสสำหรับการศึกษาที่มิใช่ภาคบังคับ
ให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาแต่ละระดับได้มีโอกาสศึกษาสูงขึ้นตามความต้องการของแต่ละบุคคล โดยการ
จัดสถานศึกษาชั้นมัธยมและอุดมศึกษาไว้ให้เพียงพอ และจัดหาทุนการศึกษาไว้สำหรับนักเรียน
ที่ขาดแคลนแต่เรียนดี

               (๓) กระจายบริการด้านการศึกษาไปยังท้องที่ในเขตชนบทโดยทั่วถึงและให้เป็นระบบ
การศึกษาที่สำเร็จประโยชน์ในตัวสามารถเอื้ออำนวยให้ผู้ที่จบการศึกษาในแต่ละระดับมีวิชาชีพ
พอที่จะนำไปใช้ทำมาหากินเลี้ยงตัวได้ตามอัตภาพ

               (๔) ให้อำนาจการบริหารการศึกษาแก่ท้องถิ่นอย่างเต็มที่ให้จัดรูปการบริหารการศึกษา
ของท้องถิ่นเสียใหม่ มิให้มีความซ้ำซ้อนกัน และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทางการศึกษาในแต่ละ
ท้องถิ่นสามารถกำหนดเนื้อหาวิชาและวิธีการเรียนรู้บางประการที่จำเป็นให้สอดคล้องกับความ
ต้องการด้านเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น

               (๕) จัดการศึกษานอกโรงเรียน อันได้แก่การศึกษาผู้ใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้น
วิชาที่สอนให้หนักไปในด้านการผลิต การจำหน่าย การจัดการไร่นารวมทั้งการสหกรณ์และ
การตลาดด้วย

               (๖) จัดรายการโทรทัศน์และวิทยุเพื่อการศึกษา ความยาวรวมกันวันละไม่น้อยกว่า
๒ ชั่วโมงออกอากาศสัปดาห์ละ ๖ วัน ในหัวข้อวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเกษตร
และวิชาชีพอื่น ๆ ตลอดจนอบรมด้านธรรมจริยาและภูมิปัญญา ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตาม
แนวความคิดเรื่อง "มหาวิทยาลัยเปิด" ทั่วประเทศ

๓. การเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมของสังคมไทย

               ค่านิยมทางสังคมบางประการที่ยังเป็นตัวถ่วงความเจริญของบ้านเมืองอยู่ในระยะนี้
จะต้องมีการชี้นำให้เปลี่ยนไป และรัฐบาลนี้ได้กำหนดวิธีการไว้ดังนี้
              
               ก. ใช้สื่อสารมวลชนชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่า สิทธิอำนาจต่าง ๆ นั้นมาจากประชาชน
ไม่ใช่มาจากผู้ทรงอำนาจที่ไหน
               ข. คนไทยจะต้องไม่ยอมรับนับถืออำนาจอันไม่ชอบธรรม และได้มาด้วยการทุจริต
เป็นอันขาด
               ค. ชักนำให้เกิดความเข้าใจและความเลื่อมใสในศาสนาในทางที่ชอบด้วยเหตุผล
และขจัดความเชื่อถืออันงมงายต่าง ๆ ให้หมดไป
               ง. สร้างอุปนิสัยประหยัดให้เป็นคติธรรม แทนความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อที่มีอยู่ทั่วไป

๔. อำนวยความสงบสุขภายในบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

               รัฐบาลนี้เชื่อมั่นว่า บ้านเมืองที่สงบสุขจะต้องมีระเบียบวินัยและมีกฎหมายที่ใช้บังคับ
ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์และยุติธรรมเสมอหน้ากันทุกคน ดังนั้น รัฐบาลนี้จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อ
อำนวยความสงบสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา เพื่อให้สุจริตชนทั้งหลายได้รับความปลอดภัย
และอบอุ่นใจทั้งในการทำมาหากินและการดำรงชีวิตของตน จะใช้มาตรการเด็ดขาดในการ
ปราบปรามโจรผู้ร้ายและผู้ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม โดยจะธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แห่ง
กฎหมายอย่างแท้จริงในการอำนวยความสงบสุขภายในดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการ
ยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพรัฐบาลจึงได้กำหนดเป็นเป้าหมายเร่งด่วนที่จะพิจารณาเพิ่มอัตรากำลัง
เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้เพียงพอแก่ความจำเป็น และในขณะเดียวกัน ก็จะจัดตั้ง
ศาลยุติธรรมในชนบทเพิ่มขึ้นในรูปของศาลยุติธรรมประจำถิ่นโดยเร็วที่สุด อนึ่งในการรักษา
ความสงบสุขของบ้านเมืองนั้นหากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรงอย่างใดไปบ้าง
ก็ตามรัฐบาลจะกระทำเพื่อส่วนรวมเท่านั้น จะไม่กระทำไปเพื่อกลุ่มอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง
อย่างเด็ดขาด

