คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๒๐
 นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
 ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๑ - ๘ เมษายน ๒๔๙๑
 แถลงนโยบาย เมื่อวันจันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๑


คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*


ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ

               เนื่องจากได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ตามประกาศตั้งนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๑ บัดนี้ ข้าพเจ้า
ได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จแล้วดั่งปรากฏตามประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์
พุทธศักราช ๒๔๙๑ จึงใคร่ขอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)มาตรา ๗๗ และมาตรา ๙๖

               เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าการบริหารราชการแผ่นดินนั้นข้อสำคัญก็อยู่ที่จะต้องหาวิถีทางปฏิบัติ
ที่สุดที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีตามควรแก่อัตตภาพและผดุงรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตย
ของชาติกับให้บุคคลในชาติได้มีสิทธิเสรีภาพสมกับที่เป็นพลเมืองของประเทศในระบอบประชาธิปไตย
เป็นอาทิเพื่อบริหารราชการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดั่งกล่าวข้างต้น รัฐบาลขอแถลงนโยบาย
ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

๑. การคลัง

               ๑) จะจัดให้เงินรายรับรายจ่ายแผ่นดินเป็นดุลยภาพดูแลการจ่ายเงินให้เป็นไปในทาง
ที่ควรและชอบด้วยกฎหมาย และปฏิบัติตามข้อผูกพันกับนานาประเทศโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อ
ดำรงไว้ซึ่งความเชื่อถือในความมั่นคงแห่งการคลัง และเพื่อเปิดทางไปสู่เสถียรภาพแห่งเงินตรา

               ๒) จะดำเนินการเงินตราไปตามวิถีทางอันจะนำไปสู่เสถียรภาพคือ เงินบาทมีค่าแน่นอน
ในระดับอันสมควรเพื่อให้การค้าและธุระกิจได้อาศัยหลักที่มั่นคงและให้การครองชีพอยู่ในระดับดี
ยิ่งกว่าปัจจุบัน

๒. การต่างประเทศ

             ในทางต่างประเทศรัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเคารพและจะได้ปฏิบัติตามซึ่งบรรดา
ความผูกพันธ์ทางสัญญา ต้องการความเป็นมิตรแก่นานาประเทศทั่วไปสนับสนุนองค์การสหประชาชาติ
และจะร่วมมืออย่างจริงใจในกิจการต่าง ๆ ขององค์การที่กล่าวนี้

๓. การสาธารณสุข

               ๑) จะจัดให้วุฒิและสมรรถภาพของแพทย์ดีขึ้นโดยขยายการศึกษาเพิ่มเติมในโรงเรียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางสาธารณสุขหรือส่งไปเรียนเพิ่มเติมต่างประเทศ

               ๒) จะเร่งสร้างโรงพยาบาลให้แก่จังหวัดที่ขาดอยู่และจะจัดโรงพยาบาลขนาดใหญ่ประจำภาค
เพื่อเป็นพี่เลี้ยงโรงพยาบาลประจำจังหวัด และจะได้กระจายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกภูมิภาคบ้างส่วน
โรงพยาบาลของเทศบาลต่าง ๆ นั้นจะได้ปรับปรุงเพื่อให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

                ๓) มารดาและทารกสงเคราะห์เป็นข้อสำคัญอันหนึ่งในความเจริญของชาติจึงจะต้อง
ขยายงานด้านนี้โดยอบรมนางพยาบาลผดุงครรภ์ให้พอเพียงและขยายจำนวนสถานีมารดา
และทารกสงเคราะห์ให้มากขึ้น

               ๔) จะกวดขันป้องกันการระบาดของโรคติดต่อ โดยจัดหน่วยบำบัดและป้องกันโรคติดต่อ
เคลื่อนที่ให้มากขึ้น

๔. การทหาร

               จะได้ปรับปรุงกิจการทหารให้สอดคล้องกับการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย คือ

               ๑) จะจัดให้ทหารทั้งหมดเป็นส่วนของประเทศชาติโดยแท้จริง ทั้งไม่ให้ทหารเข้าเล่นการเมือง
และไม่ให้ทหารเป็นเครื่องมือของนักการเมืองใด ๆ

               ๒) จัดกำลังทหารให้เหมาะสมที่จะเป็นกำลังป้องกันความเป็นเอกราชและอธิปไตยของชาติ
ทั้งในเวลาปกติและสงครามโดยพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่ของประเทศ

