คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๒๔
 จอมพล แปลก พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ)
เป็น
นายกรัฐมนตรี
 ตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๙๔ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๙๕
 แถลงนโยบาย เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๙๔



คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ

               ตามประกาศตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน
ข้าพเจ้าได้จัดตั้งรัฐบาลนำรายนามนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯพระราชทานนามพระบรมราชาอนุมัติให้ตั้งรัฐมนตรีตามประกาศตั้งรัฐมนตรี
ลงวันที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๔ นั้นแล้ว ณ บัดนี้ข้าพเจ้าและรัฐมนตรีพร้อมแล้ว
ที่จะเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงขอแถลงนโยบายในการบริหารราชการ
แผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้เพื่อสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาให้ความไว้วางใจบริหารราชการแผ่นดิน
ตามบทบัญญัติมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๔๗๕
สืบไปดังต่อไปนี้

               ๑. รัฐบาลนี้มีเจตน์จำนงอันแน่วแน่ที่จะผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย เทอดทูนพระมหากษัตริย์บรมราชจักรีวงศ์ อันเป็นที่เคารพสักการะตลอดไป

               ๒. รัฐบาลนี้จะเชิดชูทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และให้ความช่วยเหลือแก่ศาสนาอื่น

               ๓. รัฐบาลนี้จะส่งเสริมไมตรีอันมั่นคงกับนานาประเทศ และปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่าง
ประเทศเชิดชูอุดมคติของสหประชาชาติ และยึดมั่นอยู่ในฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์
เพื่อความยุติธรรมสันติสุขของโลก

               ๔. รัฐบาลนี้จะสร้างกำลังป้องกันราชอาณาจักร เพื่อเผชิญกับสถานการณ์โดยไม่ประมาท

               ๕. รัฐบาลนี้จะเคารพต่อหลักการเสรีภาพ สมภาพ ภราดรภาพ นอกจากจะดำเนินตาม
บทบัญญัติมาตรา ๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แล้ว รัฐบาลนี้จะ
เคารพยึดถือปฏิญญาสากลของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของมนุษยชนด้วย

               ๖. รัฐบาลนี้จะเร่งรัดส่งเสริมการรักษาพยาบาลและอนามัยของประชาชน รวมทั้งการช่วยเหลือ
ประชาชนทางสวัสดิการให้ทวียิ่งขึ้น

               ๗. รัฐบาลนี้จะพยายามอย่างที่สุดให้เศรษฐกิจของชาติมีความเจริญรุ่งเรืองโดยเร็ว เพื่อสร้าง
ความผาสุกให้แก่ประชาราษฎรทั่วหน้า และจะบริหารราชการแผ่นดินในทางเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้

                   ก) ส่งเสริมช่วยเหลือให้ราษฎรมีที่ดิน และเคหสถานบ้านเรือนเป็นกรรมสิทธิ์
ของตนตามควรแก่อัตภาพ

                   ข) ส่งเสริมช่วยเหลือการประกอบอาชีพของราษฎร ในการผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร
และการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นผลดี ดั่งเช่น ในเรื่องการหาทุน การชลประทาน เครื่องจักรทุ่นแรง ปุ๋ย เป็นต้น

                   ค) ส่งเสริมช่วยเหลือการอุตสาหกรรมที่ทำด้วยวัตถุดิบในประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ตลอดจนการอุตสาหกรรมในครอบครัวด้วย

                   ฆ) ส่งเสริมช่วยเหลือให้ผู้ผลิตขายผลิตผลของตนได้ราราที่สมควร จะวางวิธีการติดต่อ
ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ถึงกันสะดวกใกล้ชิด การสหกรณ์ การจัดสัมมาอาชีพ การตั้งฉางและคลัง
สินค้าจะให้ผลดีสมปรารถนาในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลนี้จะพยายามส่งเสริมช่วยเหลือให้บังเกิดขึ้น
พร้อมด้วยมีประสิทธิภาพดีด้วย

                   ง) ส่งเสริมความสะดวกในการขนส่ง การสื่อสาร และการสัญจรไปมาให้ดียิ่งขึ้น

               ๘. รัฐบาลนี้เห็นชัดว่า การที่จะสร้างประโยชน์อันผาสุกให้แก่ราษฎร ดังกล่าวมานี้
ค่าของเงินตราไทยได้ตกต่ำลงไปมาก ซึ่งก็มิใช่จะเป็นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
ที่จริงประเทศอื่นหลายประเทศก็ต้องประสบผลอันนี้ รัฐบาลที่แล้วมาได้ทำความพยายาม
ให้ค่าของเงินตราไทยดีมาในชั่วเวลา ๒ - ๓ ปีนี้รัฐบาลนี้จะได้ทำความพยายามต่อไปด้วย
วิธีการอันรอบคอบให้เป็นผลดียิ่งขึ้น

               ๙. เพื่อให้ได้ผลทั้งมวลที่ได้กล่าวมานี้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลนี้จะให้การศึกษา
อันดีแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออาชีวะศึกษาและอบรมศีลธรรม จะได้ขยายโรงเรียน
และเพิ่มครูผู้สอนให้มากยิ่งขึ้น

               ๑๐. เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเพื่อปฏิบัติเคร่งครัดตามปฏิญญาสากลว่าด้วย
สิทธิของมนุษยชน รัฐบาลนี้จะเคารพต่ออิสระภาพของศาลตามบทบัญญัติมาตรา ๖๐ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ โดยเคร่งครัด

               ๑๑. รัฐบาลนี้มีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติงานของชาติให้สำเร็จตามนโยบายที่แถลงมานี้
แต่การที่จะประสบผลสำเร็จเช่นนั้น ก็จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข้าราชการ ตลอดถึงประชาชน ที่จะช่วยกันนำชาติพ้นสถานการณ์อันตึงเครียดของโลกในเวลานี้ และ
สร้างความถาวรสวัสดีอันผาสุกให้แก่ประเทศทั่วกันด้วย หวังว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงจะได้
พิจารณานโยบายของรัฐบาลนี้ด้วยไมตรีจิต และให้ความไว้วางใจแก่รัฐบาลชุดนี้ด้วยดี เพื่อจะได้เข้า
บริหารราชการแผ่นดินตามความในมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๔๗๕ สืบไป

*รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓/๒๔๙๔ (วิสามัญ)
  วันอังคารที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๔ หน้า ๓๐ -๓๓

กลับไปหน้าแรก