                                 เป้าหมายทางการบริหาร

               รัฐบาลนี้ได้พิจารณาเห็นว่า การปรับปรุงภาวะการทำกินภาวะความเป็นอยู่ของประชาชน
ในชนบท ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของชาตินั้นจะสำเร็จมิได้เลยถ้ายังมิได้แก้ไขและปรับปรุงกลไก
การบริหารในระดับต่าง ๆ เสียใหม่ ฉะนั้น ภารกิจรีบด่วนที่รัฐบาลนี้จะดำเนินการไปพร้อม ๆ
กับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของชาติดังกล่าวแล้ว ก็คือการแก้ไขและปรับปรุงการบริหารท้องถิ่น
หัวใจของนโยบายการบริหารของรัฐบาลนี้ก็คือการบริหารประเทศที่จะอำนวยให้ประชาชน
มีภาวะในทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ดีขึ้นโดยเร็วดังนั้นการปฏิรูปการบริหารของรัฐ
จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้รัฐบาลนี้จึงได้กำหนดแผนเร่งด่วนที่จะดำเนินการปรับปรุง
กลไกการบริหารในขั้นต้นไว้ ๒ ประการ คือ

               ๑. กระจายอำนาจการบริหารไปสู่ท้องถิ่นโดยให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการบริหาร
อย่างแท้จริง

               ๒. ส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นโดยสภาตำบล

                   ๑. รัฐบาลนี้พิจารณาให้เห็นว่าในอดีตนั้นการบริหารของเราเป็นไปในลักษณะ
รวบอำนาจไว้กับส่วนกลางหรือกับกระทรวงทบวงกรมรัฐบาลนี้เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการ
กระจายความเจริญไปสู่ชนบท และไม่เป็นผลดีต่อประชาขนรัฐบาลนี้จึงได้กำหนดขั้นตอน
ในการแก้ไขปรับปรุงการบริหารเสียใหม่ ดังนี้
   

                   ก. กระจายอำนาจการบริหารงานตามแผนงานหรือนโยบายทุกประการ
ที่จะต้องดำเนินในท้องถิ่นจากส่วนกลางของทุกกระทรวงทบวงกรมไปยังจังหวัดและให้
ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางรับผิดชอบดำเนินการให้บังเกิดผลงานที่บังเกิดไว้ในแผน
และนโยบายนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานของกระทรวงทบวงกรมใดก็ตามโดยตลอดทั้งนี้รัฐบาล
จะได้พิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎกระทรวงหรือระเบียบ ตลอดจนคำสั่งต่าง ๆ
ที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน
                   
ข. จะดำเนินการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ประชาชนกล่าวคือ
จะเสนอกฎหมายปรับปรุงท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาส
ให้การปกครองท้องถิ่นในรูปต่าง ๆ มีการบริหารตนเองโดยอิสระอย่างแท้จริงเพื่อส่งเสริม
ระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นทุกจุด
                   ๒. รัฐบาลนี้ได้พิจารณาเห็นว่า ประชาชนของชาติจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๕
อาศัยอยู่ในชนบท และทำมาหากินเลี้ยงชีพทางเกษตรกรรม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีรายได้ต่ำมาก 
การที่จะยกฐานะและรายได้ของคนกลุ่มนี้ให้สูงขึ้นได้ รัฐบาลจะต้องมีมาตรการในการดำเนินงาน
ไว้อย่างสมบูรณ์ และรัฐบาลนี้เชื่อว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่จะบรรลุผลตาม
เป้าหมายได้นั้น จะต้องเป็นแผนที่กำหนดขึ้นจากท้องถิ่นและโดยท้องถิ่นเองอีกนัยหนึ่งก็คือ
การกำหนดแผนพัฒนาจะต้องเริ่มจากตำบลขึ้นมาอำเภอและจังหวัด แล้วประกอบเข้าเป็น
แผนรวมของชาติ มิใช่เป็นแผนที่กำหนดไปจากส่วนกลาง เช่น ในปัจจุบันนี้ด้วยเหตุและผล
ดังกล่าวนี้เอง รัฐบาลนี้จึงได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นโดยสภาตำบลไว้เป็น
นโยบายเร่งด่วนประการหนึ่งกล่าวคือรัฐบาลนี้จะดำเนินการให้สภาตำบลเป็นหน่วยมูลฐาน
ทางประชาธิปไตยและทางเศรษฐกิจ โดยจะมอบอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการ
ปกครองตนเองอย่างเต็มที่ เช่น  
                      
ก.  วางแผนพัฒนาตำบลทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมทั้งจัดทำงบประมาณ
และติดตามผลการปฏิบัติงาน
                      
ข.  อำนาจในการเก็บภาษีที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่
                      
ค.  บริหารการสาธารณสุขและสถานีอนามัย
                      
ง.   ควบคุมและดำเนินการสำรวจและปักหลักเขต เพื่อออกเอกสารสิทธิในที่ดิน
ของเกษตรกรเพื่อให้การออกเอกสารสิทธิในที่ดินกระทำได้ครบถ้วนภายใน ๔ ปีตำบลใดเมื่อได้
มีการกำหนดเขตกรรมสิทธิ์ที่ดิน และออกเอกสารสิทธิครบถ้วนแล้วก็จะมอบหมายให้ตำบลนั้น
ดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามแผนรวมของราชการส่วนกลางต่อไปทันทีเข้าร่วมในการบริหาร
การศึกษาของตำบล 
                      
จ.  ดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันโจรผู้ร้ายภายในตำบล
               รัฐบาลนี้ได้พิจารณาเห็นว่าสภาตำบลเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาส่วนใหญ่
ของประเทศ ซึ่งย่อมจะต้องทราบดีว่าราษฎรในท้องถิ่นกำลังประสบปัญหาใดหรือต้องการจะใช้
วิธีการใด เพื่อแก้ภาวะการทำมาหากินและภาวะความเป็นอยู่ของตนรัฐบาลนี้จึงเห็นว่า
การมอบหมายให้สภาตำบลเป็นผู้กำหนดแผนพัฒนาของตนขึ้นเป็นสิ่งเริ่มต้นที่ถูกต้องภาระหน้าที่
ของรัฐบาลก็คือ จัดสรรเงินงบประมาณให้สภาตำบลทุกแห่งรับไปดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณนั้น
รัฐบาลจะพิจารณาตามความจำเป็นและความเร่งด่วน ซึ่งแต่ละตำบลจะต้องดำเนินการไปเพื่อแก้ปัญหา
การทำมาหากินและการดำรงชีพของราษฎรส่วนใหญ่เป็นสำคัญและเมื่อได้รับงบประมาณจากส่วนกลาง
ไปแล้วการสร้างงานในตำบลก็จะเกิดขึ้นซึ่งก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยหนุนให้คนในท้องที่มีงานทำ
และมีรายได้มากขึ้น และเป็นการลดแรงงานจากชนบทมิให้ไหลบ่าเข้ามาสู่ส่วนกลางอีกด้วย


                                 เป้าหมายทางการทหาร
             
               รัฐบาลนี้ถือว่าเป็นภาระหน้าที่สำคัญสูงสุดของรัฐบาลที่จะต้องธำรงไว้ซึ่งเอกราช
และอธิปไตยของชาติ ให้ปลอดภัยจากการรุกรานของอริราชศัตรูภายนอกทั้งหลายทั้งปวง
รัฐบาลนี้จึงกำหนดเป้าหมายทางการทหารไว้เป็นภารกิจที่จะต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

               ๑. จะจัดกำลังทหารให้เพียงพอแก่ความจำเป็นและให้มีสมรรถภาพสูงทั้งในด้าน
กำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมที่จะรับภาระในการพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตย
ของชาติด้วยสมรรถนะและแสนยานุภาพของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใครอื่นทั้งสิ้น
และกำลังทหารต้องเป็นของชาติไม่ขึ้นกับบุคคลคณะใด