               ๓) บำรุงสมรรถภาพของผู้บังคับบัญชาทหารทุกชั้นให้สูงขึ้นในด้านวิทยาการและการปกครอง
บังคับบัญชา ส่วนพลทหารจะได้ปรับปรุงวิธีการให้ทหารมีความสามารถดีตามหน้าที่และใช้เวลาน้อยลง
นอกจากวิทยาการตามหน้าที่โดยฉะเพาะแล้ว จะได้จัดให้มีความรู้ในวิชาชีพซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่
กิจการทหาร และทางส่วนตัวของบุคคลนั้น ๆ ด้วย

               ๔) จัดการปกครองทหารให้เหมาะสมกับการเป็นทหารของชาติ โดยให้ทหารอยู่ในระเบียบ
วินัยอย่างเคร่งครัด ให้ทหารได้อยู่ดีกินดี ได้รับการรักษาพยาบาลดีในเวลาเจ็บไข้ ทั้งให้ได้รับการ
บันเทิงเพื่อหย่อนใจในยามว่างด้วย นอกจากนี้จะได้ปรับปรุงและสนับสนุนกิจการทหารผ่านศึกให้
ดำเนินไปด้วยความเหมาะสมยิ่งขึ้น

๕. การเกษตร

               ๑) จะเพิ่มการผลิตพืชผลต่าง ๆ โดยฉะเพาะข้าวอันเป็นสินค้าสำคัญของประเทศนั้น จะได้
ขยายพันธุ์ข้าวที่ดีและทดลองใช้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มปริมาณข้าว นอกจากการทำนาด้วยวิธีประเพณีแล้วจะได้
มีการทดลองทำนาด้วยเครื่องจักร

               ๒) ในการชลประทาน

                    (ก) จะได้ส่งเสริมและขยายการชลประทานท้องถิ่น และควบคุมงานให้เกิดผลดียิ่งขึ้น

                    (ข) ชลประทานหลวง จะดำเนินการตามโครงการที่มีอยู่ ส่วนภาคที่ยังไม่มีโครงการ
ก็จะเริ่มดำเนินการวางไว้ต่อไป

                 ๓) จะส่งเสริมและขยายการเพาะพันธุ์ปลาสำหรับเป็นอาหารของพลเมืองในภาคที่ขาด
อาหารคือ ภาคอีสาน และภาคเหนือส่วนการประมงทางทะเลจะได้จัดตั้งสถานีทดลองการประมง
ด้วยวิธีใหม่

                 ๔) จะบำรุงและรักษาพันธุ์ไม้ซึ่งใช้สำหรับเป็นสินค้า สำหรับเป็นฟืนและสำหรับเป็น
เครื่องมือเครื่องใช้ ทั้งนี้จะได้มุ่งผลสำหรับอนาคตอันไกลเป็นที่ตั้ง

                  ๕) จะขยายจำนวนสมาคมของสหกรณ์ประเภทหาทุนให้มากขึ้น และเพิ่มการสหกรณ์
ประเภทอื่น ๆ ตามการก้าวหน้าของแต่ละประเภท

                  ๖) จะบำรุงส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยเร่งปราบโรคระบาดสัตว์โดยกวดขันและหาทดลอง
ปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ กับพิจารณาหาพันธุ์สัตว์ที่ดีและทนทานต่ออากาศของประเทศไทย

               ทั้งนี้ในทางวิชาการจะได้พิจารณาจัดตั้งสภาเกษตรขึ้น และร่วมมือกับองค์การ
เอฟ.เอ. โอ. (F.A.O.)

๖. การคมนาคม

               ๑) เกี่ยวกับการขนส่งทางบก ทางน้ำ และการไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์ ซึ่งได้รับ
ความกระทบกระเทือนจากสงคราม อันก่อให้เกิดความยากลำบากแก่ประชาชนผู้ใช้นั้น
รัฐบาลจะขมักเขม้นจัดการบูรณะซ่อมแซม กล่าวโดยฉะเพาะคือ การรถไฟ จะได้จัดการ
ให้เป็นผลเป็นความสะดวกแก่ประชาชนโดยเร็ว

                ๒) ส่วนในด้านการขยายงานนั้น จะรีบพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกิจการคมนาคม
ที่จำเป็นยิ่งฉะเพาะหน้า เช่น การโทรศัพท์ การทาง และการท่าเรือ สำหรับคมนาคมทางอากาศ
จัดการให้ประเทศไทยเป็นชุมทางสายการบินในทางตะวันออกไกล

๗. การพาณิชย์

               ๑) จัดการอย่างดีที่สุดให้ประชาชนมีข้าวพอกินภายในประเทศโดยตลอดทั่วถึงกัน
และจะพยายามรักษาราคาให้อยู่ในระดับตามสมควร ส่วนในด้านการผูกพันกับต่างประเทศ
จะได้รวบรวมข้าวส่งตามข้อผูกพันโดยสมบูรณ์

               ๒) จะดำเนินการเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนลงอย่างมากที่สุด

