สลค.สาร   ฉบับพิเศษ

                                                                                                         มกราคม ๒๕๔๖

นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

         นายวิษณุ  เครืองาม
 รอง
ายกรัฐมนตรี

 

ท่านเลขาธิการ ก.พ. ท่านนักบริหารและเพื่อนข้าราชการทุกท่าน

                            ผมขอแสดงความยินดีกับสำนักงาน ก.พ. ที่สามารถจัดประชุมประจำปีครั้งนี้สำเร็จอีกวาระหนึ่ง สำนักงาน ก.พ. ได้จัดประชุมเช่นนี้เป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมานาน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ควรแก่การส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง หวังว่าในปีต่อ ๆ ไป คงจัดให้เข้มข้นขึ้นมากกว่านี้ ที่น่ายินดีก็คือการประชุมเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการประชุมสังสรรค์เหมือนเลี้ยงรุ่นแล้วก็กลับบ้าน แต่เป็นการนำเนื้อหาสาระทางวิชาการมาพูดจากันสุดแท้แต่เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ๆ จึงนับเป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริม

                            แนวเรื่องที่ได้กำหนดในปีนี้ ทางคณะผู้จัดได้ตั้งไว้ว่า “ราชการสู่อนาคต” ได้ทราบมาว่าแนวของเรื่องจะเปลี่ยนไปทุกปี ไม่เหมือนกัน ในปีนี้ การเลือกหัวข้อราชการสู่อนาคต เป็นการเลือกที่เหมาะเจาะอย่างยิ่ง คำที่สำคัญที่สุด ก็คือคำที่อยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า “ราชการ” กับคำว่า “อนาคต” ราชการคืออะไรเราก็รู้อยู่ อย่างน้อยพวกเราทั้งหลายก็เป็นส่วนหนึ่งของราชการ ส่วนอนาคตคือเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งไม่แน่ว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตด้วยหรือไม่ ทั้งนี้อยู่ที่ว่าเราจะประพฤติตนเป็นคนของอดีตหรือคนของอนาคต ทั้งนี้อยู่ที่คำกลางคือคำว่า “สู่” และที่สำคัญที่สุด คือ ไม้เอก ที่อยู่บน ส เสือ เพราะเมื่อใดที่เปลี่ยนเป็น ไม้โท จะกลายเป็น “ราชการสู้อนาคต” แปลว่า ฝืน ต่อต้าน ไม่ยอมไป ไม่ต้องการที่จะไป ในโลกยุคปัจจุบันราชการคงจะสู้อนาคตไม่ได้แล้ว คือจะต้านทาน จะฝืน จะทวนกระแสไม่ได้ หากแต่จะต้องปรับปรุงตัวเอง ปรับระบบการทำงาน ปรับระบบวิธีคิด หรือที่เรียกกันว่า “วัฒนธรรมองค์กร” เพื่อที่จะก้าวไปสู่อนาคตให้ได้อย่างทันท่วงที อย่างกระฉับกระเฉง และอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้ก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังเริ่มดำเนินการอยู่ในขณะนี้และกำลังส่งผลกระทบต่อท่านทั้งหลาย นั่นก็คือการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งก็คือแนวหนึ่งของการที่จะจัดให้ราชการไปสู่อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

                            ผมเองเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เนื่องจากได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ดูแลรับผิดชอบงานปฏิรูประบบราชการ แต่ไม่ใช่เป็นผู้ที่จะลงทำเสียเองทั้งหมด เพราะคนที่จะต้องทำก็คือท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ แต่แม้ผมจะได้รับภาระให้ทำงานอย่างนี้ การปฏิรูประบบราชการก็มิใช่ความคิดริเริ่มของผม เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เริ่มไว้ก่อนแล้ว และแม้จะบอกว่ารัฐบาลได้เริ่มไว้ก่อนแล้วหากพูดกันไปให้ถึงที่สุดก็ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มมาทั้งหมด ผมไปที่ไหนจะพูดเสมอว่า การปฏิรูประบบราชการไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลนี้ได้คิดใหม่ทำใหม่ขึ้น เขาคิดใหม่ทำใหม่กันมานานแล้ว ถ้าเมื่อใดที่กล่าวว่ารัฐบาลนี้เป็นผู้คิดใหม่ทำใหม่ในการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบราชการก็จะเดินไปอย่างไม่ได้ผล พอดีพอร้ายก็จะเกิดกระแสต่อต้านเพราะฟังประหนึ่งว่าเป็นความคิดริเริ่มในทางการเมือง เมื่อมาด้วยการเมืองก็จะไปด้วยการเมือง ตามความเป็นจริงในทางประวัติศาสตร์ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ต้องย้อนไปถึงสมัยเก่าแก่ขนาดรัชกาลพระพุทธเจ้าหลวง เอาเพียงแค่ ๔๐ ปีเศษ ตั้งแต่สมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีก็เริ่มคิดกันแล้ว หลังจากนั้นทุกรัฐบาลก็คิดและพัฒนามาโดยตลอด แต่สิ่งที่เป็นการคิดใหม่ทำใหม่ในรัฐบาลนี้คือการไม่ยอมให้การปฏิรูประบบราชการเป็นเพียงแนวคิดหรือเป็นเพียงแผน หากแต่กล้าทำให้เป็นรูปธรรม รวบรวมความกล้าหาญทั้งปวง เสนอกฎหมายเข้าสภา ต่อสู้ฟันฝ่าจนกระทั่งออกมาได้ในที่สุด จุดนี้ต่างหากที่เป็นการคิดใหม่ทำใหม่

มื่อรัฐบาลนี้เข้ามาทำหน้าที่ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อปีที่แล้วหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ในเดือนแรกท่านนายก ฯ ทักษิณก็เรียกประชุมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และปลัดกระทรวงทั้งหลายรวมทั้งฝ่าย ก.พ. ท่านบอกสิ่งซึ่งทุกคนฟังแล้วไม่มีใครตื่นเต้นเพราะฟังมามากแล้ว โดยไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นจริงจัง คือท่านบอกว่าท่านจะทำปฏิรูประบบราชการ ปลัดกระทรวงคนหนึ่งยกมือเรียนท่านนายก ฯ ว่าอย่าคิดเลยครับ ทำไม่สำเร็จหรอก เขาคิดกันมามากแล้ว ท่านนายก ฯ ถามว่าทำไมจึงทำไม่สำเร็จหรือว่าไม่ดี ทุกคนบอกว่าดี ที่ไม่ทำ คำตอบก็คือ หนึ่ง การปฏิรูประบบราชการจะต้องแก้ไขกฎหมายหรือเสนอกฎหมายใหม่เข้าสภาถ้าคิดอย่างหยาบ ๆ ก็หลายร้อยฉบับ สภาคงจะไม่เอาเวลาของตัวเองทั้งหมดที่มีอยู่ ๔ ปี มานั่งพิจารณากฎหมายปฏิรูประบบราชการให้รัฐบาลอย่างเดียว เขาต้องคิดที่จะออกกฎหมายอื่นด้วย ปีหนึ่งมีสองสมัยประชุม สมัยประชุมหนึ่งมี ๔ เดือน เดือนหนึ่งก็ประชุมแค่วันพุธกับวันพฤหัสบดี

กลับไปด้านบน     หน้าถัดไป