               ๒. จะส่งเสริมกำลังใจ ขวัญ และสวัสดิการทหาร ให้ทั่วถึงทุกคนรวมทั้งจะส่งเสริม
ให้ทหารเกณฑ
ได้เรียนรู้การประกอบอาชีพเมื่อปลดจากกองประจำการแล้ว

               ๓. จะสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทหาร ข้าราชการ และประชาชนเพื่อให้เกิดความ
สามัคคีอย่างแท้จริงขึ้นในชาติ ในขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมให้ทหารมีส่วนในการพัฒนาประเทศ
ตามควรแก่กรณีด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างทัศนคติอันถูกต้องขึ้นว่าทหารก็คือประชาชนของชาติและใน
ขณะเดียวกันรัฐบาลนี้จะสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศมากขึ้น
เช่น อาสาสมัครรักษาดินแดน เป็นต้น


                                เป้าหมายทางการต่างประเทศ

               เป้าหมายนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลนี้ คือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
เป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการดังต่อไปนี้

               รัฐบาลนี้จะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างอิสระโดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ
ตามเป้าหมายเศรษฐกิจ และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศเป็นสำคัญ

               รัฐบาลนี้จะส่งเสริมการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติโดยยึดหลักการที่จะเป็นมิตร
กับทุกประเทศที่มีเจตนาดีต่อประเทศไทยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในอุดมการณ์ทางการเมือง
และระบบการปกครอง และจะยึดหลักความยุติธรรมและความเสมอภาคเป็นสำคัญทั้งจะไม่
แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันเพื่อ ให้เกิดดุลยภาพในความสำพันธ์กับประเทศ
อภิมหาอำนาจรัฐบาลนี้จะดำเนินการเพื่อให้มีการรับรองและมีความสัมพันธ์เป็นปกติ
กับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจะให้มีการถอนทหารต่างชาติออกจากประเทศไทย
ในระยะเวลา ๑ ปี โดยคำนึงถึงสถานการณ์ในภูมิภาคนี้ และเจรจากันอย่างฉันท์มิตร

               รัฐบาลนี้จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และสนับสนุนความร่วมมือกับกลุ่ม
ประเทศอาเชี่ยนในทุกวิถีทาง ทั้งจะไม่ลดละความพยายามในการหาลู่ทางเพื่อให้มีการติดต่อในทาง
สร้างสรรค์กับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามเหนือ ในด้านการรับความช่วยเหลือจาก
ต่างประเทศนั้น รัฐบาลนี้จะพิจารณาถึงภาระผูกพันเป็นสำคัญ และจะไม่ยอมให้มีการเสียเปรียบใด ๆ
ทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลประสงค์ที่จะสร้างพื้นฐานการพึ่งตนเองให้มากที่สุดและโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหาร

                ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ที่กระผมได้กราบเรียนมานี้เป็นนโยบาย
ของรัฐบาล ก็คงจะยังมีสิ่งอื่นอีกหลายอย่างที่ท่านสมาชิกหรือประชาชนยังข้องใจ ก็จะใคร่จะขอ
ประทานให้ท่านสมาชิกได้ซักถาม รัฐบาลก็จะได้ชี้แจงให้ทราบหรือจะพยายามแก้ข้อข้องใจนั้น
มีเรื่องหนึ่งที่กระผมอยากจะเรียนรู้สึกว่าท่านสมาชิกหลายท่านยังสนใจกันอยู่มากก็คือ เรื่อง
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ อยากจะทราบว่ารัฐบาลนี้มีทรรศนะอย่างไร
กับพระราชบัญญัตินี้ กระผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้
รัฐบาลจะไม่ขัดข้องถ้าหากว่าท่านสมาชิกจะเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกขึ้นมาหรือถ้า
ท่านสมาชิกไม่ต้องการเช่นนั้น จะขอร้องให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอพระราชบัญญัติยกเลิกเสียเอง
รัฐบาลก็ยินดีจะกระทำตาม ขอขอบพระคุณครับ


*รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๔/๒๕๑๘ (สามัญ สมัยแรก)
  วันพุธที่ ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘ หน้า ๒๓๗ - ๒๕๐

กลับไปหน้าแรก