               ๓) จะส่งเสริมการส่งสินค้าออกไปขายในต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้เงินตรา
ต่างประเทศไว้ใช้เพียงพอกับความต้องการ

               ๔) จะส่งเสริมการค้าภายในประเทศให้เป็นปึกแผ่นเพื่อประโยชน์ของผู้ผลิต ผู้ค้า และ
ผู้บริโภค

การปกครองภายใน

               ๑) จะจัดการปราบปรามการโจรผู้ร้ายอย่างกวดขัน ในการนี้จะได้จัดระเบียบบริหารและ
ปรับปรุงเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจให้มีสมรรถภาพยิ่งขึ้น

               ๒) ในด้านการทะนุบำรุงความสุขของราษฎร จะได้เร่งรัดจัดการให้เครื่องอุปโภคบริโภค
ที่จำเป็นได้ถึงมือราษฎรโดยสะดวกและทั่วถึงกัน และจะได้ปรับปรุงขยายกิจการสงเคราะห์ประชาชน
ในด้านการประกอบอาชีพต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นและมากขึ้น อีกทั้งจะปรับปรุงขยายการสงเคราะห์คนชรา
คนทุพพลภาพ และเด็กอนาถา

               ๓) จะได้ปรับปรุงระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนการปกครองท้องถิ่น
จะได้จัดระเบียบเสียใหม่ให้เหมาะสมเป็นผลแก่ราษฎร

๙. การศาลยุตติธรรม

               รัฐบาลนี้จะเคารพความเป็นอิสสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาอรรถคดีและสอดส่อง
ให้กระบวนการพิจารณาในศาลดำเนินไปด้วยความเที่ยงธรรมเพื่อผดุงสิทธิและเสรีภาพ
ของประชาชนและโดยรวดเร็วเพื่อความสะดวกของราษฎรผู้เป็นคู่ความ

๑๐. การศึกษาและการศาสนา

               รัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะอบรมจิตต์ใจของประชาชนให้เป็นพลเมืองดีแห่งระบอบประชาธิปไตย
ด้วยการให้การศึกษาไปในทางที่ทำให้พลเมืองรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน สามารถประกอบสัมมาอาชีพ
เป็นที่พึ่งแก่ตนเองและประเทศชาติส่วนรวม เพื่อการนี้จะได้

               ๑) เพิ่มจำนวนครู ทั้งปรับปรุงอาชีพครูให้เป็นอาชีพที่รายได้สมเกียรติและมีความหวัง
ที่จะได้ก้าวหน้า กับส่งเสริมความรู้ และกวดขันวินัย และสมรรถภาพของครูให้ดียิ่งขึ้น

               ๒) บูรณะ และเพิ่มจำนวนสถานที่ศึกษา

                ๓) จัดหาหนังสือตำราเรียน และอุปกรณ์อย่างอื่น ในการให้การศึกษาอบรมให้พอเพียง
ตามกำลังแห่งงบประมาณโดยฉะเพาะจะได้ส่งเสริมการพลศึกษา และอนามัยของนักเรียน ทัศนศึกษา
การศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาอนุบาล

               ๔) ประสานงานระหว่างกระทรวงทบวงกรม และองค์การของรัฐบาลและติดต่อกับองค์การ
ของเอกชน ในอันที่จะจัดงานอาชีพให้ผู้ที่เรียนสำเร็จอาชีวะศึกษาได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง
ตามสำควรสืบไป

               ๕) ปรับปรุงจำนวนอาจารย์ให้สมส่วนกับจำนวนผู้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเพื่อให้คุณภาพ
การสอนสูงขึ้น ทั้งให้อาจารย์และผู้สำเร็จการศึกษาชั้นบัณฑิตได้ทำการค้นคว้ามากขึ้น

                ๖) จัดให้มีโครงการบูรณะการศึกษาของชาติในรูปที่เป็นการถาวร

               ๗) บำรุงและส่งเสริมการศาสนา เพื่อให้เป็นกำลังในการอบรมศีลธรรมและจรรยาของประชาชน

๑๑. การอุตสาหกรรม

               รัฐบาลจะปรับปรุงส่งเสริมการอุตสาหกรรมให้เจริญยิ่งขึ้นโดยฉเพาะอย่างยิ่งการ
อุตสาหกรรมในครอบครัว ทั้งจะได้ส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบ และเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับ
การอุตสาหกรรมทั่วไป เพื่อการนี้จะได้

                ๑) จะดำเนินการสำรวจ สอบสวนและทำสถิติว่าประเทศไทยมีวัตถุดิบอะไรบ้างที่จะใช้
สำหรับการอุตสาหกรรมได้ มีอยู่ที่ไหน ในฤดูกาลใด เป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด คือ สำรวจ
ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งจะเป็นทุนสำหรับดำเนินงานขั้นต่อไป

