ชื่อเรื่อง     พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐

      

๑. สาระสำคัญ

๑. กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ
๒. กำหนดสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ เป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว กำหนดระยะเวลาที่ต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ตัวชี้วัดการบรรลุเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ
๓. กำหนดกรอบการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ
ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ ความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และเป้าหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
๔. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ
ดังนี้
        (๔.๑) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติขึ้นเพื่อดำเนินการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ แล้วเสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณา

         (๔.๒) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอร่างยุทธศาสตร์ชาติที่ให้ความเห็นชอบแล้วต่อคณะรัฐมนตรี

         (๔.๓) คณะรัฐมนตรี
เสนอร่างยุทธศาสตร์ชาติที่ให้ความเห็นชอบแล้วต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับ
        (๔.๔)
นายกรัฐมนตรีนำร่างยุทธศาสตร์ชาติที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นยุทธศาสตร์ชาติต่อไป
        (๔.๕) คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทำแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี
        (๔.๖) คณะรัฐมนตรีประกาศใช้บังคับแผนแม่บทที่ได้ให้ความเห็นชอบแล้วในราชกิจจานุเบกษา
        (๔.๗)
เมื่อใช้บังคับยุทธศาสตร์ชาติไปแล้วระยะหนึ่ง ในกรณีที่สถานการณ์ของโลกหรือของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการตามเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งด้านใดได้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติอาจขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้
๕. กำหนด
กลไกการติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
๖. กำหนดการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ดังนี้
        (๖.๑) ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อนำมาใช้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติโดยวิธีการมีส่วนร่วมที่สะดวกและทั่วถึง
       
(๖.๒) จัดให้มีวิธีการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและแสดงความคิดเห็นได้โดยสะดวกและรวดเร็ว
๗. บทเฉพาะกาล ได้กำหนดบทเฉพาะรองรับการดำเนินการในวาระเริ่มแรก เพื่อให้การดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลาในมาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญ โดยให้ใช้ร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี ที่คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ จัดทำขึ้น มาใช้เป็นหลักในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้น และให้คำนึงถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้ดำเนินการก่อนวันที่ใช้บังคับร่างพระราชบัญญัตินี้ และนำข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาประกอบการพิจารณาด้วย

      
๒. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย

๑. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีหน้าที่จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติและติดตามผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ  โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการ
๒. คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ
มีหน้าที่จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ และติดตามตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
๓. คณะรัฐมนตรี
มีหน้าที่พิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอ รวมทั้งกำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
๔.
สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติก่อนประกาศใช้บังคับ
๕.
หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย
  มีหน้าที่ดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
๖. ประชาชน
มีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบหน่วยงานของรัฐในดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ

      
.
วันที่มีผลบังคับใช้


ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

      
๔. วันประกาศราชกิจจานุเบกษา
   วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