               ๒) จะส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่อาจเพิ่มทวีปริมาณได้ เช่น พืชและ
สัตว์ในการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมให้มาก ส่วนทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ใช้แล้วหมดไป
เช่น แร่ธาตุ จะได้มีการควบคุมการใช้และการสงวนเพื่อใช้ประโยชน์โดยเต็มที่ เพราะทรัพยากร
เหล่านี้มีปริมาณจำกัด และไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้

               ๓) จะดำเนินการให้มีพลังงานราคาถูก เพื่อประโยชน์ของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
โดยเฉพาะจะมุ่งไปในทางให้ได้มาซึ่งพลังงานจากธรรมชาติคือ พลังงานไฟฟ้าจากน้ำตกซึ่งเป็น
ชีวิตจิตใจในการอุตสาหกรรมของชาติ

               ๔) กิจการอุตสาหกรรมที่เอกชนได้จัดทำอยู่แล้ว จะสนับสนุนให้เอกชนทำต่อไป
โดยให้ความช่วยเหลืออุปการะเท่าที่จะช่วยได้ กิจการอุตสาหกรรมที่เอกชนประสงค์จะให้มี
ขึ้นใหม่ซึ่งการอุตสาหกรรมนั้นจะเป็นผลดีแก่ผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ก็จะได้ให้ความสะดวกและความช่วยเหลือในการจัดตั้งขึ้นเท่าที่จะช่วยได้

               ๕) กิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรืออุตสาหกรรมซึ่งเอกชนไม่สามารถดำเนินการ
โดยลำพังได้ กระทรวงการอุตสาหกรรมจะเป็นฝ่ายริเริ่มให้มีขึ้นตามกำลังเงินและตามความเหมาะสม

                ๖) กิจการอุตสาหกรรมที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้เช่น โรงงาน
น้ำตาล โรงงานฟอกหนัง โรงงานกระดาษ โรงงานสุรา โรงงานยาง และองค์การเหมืองแร่ จะได้
ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คือ ให้ผลิตด้วยความประหยัด ให้ได้ปริมาณมากพอแก่ความต้องการ
ของประชาชน ให้มีคุณภาพดีและให้มีราคาพอสมควร

               ๗) สำหรับงานอุตสาหกรรมในครอบครัวของราษฎร์ในภูมิภาคต่าง ๆ จะส่งเสริมให้มีการ
ผลิตโดยแพร่หลาย ส่งเสริมให้ผลิตด้วยความปราณีตเพื่อรักษาฝีมือและแบบแผนอันเป็นวัฒนธรรม
ของภูมิภาคนั้น ๆ ไว้ ส่งเสริมโดยการแนะนำให้ใช้เครื่องมือผ่อนแรงที่จำเป็นและให้ได้ปริมาณมาก
ส่งเสริมในด้านการจำหน่ายให้ราษฎรในภูมิภาคอื่นได้มีโอกาสซื้อไปใช้เป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วย
โดยเฉพาะการอุตสาหกรรมในประเภทวิจิตรงดงาม ซึ่งจะเป็นที่เชิดชูวัฒนธรรมของประเทศชาติ
จะได้เผยแพร่ออกไปยังต่างประเทศได้ด้วย

               ๘) จะขยายและควบคุมโรงงานที่เห็นเป็นการสมควรให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และจะควบคุม
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เห็นเป็นความจำเป็น

               ๙) จะได้จัดตั้งสภาวิจัยแห่งประเทศไทยขึ้น เป็นองค์การส่วนรวมของนักวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ
เพื่อส่งเสริมการวิจัยในทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา

               อนึ่งรัฐบาลนี้จะจัดการกับปัญหาฉะเพาะหน้าต่อไปนี้เป็นพิเศษ

    ๑)  กรณีสวรรคต

               จะได้ดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจังต่อไป

    ๒) การปราบปรามข้าราชการทุจริต

                จะได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดโดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด

    ๓) การครองชีพ

                จะได้ดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้ประชาชนได้มีเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น
ในการครองชีพเพียงพอและทั่วถึงในราคาอันสมควร

    ๔) สมรรถภาพของข้าราชการ

                จะได้ปรับปรุงสมรรถภาพของข้าราชการทุกกระทรวงทะบวงกรม เพื่อประโยชน์
ของราษฎร์โดยแท้จริง
                 ข้าพเจ้าหวังใจว่ารัฐสภาคงจะได้รับนโยบาย

*รายงานการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ ๑/๒๔๙๑ (สามัญ) ชุดที่ ๑
  วันจันทร์ที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๑ หน้า ๖ - ๑๔

กลับไปหน้าแรก